บทสัมภาษณ์ที่ 1 ประเทศ วิชาภาษาไทย ENT' ประจำเดือน มีนาคม ปี 2547
 22 กรกฎาคม 2562 16:14:03

                                       คุยกับคนเก่ง (สาธิมา อิทธิสัญญากร) 
                                       ที่ 1 ประเทศ Ent'ภาษาไทย มีนา 47

 

อีกครั้งที่ประวัติศาสตร์จะต้องจารึก กับความสำเร็จครั้งล่าสุดของคนเก่งดาว้องก์ น้องสา สาธิมา อิทธิสัญญากร จากสาขาเยาวราช ที่ได้คะแนนวิชาภาษาไทยเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ 84 คะแนน ในการสอบเอนทรานซ์ รอบมีนาคม 47 ที่เพิ่งจะผ่านพ้นมา ก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปเป็นเฟรชชี่ในรั้วมหาวิทยาลัย เราน่าจะไปทำความรู้จักมักจี่กับเค้าซักนิดนึง

พี่บี : รู้สึกชื่อเล่นจะมีสองชื่อใช่มะ 
สา : จริงๆชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ชื่อแป้งค่ะ แต่อยู่โรงเรียนชื่อจริงคือ สาธิมา เพื่อนก็เลยเรียกย่อๆว่าสาค่ะ

พี่บี : ชอบชื่อไหนมากกว่ากัน 
สา : ก็ชอบทั้งสองชื่อค่ะ ในหมู่เพื่อนๆชื่อสาก็แสดงความเป็นตัวตนของเราดี ส่วนอีกชื่อนึงคุณแม่ตั้งให้ก็ต้องชอบสิคะ

พี่บี : ที่บอกว่าเป็นตัวตนของเราดี ถ้างั้นตัวตนของสาเป็นยังไง 
สา : ตัวตนที่แท้จริงไม่ใช่เด็กเรียนเลยค่ะ ค่อนข้างขี้เล่นด้วยซ้ำ แต่คือเวลาเรียนจะตั้งใจเรียนไงคะ

พี่บี : จบมาสายอะไร 
สา : ศิลป์ฝรั่งเศสค่ะ

พี่บี : GPA เท่าไหร่ 
สา : 3.69 ค่ะ

พี่บี : ท่าทางจะเป็นเด็กกิจกรรม 
สา : ค่ะ

พี่บี : ทำอะไรบ้าง 
สา : ส่วนใหญ่จะเป็นพวกไปแข่ง แข่งแต่งกลอนหรือพวกบทสนทนาฝรั่งเศส คือหมวดภาษาจะส่งไปแข่ง

พี่บี : แสดงว่าต้องเก่งภาษา ชอบวิชาอะไรมากที่สุด 
สา : อังกฤษกับฝรั่งเศสค่ะ

พี่บี : คะแนนเอนท์สองวิชานี้ก็เกิน 90 ด้วย เท่าไหร่นะสา 
สา : อังกฤษได้ 96 ฝรั่งเศสได้ 93.75 ค่ะ

พี่บี : แค่สองวิชา คะแนนรวมกันก็จะเอนท์ติดอยู่แล้วเนอะ แล้วตอนที่สาเรียนภาษาไทยที่โรงเรียน สารู้สึกยังไงกับวิชานี้ 
สา : ก็เรื่อยๆ เรียนสบายๆ ไม่เคร่งเครียดอะไร แต่ว่าตอนเอนท์ครั้งแรกที่ได้คะแนนไม่ค่อยดีเพราะว่ายังจับแนวข้อสอบไม่ได้

พี่บี : ครั้งแรกได้ภาษาไทยเท่าไหร่ 
สา : 63 ค่ะ

พี่บี : ครั้งที่สองได้ 84 ขึ้นมา 21 แต้ม ตกใจมั้ย 
สา : ตกใจค่ะ

พี่บี : คิดมั้ยว่าตัวเองจะได้ 
สา : ไม่คิดค่ะ คิดว่า 70 กว่าๆก็ยังดี แต่เคยแอบหวังนะว่าอยากได้ภาษาไทยเกิน 80 เพราะว่าที่โรงเรียนก็ทำภาษาไทยได้ดีตลอด

