บทสัมภาษณ์ น้องฟง ที่ 1 ประเทศ A-Level 2569 วิชาสังคม 84 คะแนน
 27 พฤษภาคม 2569 20:05:25
น้องฟง : นพรุจ  บริสุทธิ์โชติพงศ์
(ที่ 1 ประเทศ A-Level วิชาสังคม 84 คะแนน ปี 2569)



น้องฟง : นพรุจ  บริสุทธิ์โชติพงศ์
 มาแล้วค่ะ เราก็ได้คนเก่งเพิ่มอีก 1 คน ในปีนี้ A-Level  วิชาสังคม และ ยังได้ที่ 1 ประเทศอีกด้วย  ด้วยคะแนน 84 คะแนน  ดีใจและปลื้มใจกับน้องฟง มากๆ เลยค่ะ เรามาฟังเทคนิคดีๆ จากน้องฟงกันดีกว่าค่ะ ว่ามีเทคนิคอะไรบ้างน้า..ทำไมถึงเรียนเก่งขนาดนี้ ^ ^
บทสัมภาษณ์น้องฟง
สวัสดีครับทุกคน เราชื่อฟง นพรุจ บริสุทธิ์โชติพงศ์ จบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา TU86 สายวิทย์-คณิต ห้องกิฟต์เลขครับ


เหตุผลที่ชอบวิชาสังคม

ต้องขอเท้าความก่อนว่าสมัยเราอยู่ชั้นประถมศึกษา เคยเป็นคนที่ไม่ชอบวิชาสังคมเอามาก ๆ เวลาสอบไม่ว่าจะเป็นการสอบของโรงเรียน หรือสอบแข่งขันก็มักจะทำคะแนนวิชาสังคมได้ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่แล้ววันหนึ่งก็มีจุดเปลี่ยน เราลองเอาชนะใจตัวเองที่เคยไม่ชอบวิชาสังคมโดยการตั้งใจอ่านและทำความเข้าใจวิชาสังคมแบบจริงจังมาก ๆ จนในที่สุดก็สอบแข่งขันวิชาสังคมได้ที่ 1 ของจังหวัด ตอนนั้นเรารู้สึกดีใจมากที่ในที่สุดเราก็ประสบความสำเร็จในวิชานี้ได้ในที่สุด ตั้งแต่นั้นมาเราก็เริ่มมีใจรักในวิชาสังคม เรารู้สึกว่าวิชาสังคมเต็มไปด้วยศาสตร์แขนงต่าง ๆ ที่ไม่ได้ถูกจำกัดหรือตีกรอบ ทำให้เป็นวิชาที่น่าเรียนรู้และน่าค้นหามาก ๆ ครับ

 
แรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ชอบ
แรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ชอบของเรามาจากคำว่า Passion หรือใจรัก ซึ่งสำหรับเราการทำในสิ่งที่เราชอบทำให้เรารู้สึกมีความสุขมาก ๆ เราไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันเป็นการฝืนตัวเองว่า เราจะต้องชอบ ต้องรัก หรือต้องทำสิ่งนี้ แต่มันเป็นเหมือนกับการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป เป็น Routine ปกติ เราอยากจะให้ทุกคนหาสิ่งที่ชอบให้เจอเพราะนอกจากมันจะช่วยให้เรามีความสุข หรือจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ให้เรา มันยังช่วยให้เราสามารถผ่อนคลายความเครียดจากช่วงเวลาอ่านหนังสือสอบได้อีกด้วยครับ



เทคนิคการทำข้อสอบ
สำหรับเรา เราคิดว่าเทคนิคการตัดชอยซ์เป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ เพราะมันจะช่วยให้เรามีโอกาสถูกในข้อนั้น ๆ มากขึ้น โดยการตัดชอยซ์ควรเริ่มตัดจากตัวเลือกที่ไม่เกี่ยวข้องออกก่อน โดยพยายามตัดออกให้เหลือจำนวนตัวเลือกน้อยที่สุด แต่ในหลาย ๆ ครั้งเรามักจะตัดจนเหลือ 2 ตัวเลือก แล้วลังเลใจพอกาข้อแรกไป ก็ไม่มั่นใจ ลบแล้วก็เปลี่ยนเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวเลือกเดิมที่ลบทิ้งนั้น ถูกต้องอยู่แล้ว ด้วยปัญหานี้จึงนำไปสู่เทคนิคที่สอง คือ “การเชื่อในสัญชาตญาณแรกของเรา” ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมาก ๆ เพราะบางครั้งคะแนนที่เราควรจะได้ กลับหายไปเพราะความลังเลใจของเราเอง กล่าวคือสัญชาตญาณแรกของเรา มักถูกต้องเสมอ แต่ก็ไม่เสมอไปสำหรับข้อที่เราไม่จำเป็นต้องเดาก็ควรพยายามใช้เหตุผล และความรู้มายืนยันสนับสนุน แต่ถ้าข้อนั้นเราจำเป็นต้องเดาจริง ๆ ก็ควรตอบตัวเลือกแรกที่เราคิดว่าถูกต้อง โดยไม่ควรลังเลใจมาก เพราะความลังเลอาจส่งผลไม่ดีไปสู่ข้อสอบข้อต่อ ๆ ไป เช่น ทำให้เราไม่มีสมาธิในการโฟกัสข้อสอบ และรู้สึกกระวนกระวายใจในข้อเดิมที่เราผ่านมาแล้วจนต้องย้อนกลับไปดูข้อเดิมซ้ำ ๆ ทำให้เสียเวลาในการทำข้อสอบ เป็นต้น



