บทสัมภาษณ์ที่ 1 ประเทศ วิชาสังคม (O-NET) ปี 2551
 22 กรกฎาคม 2562 14:20:18

                        น้องกุ๋งกิ๋ง: กัญญานันท์ สังข์หล่อ (ที่ 1 ประเทศ วิชาสังคม o-net ปี 51)

 

ตอนที่พี่สัมภาษณ์น้องกุ๋งกิ๋งผลยังไม่ประกาศออกมาว่าใครติดคณะอะไร มารู้อีกทีน้องกุ๋งกิ๋งแอบไปติดอักษรศาสตร์จุฬาฯ ซะแล้ว หนำซ้ำยังได้เป็นที่หนึ่งของสายศิลป์อีกต่างหาก ยังไงพี่ๆ ก็ขอแสดงความยินดีกับน้องกุ๋งกิ๋งด้วยนะคะที่สมหวังกับคณะที่อยากเรียน ในอนาคตข้างหน้าวงวรรณกรรมจะมีดาวอีกดวงที่มีความสามารถด้านการแปลมาประดับวงการอีกหนึ่งดวง

พี่แอนน์ : แนะนำตัวเลยค่ะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : สวัสดีค่ะ ชื่อ กัญญานันท์ สังข์หล่อ หรือน้องกุ๋งกิ๋ง เรียนอยู่ที่โรงเรียนราชินีบน สายศิลป์-ฝรั่งเศสค่ะ

พี่แอนน์ : ทราบได้อย่างไรว่าเราได้คะแนนอันดับหนึ่งของประเทศวิชาสังคม O-net 
น้องกุ๋งกิ๋ง : มีเพื่อนโทรมาบอกค่ะ ที่จริงหนูก็รู้คะแนนแต่ไม่ได้คิดอะไร หนูยุ่งอยู่กับคะแนนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า พอดีเพื่อนแวะเข้าไปที่สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติมา เค้าบอกว่ารู้มั๊ยว่าได้คะแนนท๊อปของประเทศนะ

พี่แอนน์ : ความรู้สึกของน้องกุ๋งกิ๋งเป็นยังไงบ้างคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อ ถึงแม้ว่าคะแนนที่ได้มาก็เยอะ แต่ข้อสอบก็ยากนะ พอตอนเย็นหนูก็เช็คเองถึงได้เชื่อค่ะ

พี่แอนน์ : คุณพ่อ-คุณแม่และตัวน้องกุ๋งกิ๋งดีใจไหม 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ก็ดีใจค่ะ ตอนแรกก็ประหลาดใจค่ะ เพราะไม่คิดว่าจะได้

พี่แอนน์ : ตอนทำข้อสอบน้องกุ๋งกิ๋งมีความมั่นใจไหมว่าเราจะได้ท๊อปประเทศ หรือทำแค่ให้คะแนนพอเข้ามหาวิทยาลัยได้ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ทำเพื่อให้เข้าคณะที่เราต้องการเข้ามากกว่าค่ะ ขอให้ได้คะแนนดีก็พอไม่ถึงกับต้องได้ที่หนึ่ง ขอให้เข้าคณะที่เราต้องการได้ หรือทำคะแนนวิชาที่มีเปอร์เซ็นต์เข้าคณะให้ได้ดีค่ะ

พี่แอนน์ : คือเราไม่ได้คิดว่าเราจะได้ที่หนึ่งของประเทศ หรือว่ามีแอบหวังบ้างนิดหน่อย 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ก็มีคิดเล่นๆ นะคะ แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้วิชาสังคม เพราะว่าหนูไม่ค่อยถนัด แล้วข้อสอบปีนี้ไม่เหมือนข้อสอบปีก่อนๆ เลยค่ะ

พี่แอนน์ : ข้อสอบเป็นอย่างไร 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ถ้าเป็นO-net ข้อสอบก็ออกตามที่เรียนมา แต่เจาะลึกมากโดยเฉพาะภูมิศาสตร์ เราต้องรู้ให้ละเอียดจริงๆ ถึงทำข้อสอบได้

พี่แอนน์ : ข้อสอบสังคม O- net กับA-net อะไรยากกว่ากันคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : A-net ยากกว่า เพราะว่า O-net ออกที่เราเรียนมา อย่างน้อยเรายังนึกออกว่าเคยอ่านผ่านมาแล้ว แต่ A-net ออกเป็นความรู้รอบตัวมากกว่า พวกกฎหมายบางทีเราไม่เคยอ่านผ่านมาก่อนต้องเป็นคนที่รอบรู้จริงๆ ถึงทำคะแนนได้ดีค่ะ

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งเลือกคณะอะไรบ้างคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : อันดับ 1. อักษรศาสตร์จุฬาฯ 2. ก็ศิลปาศาสตร์ธรรมศาสตร์ 3. รัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจุฬาฯ และ 4. รัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศธรรมศาสตร์ค่ะ

พี่แอนน์ : อักษรศาสตร์กับรัฐศาสตร์มันคนละแนวกันหรือเปล่าคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ไม่นะคะ จริงๆ ถ้าไม่ได้อักษรฯ ก็อยากเรียนรัฐศาสตร์ เพราะว่าหนูก็สนใจอยู่เหมือนกัน อีกอย่างถ้าเรียนรัฐศาสตร์ก็ยังได้เรียนภาษาด้วย หนูรู้จากรุ่นพี่มาว่าพอขึ้นปี 3 เค้าจะให้เรียนภาษาที่ 3 เพิ่ม อย่างหนูเรียนภาษาฝรั่งเศสมา ถ้าเรียนรัฐศาสตร์ก็ยังได้เรียนภาษาต่อนะค่ะ

