บทสัมภาษณ์ที่ 1 ประเทศ วิชาภาษาไทย (O-NET) ปี 2555
 19 กรกฎาคม 2562 14:30:10
DAVANCE INTERVIEW

                                                                                                        แพร : ชไมพร อัตถากร (ที่ 1 ประเทศ วิชาภาษาไทย (O-NET) ปี 2555)

 



พี่แอนน์ : ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ 
แพร : ชื่อ ชไมพร อัตถากร แพร จบจากโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย ขณะนี้เรียนที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

พี่แอนน์ : รู้สึกอย่างไรกับ 90 คะแนน ที่ 1 ประเทศวิชาภาษาไทย 
แพร : ดีใจ และภูมิใจมากค่ะ 

พี่แอนน์ : ตอนสอบคาดหวังบ้างไหม 
แพร : ไม่ค่อยคิดอะไรค่ะ เพราะถ้าสอบแล้วคิดมากจะทำให้เครียด และคิดไม่ออกในห้องสอบค่ะ
 

พี่แอนน์ : กับผลที่ออกมาพอใจมากน้อยแค่ไหน 
แพร : เกินความคาดหมายมากค่ะ และก็รู้สึกถึงความคุ้มค่าที่ได้ทุ่มเทไปกับวิชานี้ค่ะ 

พี่แอนน์ : เนื้อหาวิชาภาษาไทยส่วนไหนยากสุดแล้วส่วนไหนง่าย 
แพร : สำหรับแพรแล้วส่วนที่ง่ายเป็นส่วนของหลักไวยากรณ์ เพราะค่อนข้างเหมือนกันทุกปี และเราฝึกทำโจทย์เก่ามาก็ช่วยให้ทำได้ ส่วนที่ยาก คือส่วนการอ่าน เพราะแพรคิดว่ามันแล้วแต่ผู้ออกข้อสอบคิดจริงๆ แต่ก็เป็นส่วนที่ทำสบายๆ อ่านโจทย์แล้วก็ตอบเลย ไม่คิดมาก เพราะข้อสอบแบบนี้คิดมากจะทำให้ปวดหัว ได้แต่งมอยู่กับข้อนี้ ไม่ได้ไปไหนเลย เพราะคนออกข้อสอบจะทำให้เหมือนทุกข้อถูกหมดเลย 

พี่แอนน์ : ข้อสอบโอเน็ตของปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง (ความยากง่าย) 
แพร : สำหรับแพรแล้วคิดว่าง่ายกว่าข้อสอบสอบตรง เพราะมีไวยากรณ์กับการอ่านประมาณอย่างละครึ่ง (ใช่รึเปล่าคะ แพรก็ลืมๆไปบ้างแล้ว เลยไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร) ก็ดีกว่ามีแต่เรื่องการอ่านเลย ซึ่งยากมากกว่า 

พี่แอนน์ : อีกนิดนึง สำหรับวิชาภาษาไทยควรจะต้องเตรียมตัวยังไง 
แพร : ทำข้อสอบเก่าเยอะๆ จะช่วยได้มากในเรื่องของไวยากรณ์ ส่วนการอ่านให้เน้นการทำแล้วไม่ต้องคิดมาก และไม่เครียดก่อนเข้าสอบ

พี่แอนน์ : คิดว่าอะไรที่ทำให้เราเป็นเด็กเก่ง 
แพร : คิดว่าตนเองไม่เก่งหรอกค่ะ การสอบเรียนต่อแบบนี้ มันขึ้นกับการเตรียมตัว และความพร้อมของแต่ละคน ถ้าเราเตรียมตัวมาดี ทำโจทย์เยอะๆ เวลาเข้าห้องสอบเราก็จะชิน แล้วก็ทำเหมือนอย่างเคย เมื่อเราฝึกทำโจทย์นั่นแหละค่ะ 

พี่แอนน์ : เด็กเรียนดีจำเป็นต้องขลุกอยู่กับตำราไหม 
แพร : ไม่จำเป็นหรอกค่ะ แต่ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น ให้รู้ว่าช่วงเวลาไหน เหมาะที่จะทำอะไร 