พี่บี : คิดว่าข้อสอบง่ายขึ้น หรือว่าเรามีความพร้อมมากขึ้น 
สา : คิดว่าพร้อมมากขึ้นค่ะ เพราะว่าข้อสอบเอนท์คิดว่าเฉลี่ยความยากง่ายก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่

พี่บี : ถ้างั้นสรุปว่ายากหรือง่าย 
สา : ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ รอบแรกไม่ค่อยได้อ่านอะไรมาก เอาของดาว้องก์เก่าๆมาเปิดดู แล้วก็เอาข้อสอบเก่ามานั่งทำ แต่ตอนนั้นยังจับจุดไม่ถูกอ่ะค่ะ แต่พอมารอบสองอ่านสรุป mini thai book นั่งอ่านตั้งสองรอบก่อนเอนท์

พี่บี : ก็คือการทำข้อสอบเก่าๆมันช่วยได้เยอะ 
สา : ค่ะ ทำให้จับแนวข้อสอบได้

พี่บี : ก่อนสอบเตรียมตัวยังไง 
สา : เคลียร์สมองให้ว่าง ไม่เครียดอะไรเลย แล้วก็เอา mini thai book มาอ่านก่อนรอบนึง พอมีเวลาเหลือก็จะเอาข้อสอบเก่ามานั่งทำ ถ้าตรงไหนผิดเราก็จะเอาเฉลยมาดูว่าเราผิดเพราะอะไร แล้วคืนวันก่อนสอบก็เอา mini thai book มาอ่านอีกรอบนึง

พี่บี : รู้สึกขาดไม่ได้เลยนะ mini thai book เนี่ยะ 
สา : ค่ะ ออกมารู้สึกตรงเผงๆ สุดยอดคัมภีร์ค่ะ

พี่บี : ตอนสอบ สอบที่ไหน 
สา : สอบที่จุฬาฯค่ะ

พี่บี : ตอนสอบบรรยากาศเป็นไง ตื่นเต้นมั้ย 
สา : พยายามไม่เครียด ไม่เกร็ง สบายๆเข้าไปก็ตั้งสมาธิดีๆ แล้วก็ลุยเลย

พี่บี : สองชั่วโมงทำทันมั้ย 
สา : ทันค่ะ เสร็จก่อนเวลาด้วย ทำชั่วโมงครึ่งพอดีเป๊ะเลยค่ะ แล้วคือเค้าบอกว่า ชั่วโมงครึ่งส่งได้ เราก็เลยส่งได้พอดี

พี่บี : แสดงว่าเราตัดสินใจแล้วกาเลย ไม่ลังเล 
สา : คือเคยผิดพลาดมาแล้วจากรอบแรก คือไทย สังคมยิ่งคิดมากยิ่งผิดค่ะ เคยแบบบางทีกาข้อถูกไปแล้ว เฮ้ย..มาคิดอีกที ใช่หรือเปล่า พอไม่แน่ใจมาแก้ปุ๊บ มันก็เริ่มมั่วแล้ว ปรากฏว่าไอ้ข้อที่เลือกตอนแรกคือข้อถูก

พี่บี : เวลาทำจะไม่ค่อยเว้น 
สา : ไม่เว้นเลยค่ะ เพราะยิ่งลังเลยิ่งผิด บทเรียนจากครั้งแรกค่ะ

พี่บี : คิดว่า part ไหนที่เราโกยคะแนนได้มากสุด 
สา : โกยเหรอคะ หลักภาษาค่ะ

พี่บี : น่าจะได้เต็ม 
สา : ค่ะ

พี่บี : แล้วตรงไหนที่เสียคะแนน 
สา : น่าจะเป็นที่ให้อ่าน แล้วตีความจะงงๆ

พี่บี : เวลาเรียนภาษาไทยชอบเรียนเรื่องอะไร 
สา : ตอนเรียน จริงๆไม่ค่อยชอบเรียนหลักภาษานะคะ ชอบเรียนพวกวรรณคดี สนุกกว่า