ทำยังไงถึงได้คะแนนสังคม ทะลุ 80 ++
เรารู้สึกว่าการทำคะแนนวิชาสังคมให้ได้คะแนนสูง ต้องมีสององค์ประกอบร่วมกัน องค์ประกอบแรกคือข้อมูลฐานความรู้ และองค์ประกอบที่สองคือการคิดวิเคราะห์ สำหรับองค์ประกอบแรกข้อมูลฐานความรู้ คือ Data ทั้งหมดที่เรามีในสมอง เราควรเก็บเนื้อหาวิชาสังคมในขอบเขตที่จะออกข้อสอบให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นคลังความรู้พื้นฐานที่เราจะหยิบไปใช้ในการตอบปัญหาข้อที่ไม่ซับซ้อนมาก หรือนำไปเป็นรากฐานในการต่อยอดสู่ข้อสอบที่ยากขึ้นซึ่งต้องใช้อีกองค์ประกอบในการทำ ก็คือองค์ประกอบที่สอง การคิดวิเคราะห์ สำหรับโจทย์ที่ยากขึ้นมาบางข้อ การมีแค่ความรู้พื้นฐานอาจจะไม่สามารถตอบได้ จึงต้องใช้การคิดวิเคราะห์เข้าช่วย เช่นข้อสอบที่ให้บทความมา แล้วจึงถามให้เราวิเคราะห์ ซึ่งองค์ประกอบนี้สามารถฝึกฝนให้ชำนาญขึ้นได้ โดยการทำโจทย์ให้มาก และทำให้หลากหลายแนว

 

ฝากถึงน้อง ๆ ที่อยากจะเรียนให้ได้คะแนนเท่าน้องฟง
เราเชื่อว่าทุกคนสามารถมาอยู่ในจุดของเราได้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ถ้าเราตั้งใจ เราอยากจะแนะนำเพิ่มเติมคือการเรียนแบบ “คนละครึ่งทาง” ในการเรียน การเก็บเนื้อหา เราเรียนกับครูผู้สอนมานั้น เปอร์เซ็นต์ความรู้ของเราจะอยู่แค่ประมาณ 50% เท่านั้น อีก 50% ที่เหลือคือส่วนที่เราต้องพยายามด้วยตัวเอง ไม่มีใครสามารถช่วยเราได้ อีก 50% นั้นก็คือการหมั่นอ่านทบทวนในสิ่งที่เราได้เรียนมา เหมือนที่อาจารย์ปิงได้พร่ำบอกในหลาย ๆ ครั้งว่าเราจะต้องอ่านทวนเนื้อหาบ่อย ๆ ลองทำความเข้าใจด้วยตัวเอง ทำสรุป และสังเคราะห์ข้อมูลยิ่งเราอ่านเราทวนมากเท่าไหร่ ความรู้เหล่านั้นก็จะยิ่งฝังลึกในหัวเรามากเท่านั้น ทำให้เราไม่ลืมความรู้เหล่านั้นง่าย ๆ กล่าวคือการเรียนแบบคนละครึ่งทาง คือการตั้งใจเรียนในสิ่งที่มีคนสอนเรามา และการกลับมาทบทวนทำความเข้าใจ และสังเคราะห์เนื้อหาเหล่านั้น ให้กลายเป็นความรู้ของเราเอง นั่นเอง
 
ความประทับใจที่มีต่ออาจาย์ปิง

อยากจะขอขอบคุณอาจารย์ปิงมาก ๆ เลยครับสำหรับทุก ๆ อย่าง อาจารย์ปิงไม่เพียงแต่ให้ความรู้ แต่ยังให้แรงบันดาลใจ และคำสอนในด้านการใช้ชีวิต เวลาเรียนการอาจารย์ปิงไม่เคยเบื่อเลย สนุกมาก ๆ ครับ อาจารย์ปิงสอนดี และสนุกสนานทำให้วิชาสังคมและภาษาไทยไม่ใช่วิชาที่ยาก น่ากลัว หรือน่าเบื่อครับ นอกจากนี้พี่ ๆ ที่สถาบันดาว้องก์ก็น่ารัก และเป็นกันเองมาก ๆ ครับ คิดถูกมาก ๆ ที่เลือกเรียนที่ดาว้องก์ครับ



ขอขอบคุณผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ
#OnDemand #ออนดีมานด์  #fujicream 
#koryserum  #windscent  #THEKLINIQUE  #อีเปีย  
#EPIA   #ซิสเท็มมา  #Systema  #Eastroc  #果之  #Tea  
#เพลย์มอร์  #Playmor  #ลูกอมฟันมอร์  #Funmore  
#ฟันมอร์  #GDH  #gdh559  #ปิงโฮสเทล  #Pinghostel  
 #ศูนย์หนังสือจุฬา  #chulabook  #B2S   #B2SThailand

loading
loading
เพิ่มในกระเป๋าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
Line OA @davance
ติดต่อพี่แอดมิน