พี่แอนน์ : เวลาเรียนมีเครียดไหมและมีวิธีคลายเครียดอย่างไร 
แพร : แพรชอบอ่านนิยาย ตีแบด เดินออกกำลังกาย และก็นอน 

พี่แอนน์ : เวลาว่างมีกิจกรรมอะไรทำบ้าง 
แพร : แพรชอบอ่านนิยาย ตีแบด เดินออกกำลังกาย และก็นอน 

พี่แอนน์ : มีความเห็นอย่างไรบ้างกับระบบเอนทรานซ์ที่เปลี่ยนบ่อยๆ 
แพร : คิดว่าในเรื่องเนื้อหา ก็คงไม่มีผลอะไร เพราะถึงเปลี่ยนระบบการสอบอย่างไร เนื้อหาก็เหมือนเดิมอยู่แล้ว ถ้าเรามีความเข้าใจในตัวเนื้อหา สอบแบบไหนก็จะให้ความรู้สึกเหมือนๆกัน แต่เรื่องค่าใช้จ่าย ก็คิดว่าถ้าสอบน้อยครั้งคงจะดีกว่า 

พี่แอนน์ : ตอนนี้เรียนอยู่คณะไหน / มหาวิทยาลัยใด 
แพร : ขณะนี้เรียนที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 



พี่แอนน์ : มีอะไรจุดประกายให้อยากเป็นหมอ 
แพร : ความใจในวัยเด็ก พ่อแม่ และ การเข้าค่ายค่ะ 

พี่แอนน์ : การสอบแพทย์วิชาที่ใช้มีอะไรบ้าง 
แพร : ใช้ทุกวิชาค่ะ คือทิ้งไม่ได้สักวิชาเดียว เพราะเวลาสอบมีเกณฑ์ห้ามต่ำกว่าขั้นต่ำอยู่ 

พี่แอนน์ : คะแนนของแต่ละวิชาเป็นยังไง 
แพร : แนบเป็น file ให้นะคะ


พี่แอนน์ : ข้อสอบวิชาไทยของกสพท.กับโอเน็ตมีความแตกต่างกันไหม 
แพร : ไม่ค่อยแตกต่างค่ะ 

พี่แอนน์ : ข้อสอบของกสพท.เน้นอะไร 
แพร : ไม่แน่ใจเท่าไร แต่คงเน้นทั้งไวยากรณ์ แล้วก็อ่านบทความ



พี่แอนน์ : เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร 
แพร : เน้นทั้งไวยากรณ์ แล้วก็อ่านบทความ 

พี่แอนน์ : ข้อสอบของกสพท.วิชาสังคมเป็นแบบไหน 
แพร : เนื้อหาในหนังสือ ไม่มีความรู้ทั่วไป 

พี่แอนน์ : อย่างนี้มีเคล็ดลับในการอ่านหนังสือยังไง 
แพร : อ่าน mini thai book สรุปไวยากรณ์ แล้วเน้นทำโจทย์เก่า 

พี่แอนน์ : สายนี้เรียนหนักไหมถ้าเทียบกับสายอื่นๆ 
แพร : ก็คิดว่าหนักพอสมควร 

พี่แอนน์ : แพรอยากเป็นหมอด้านไหน 
แพร : ยังไม่ได้คิดค่ะ



พี่แอนน์ : การอยากเรียนหมอแพรคิดว่าเป็นค่านิยมไหม 
แพร : ก็ส่วนหนึ่งค่ะ และประกอบด้วยความชอบและความสนใจอีกส่วนหนึ่ง 

พี่แอนน์ : อย่างนี้เวลามีข่าวในด้านลบของวงการแพทย์ออกมาแพรรู้สึกยังไง 
แพร : ก็เป็นธรรมดานี่ค่ะ ที่ในวงการไหนๆ ก็ต้องมีทั้งด้านดี และด้านไม่ดีเป็นธรรมดา 

พี่แอนน์ : แพรอยากเห็นวงการแพทย์พัฒนาในด้านไหนบ้าง 
แพร : ทุกๆ ด้านควบคู่กันไปค่ะ ไม่เฉพาะเจาะจง

 