พี่บี : สาคิดว่าทำไมวิชาไทย สังคมถึงไม่มีคนได้ 100 เต็มเหมือนวิชาอื่นๆ 
สา : มันเหมือนกับเราเดาใจคนออกข้อสอบไม่ถูก ตรงที่เป็นวิเคราะห์อ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าคนออกข้อสอบเค้าคิดยังไง แล้วก็เนื้อหาไม่สามารถอ่านครอบคลุมได้หมด โดยเฉพาะสังคมอ่ะค่ะ เพราะว่าสังคมมันเป็นเรื่องทั่วๆไป เอาอะไรมาออกก็ได้

พี่บี : จะเอาคณะอะไรเนี่ยะ 
สา : อักษร จุฬาฯค่ะ

พี่บี : มีไปบนที่ไหนมาบ้างรึเปล่า 
สา : ก็มีบนบ้าๆบอๆ เช่นถ้าติดมหาลัยไหนก็จะทำผมตามสีของมหาลัยนั้น

พี่บี : ล่าสุดก็เห็นทำไปแล้วหนิ สีเจ็บปวดมาก สีอะไรนะ 
สา : สีทองค่ะ

พี่บี : เชื่อมั้ยว่าข้อสอบรั่ว 
สา : อันนี้หนูก็ไม่ทราบเหมือนกัน

พี่บี : ถ้าต้องสอบใหม่ล่ะ 
สา : ให้สอบใหม่ก็พร้อมค่ะ ก็เราทำได้มาแล้ว จะทำอีกครั้งเป็นไรไป

พี่บี : สปิริตสูงส่งมากน้องเอ๋ย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้นั่งข้างเจเรมี่ตอนที่เรียนดาว้องก์ 
สา : คือตอนที่สามาเรียนวันแรก ก็ประมาณอาทิตย์ที่สามแล้วอ่ะค่ะ แล้วที่นั่งหนูมีคนนั่งไปแล้ว เจเรมี่เค้าก็เลยบอกว่าข้างๆเราว่าง มานั่งสิ ตอนแรกก็ไม่รู้อะไร ก็เลยไปนั่ง

พี่บี : แล้วเป็นไง 
สา : ก็คนอื่นเค้าก็คงคิดว่า เฮ้ย..เป็นแฟนกันรึเปล่า ทำไมมันถึงทนนั่งอยู่ด้วยกันได้ แรกๆไม่รู้เลยค่ะ มองโลกในแง่ดีมาก หลังๆถึงมารู้ว่า ตายแล้ว..! ชั้นมานั่งที่อันตราย

พี่บี : นั่งได้นานมั้ย 
สา : หนูก็นั่งไปเรื่อยๆ แต่จะว่าไปเค้าก็น่ารักนะคะ เพราะเค้าเห็นว่าเรามาเรียนช้ากว่าคนอื่น เค้าก็แบบ เออเนี่ย..จดของอาทิตย์ก่อนๆดูสิ ก็เลยจดต่อจากเค้า ก็คือช่วยเหลือกันเรื่องจดเลคเชอร์

พี่บี : เห็นมะ ว่าเจเรมี่เค้าก็เป็นคนที่มีน้ำใจ โปรดอย่าได้รังแก แล้วสารู้ได้ยังไงว่าเราได้ที่หนึ่งภาษาไทย 
สา : เปิด net ค่ะ ใน web board ที่เล่นประจำ คือมีคนเค้าเอามาลง ก็เห็นว่าสูงสุดไทยคราวนี้คือ 84 เฮ้ย..เรานี่หว่า แล้วตอนแรกก็ไม่คิดว่าอังกฤษกับฝรั่งเศสจะขึ้นได้อีก เพราะว่าทิ้งไปแล้ว รอบสองนี่คือกระหน่ำไทย สังคม แต่ปรากฏมันขึ้นทุกวิชา อุ๊ยตาย..จริงเหรอเนี่ย มานั่งบวกคะแนน มันขึ้นตั้งเยอะ ขึ้นมา 47 คะแนนจากรอบแรก

พี่บี : รู้ใช่มะว่าที่หนึ่งเรามีรางวัลให้ 
สา : รู้ค่ะ

พี่บี : แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร 
สา : ค่ะ

พี่บี : ก็จะเป็นโล่เกียรติยศ แล้วก็ทุนการศึกษา ได้ทุนตรงนี้ไป จะจัดการกับมันยังไงดี 
สา : ก็คงฝากธนาคารไว้ส่วนนึง แล้วก็อีกส่วนนึงคงใช้เป็นค่าเทอมอ่ะค่ะ

พี่บี : อย่าลืมแบ่งส่วนนึงเอาไว้ทำสีผมด้วยนะ 
สา : (หัวเราะ) ไปประตูน้ำซื้อสีมาทำเอง ถูกกว่าเยอะค่ะ

พี่บี : ทำสีผมแรงๆที่บ้านไม่ว่าเหรอ 
สา : ไม่ว่าค่ะ ที่บ้านเปิดกว้างอยู่แล้ว

พี่บี : สาเรียนดาว้องก์กี่คอร์ส 
สา : มาเริ่มเรียนตั้งแต่ตอนม.5 เทอม 1 แล้วก็เทอม 2 ช่วงsummer ที่เป็นคอร์สม.6 เทอม 2 แล้วก็ intensive 2 ก็สี่คอร์สค่ะ

พี่บี : สี่คอร์สนี่ค้นพบอะไรบ้าง 
สา : อาจารย์สอนดี มีเทคนิคการจำ ลูกเล่นแพรวพราว ไม่เบื่อ ไทย สังคมจะเรียนให้สนุกนี่มันยากนะคะ แต่อาจารย์สอนได้แบบว่าจำแม่นมาก

พี่บี : มาเรียนกับเพื่อนเยอะมั้ย 
สา : มาคนเดียวตลอดค่ะ

พี่บี : ถึงได้ต้องมานั่งข้างเจเรมี่ไง สา มีพี่น้องกี่คน 
สา : เป็นลูกคนเดียวค่ะ

พี่บี : แนะนำน้องๆเกี่ยวกับการทำข้อสอบนิดนึง 
สา : ก็ถ้าเป็นเทคนิคของหนู ก็ขอแนะนำว่าอย่าเครียดจนเกินไป เครียดเกินไปมันจะเสียทั้งสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ก่อนสอบพยายามผ่อนคลาย รักษาสุขภาพให้มากๆ

พี่บี : เนี่ย..อีก 6 คะแนนก็จะได้ปั้นรูปปั้นแล้วนะ 
สา : (หัวเราะ)

พี่บี : อาจารย์เค้าบอกใช่มะ ว่าถ้าไทย สังคมใครได้ถึง 90 จะรังสรรค์ปั้นรูปปั้นให้ 
สา : ค่ะ

พี่บี : สาเรียนอักษร อยากจะเป็นอะไร 
สา : จริงๆอยากเรียนเอกศิลปการละคร

พี่บี : อยากเป็นนักแสดง ? 
สา : อาจจะไม่ถึงกับเป็นนักแสดง แต่ว่าอยากทำงานบันเทิงอ่ะค่ะ แล้วก็ที่เรียนอักษรคือยังอยากเรียนภาษาด้วยอ่ะค่ะ ไม่อยากทิ้ง (อยู่ๆโทรศัพท์สาก็ดังขึ้น) ฮัลโหลๆ สัมภาษณ์อยู่ เดี๋ยวโทรกลับจ้า

พี่บี : เออ..เห็นโทรศัพท์สาดังแล้วนึกขึ้นได้ ว่าสาเป็นคนที่ฝากข้อความเสียงเวลาปิดเครื่องไว้ได้กวนมาก คิดเองใช่มะ 
สา : คิดเองค่ะ

พี่บี : ไหนลองพูดให้ฟังซิ พี่เคยเจออยู่สองแบบ 
สา : จริงๆแล้วจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็จะมีแบบ "ฮัลโหล อะไรนะคะ ที่นี่ไม่มีคนชื่อบ๊อบนะคะ ไม่มีคนผมบ๊อบด้วย มีแต่คนชื่อสาที่ไม่ใช่ผมบ๊อบ ถ้าจะฝากข้อความถึงสา ก็ฝากหลังจากเสียงสัญญาณนะคะ"