พี่แอนน์ : แพรมีอุดมการณ์ในการเป็นหมอยังไงบ้าง 
แพร : ตามพระราชดำรัสของพระบิดาค่ะ และทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด 

พี่แอนน์ : จากชีวิตเด็กม.ปลายมาใช้ชีวิตเป็นเด็กมหาวิทยาลัยเราต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างไหม 
แพร : การรู้จักควบคุมตนเองค่ะ 

พี่แอนน์ : ถามแบบขำๆ หมอด้านไหนรวยที่สุด 
แพร : หมอที่รู้จักใช้เงินเป็นค่ะ 

พี่แอนน์ : การสอบแพทย์ของกสพท.นี้แพรคิดว่าระบบแบบนี้ดีไหมในการสอบเป็นหมอ 
แพร : ไม่มีความคิดเห็นค่ะ


พี่แอนน์ : อยากฝากอะไรถึงผู้เกี่ยวข้องไหมหรือการออกข้อสอบคล้ายกลั่นแกล้งหรือป่าว 
แพร : ไม่มีค่ะ 

พี่แอนน์ : ถ้าน้องที่ต้องการอยากเรียนหมอควรเตรียมตัวยังไงบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างเนิ่นๆ ไหมคะ 
แพร : ให้วางแผนการอ่านหนังสือให้ดี ทำข้อสอบเก่ามากๆ เขียนโน๊ตย่อช่วยจำออกมา เอาไว้อ่านวันใกล้ๆสอบ 

พี่แอนน์ : ควรเน้นวิชาใดวิชาหนึ่งไหม 
แพร : ก็ไม่ควรมากไป แต่ถ้าวิชาไหนถือว่าเก็บคะแนนให้เราก็ควร แต่อย่าทิ้งวิชาที่ทำไม่ได้ทั้งหมด ให้ทำอย่างน้อยๆก็พอผ่าน ถ้าทิ้งควรทิ้งเป็นเรื่องสำหรับเรื่องที่ไม่ไหวจริงๆ ทำไปรังแต่จะทำให้เสียเวลาเปล่า 

พี่แอนน์ : มีจุดมุ่งหมายในชิวิตอย่างไร 
แพร : ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไปพบกับโลกกว้าง 

พี่แอนน์ : แพรคิดอย่างไรกับการเรียนกวดวิชา 
แพร : ก็ถือว่าช่วยได้มากส่วนหนึ่ง แต่เราก็ต้องนำกลับมาทวนและทำความเข้าใจด้วยตัวเองด้วย และที่โรงเรียนก็ห้ามทิ้ง เพราะอาจารย์ก็สอนในหลายๆสิ่งที่แพรไม่รู้ และหาไม่ได้จากที่อื่น และช่วยฝึกทักษะด้วย 

พี่แอนน์ : ทำไมถึงตัดสินใจมาเรียนที่ดาว้องก์คะ 
แพร : รู้จัก เพราะพี่สาวเรียน แล้วว่าช่วยได้มาก จึงตามมาเรียนด้วย 

พี่แอนน์ : เรียนดาว้องก์คอร์สไหน/สาขาใด 
แพร : Turbo สาขาขอนแก่น 

พี่แอนน์ : แพรเรียนสาขาคิดว่าอาจารย์ตัวจริงกับในจอเหมือนกันมั้ย 
แพร : ก็เหมือนกันมากค่ะ แต่พอเห็นตัวจริงก็ถึงกับตะลึงอยู่เหมือนกันค่ะ 

พี่แอนน์ : ฝากถึงน้องๆ เกี่ยวกับการเรียนหรือการดูหนังสือการสอบในปีหน้านิดนึง 
แพร : สู้ๆนะคะ อย่าท้อ ให้คิดถึงวันที่ประกาศผลแล้วมีชื่อเราไว้ มันจะช่วยเป็นกำลังใจที่ดีมากๆค่ะ 

  
 

   
 


 

loading
loading
เพิ่มในกระเป๋าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
พริ้ง
×
สวัสดีค่ะ มีข้อเสนอแนะหรือคำถาม ฝากส่งผ่าน "พริ้ง" ได้เลยนะคะ
ถาม "พริ้ง"
×