พี่บี : เอออันนี้แหละที่ทำให้พี่งงมาก ว่าไอ้บ๊อบนี่มันเป็นใครกัน แล้วรู้สึกจะมีอีกนะ 
สา : อ๋อ..ก็จะมี "ขณะนี้สาสลบเหมือดคาห้องนักบินไปแล้ว เพราะเจอค่าชุด ฝากข้อความหลังจากเสียงสัญญาณ"

พี่บี : อันนี้พี่งงมากๆเลย ไม่เข้าใจว่าค่าชุดคืออะไร 
สา : คือมันจะเป็นการแต่งชุดเลียนแบบการ์ตูน เค้าเรียกว่าคอสเพลย์อ่ะค่ะ ย่อมาจากคอสตูมเพลย์ เพื่อนๆที่ดาว้องก์ก็เล่นคอสเพลย์กันเยอะนะคะ คือมันจะเป็นกิจกรรมที่เป็นเทร็นด์ใหม่ของวัยรุ่นตอนนี้อ่ะค่ะ สาก็เลยตัดชุดเลียนแบบการ์ตูนญี่ปุ่นที่เป็นนักบิน ค่าชุดมาทีนึงก็..นะคะ สลบไปเลย สั่งตัดแบบบ้าระห่ำ ทีนึงก็สี่ชุด

พี่บี : เราไม่รู้เรื่องเลยหวะ กำลังฮิตเลยเหรอ 
สา : ค่ะ เค้ามีจัดงานถี่ขึ้นเรื่อยๆ สาก็รวมทีมกันกับเพื่อนๆ แล้วก็ไปสั่งตัดชุดที่ประตูน้ำ เพราะค่อนข้างถูก

พี่บี : คือเรามีแบบให้เค้า 
สา : ค่ะ วาดแบบไป หรือไม่ก็พริ้นท์แบบการ์ตูนไป

พี่บี : สาเคยแต่งตัวเป็นอะไรบ้าง 
สา : เยอะมากค่ะ อย่าให้ไล่เลยค่ะ จำไม่ไหว หนูเล่นมาตั้งแต่ม.2 อ่ะค่ะ แล้วอยู่ในวงการหนูจะใช้นามแฝงว่า "ไอสะ" AI-SA แต่จริงๆแล้วที่มาคือเพื่อนๆเรียก "ไอ้สา"

พี่บี : คู่กับ "ไอ้ฟัก" เหมาะกันมาก / สาชอบฟังเพลงแนวไหน 
สา : เพลงฟังได้ทุกแนวค่ะ แต่ถ้าร้อง ตอนป.4 พี่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องสาเค้าชอบฟังคลาสสิค โอเปร่าอะไรเงี้ยค่ะ ตอนนั้นฟัง THE PHANTOM แล้วติดใจไปหาซื้อมาฟังบ้าง THE PHANTOM OF THE OPERA เพราะจังเลย หัดร้องตาม ก็เลยร้องได้ตั้งแต่ป.4 และหน้าที่ที่โรงเรียนก็จะเป็นคนร้องนำเพลงชาติทุกเช้า ตอนม.ปลาย

พี่บี : ยังงี้ก็มาสายไม่ได้นะสิ เพราะเดี๋ยวธงชาติจะไม่ได้ขึ้นสู่ยอดเสา คิดจะไปประกวดร้องเพลงกับเค้าบ้างมั้ย First Stage Show อะไรยังเงี้ย 
สา : คิดเหมือนกันค่ะ ถ้ามีโอกาสก็ดี

พี่บี : เพราะเราก็อยากจะทำงานในวงการบันเทิงอยู่แล้วด้วย ถ้ามีโอกาสก็น่าจะดีเนอะ เผื่อจะได้เป็นนักร้องดัง โกอินเตอร์แบบ อมิตา ไง จริงๆแล้วสาเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเยอะนะ โดยเฉพาะเรื่องของภาษา สาพูดได้กี่ภาษา 
สา : เอาที่พูดได้ แบบไม่มั่วจริงๆนะคะ ก็อย่างที่เรียนอ่ะค่ะ อังกฤษ ฝรั่งเศส

พี่บี : แอบรู้มาว่ามีอิตาเลี่ยนด้วย 
สา : อิตาลี คือตอนเด็กๆไปบ่อยค่ะ ก็เลยพอจำติดๆมาบ้างนิดหน่อย แต่นานแล้วค่ะ เจ็ดปีแล้ว ลืมแล้ว

พี่บี : ไปอยู่มานานมั้ย 
สา : ไปเที่ยวทีก็อยู่สองอาทิตย์ แต่ไปค่อนข้างบ่อย

พี่บี : ทำไมถึงชอบไปแต่อิตาลีล่ะ 
สา : คือที่บ้านชอบไปค่ะ ช่วงนั้นตอนที่ค่าเงินยังไม่ตก ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยมาก แล้วก็ภาษาญี่ปุ่นนี่ ก็ตอนม.4 เล่นเกมภาษาญี่ปุ่น มั่วไปมั่วมาจนอ่านออก หลังๆเวลาดูการ์ตูนก็จะดูเป็น sound track หมดเลย ก็เลยพอฟังพูดได้นิดหน่อย

พี่บี : ช่างมีพรสวรรค์ในเรื่องภาษาจริงๆ คิดดู มั่วไปมั่วมาจนพูดได้ 
สา : จะว่าไปก็คือได้มาทางสายเลือดค่ะ จากทางคุณแม่แล้วก็คุณยาย คือคุณยายอพยพมาจากเมืองจีนตอนสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นคนจีนที่เก่งมาก อยู่เมืองไทยเดือนเดียวพูดไทยปร๋อเลยค่ะ ใครแอบด่ารู้หมดเลย (หัวเราะ) ส่วนคุณแม่ก็จะเก่งภาษาเหมือนกัน สมัยเรียนเรียนคุณแม่เรียนสายวิทย์ แต่คะแนนชนะสายศิลป์นะคะ

พี่บี : ขออนุญาตถามนิดนึงสิ ที่บ้านสาทำเกี่ยวกับอะไรจ๊ะ 
สา : คุณพ่อเปิดบริษัทที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการศึกษาต่อต่างประเทศ เฉพาะที่ใช้ภาษาอังกฤษนะคะ ส่วนคุณแม่ทำงานที่ธนาคารเอเชีย สำนักงานใหญ่ แผนกต่างประเทศค่ะ

พี่บี : ทุกคนต้องใช้ภาษากันหมดเลย เอาล่ะให้สาฝากถึงอาจารย์ปิงดีกว่า 
สา : รักอาจารย์มากๆเลยค่ะ รู้สึกว่าครั้งนี้ที่คะแนนไทย สังคมขึ้นได้ รวมกัน 30 กว่าแต้ม บุญคุณอาจารย์เลยค่ะ เพราะตอนทำข้อสอบนี่ นึกถึงหน้าอาจารย์ แล้วเสียงอาจารย์ก็จะลอยมา ข้อความตอนที่สอนตอนนั้นก็จะลอยมา อ๋อ..อันนี้ใช่ อาจารย์เคยพูด ก็ขอให้อาจารย์ชี้นำ เป็นแสงสว่างให้กับเด็กเอนท์ต่อไปเรื่อยๆ รักอาจารย์มากๆเลยค่ะ

พี่บี : อาจารย์ก็รักหนูจ้ะ (ขอพูดแทนอาจารย์)

*** และแล้วเมื่อเวลาผ่านไป ผลเอนท์อย่างเป็นทางการก็ประกาศออกมาแล้วว่า...สาติดอักษร จุฬาฯ***
loading
loading
เพิ่มในกระเป๋าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
พริ้ง
×
สวัสดีค่ะ มีข้อเสนอแนะหรือคำถาม ฝากส่งผ่าน "พริ้ง" ได้เลยนะคะ
ถาม "พริ้ง"
×