พี่แอนน์ : นี่คือความตั้งใจหรือความฝันของน้องกุ๋งกิ๋งเลยหรือเปล่าที่อยากเรียนทางด้านนี้ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ใช่ค่ะ

พี่แอนน์ : ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือเป็นนักการทูต 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ค่ะ คือหนูชอบที่จะรู้จักผู้คนหลายๆ ประเภท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราต้องติดต่อกับประเทศต่างๆ ซึ่งตรงกับที่หนูชอบค่ะ

พี่แอนน์ : แล้วถ้าคณะที่เราหวังไว้มันไม่เป็นอย่างที่หวังน้องกุ๋งกิ๋งจะทำอย่างไร 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ก็คงเป็นแนวๆ นี้ แต่อาจเป็นมหาวิทยาลัยอื่น และก็คงเป็นด้านภาษาค่ะ

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งเรียนภาษาฝรั่งเศสมาก็จะไม่ทิ้ง ยังเรียนต่อๆ ไป 
น้องกุ๋งกิ๋ง : แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะเรียนเอกภาษาฝรั่งเศสหรือเปล่า คือต้องลองเรียนดูก่อนว่าจริงๆ แล้วเราอยากเรียนด้านไหน แต่คงเรียนภาษาแต่ยังไม่รู้ว่าจะเรียนหนักไปทางภาษาไหนค่ะ

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งยังไม่ทราบว่าการเรียนเค้าเป็นอย่างไรหรือเปล่าคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : มันก็ไม่เชิงนะคะ แต่ยังไม่แน่ใจตัวเองมากกว่าว่าจะถนัดทางด้านไหน

พี่แอนน์ : คือเป็นที่ตัวของเรามากกว่า 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ใช่ค่ะ แต่ก็คือชอบเรียนได้หมด แต่อยากเลือกให้เหมาะกับตัวเองที่สุดค่ะ

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งมีเคล็ดลับในการอ่านหนังสือหรือการเตรียมตัวสอบอย่างไร 
น้องกุ๋งกิ๋ง : อย่างแรกต้องตั้งใจเรียนที่โรงเรียนจะทำให้เราเรียนรู้ได้เร็วเราจะจำได้ และหมั่นทำการบ้าน ถ้ามาเรียนพิเศษอย่างที่ดาว้องก์เวลาอาจารย์สอนก็ให้ตั้งใจเรียน พยายามจำในสิ่งที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ดี ไม่ใช่มาแล้วไม่ตั้งใจเรียนหรือหลับก็ไม่ดี สำคัญเราต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วยค่ะ เวลาอ่านหนังสือต้องพยายามมีสมาธิและต้องให้กำลังใจตัวเองบ้าง เพราะบางทีก็มีท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่สุดท้ายก็หายเหนื่อยความเหนื่อยมันไม่เสียเปล่ามันคุ้มกับการเหนื่อยนะคะ

พี่แอนน์ : สายศิลป์-ภาษาเรียนหนักไหม 
น้องกุ๋งกิ๋ง : เรียนหนักนะคะ โดยเฉพาะฝรั่งเศสที่โรงเรียน แต่ก็เป็นที่ได้เปรียบถ้าคนที่ถนัดด้านนี้แล้วพยายามเรียนไปให้ได้ดีเลย ถึงแม้ว่าจะยากเพราะเป็นภาษาที่เราไม่คุ้นเคย

พี่แอนน์ : เราคุ้นกับภาษาอังกฤษมากกว่าใช่ไหมคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ใช่ค่ะ แต่เราก็ต้องขนขวายมากกว่าภาษาอังกฤษหน่อยและเป็นข้อได้เปรียบของเรา คือถ้าในอนาคตเราได้เรียนต่อเราจะได้ไม่ลืมและอาจเป็นประโยชน์ในการนำไปประกอบอาชีพได้

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งได้ร่วมกิจกรรมอะไรกับทางโรงเรียนบ้าง 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ส่วนใหญ่ก็เป็นกิจกรรมทั่วไปที่ทุกคนทำค่ะ เช่น กีฬาสีที่ทุกคนต้องร่วมอยู่แล้ว หนูก็ร่วมเพราะทำให้เราได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น อย่างเพื่อนบางคนเราอาจไม่เคยได้พูดกันเลย แต่พอมาทำงานตรงนี้ทำให้เราได้พูดคุยกัน ที่โรงเรียน ม.5 จะทำเชียร์กีฬาสี พอขึ้น ม.6 ก็มีทำละครภาษาอังกฤษเราก็ทำงานร่วมกันค่ะ

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งเคยเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปประกวดอะไรไหมคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ก็มีบ้างไปตอบปัญหาวิชาการกับโรงเรียนอื่นเวลาเค้ามีสัปดาห์วิชาการ

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งได้ประสบการณ์อะไรบ้างในการไปแข่งขัน 
น้องกุ๋งกิ๋ง : เราได้เห็นสถานที่ว่าเป็นอย่างไร ทำให้เราได้มุมมองใหม่ๆ เห็นนักเรียนโรงเรียนอื่นเค้าไม่เหมือนโรงเรียนเรา เราก็ได้แง่คิดอะไรใหม่ๆ ว่าคนเรามีอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องยึดติดสิ่งที่โรงเรียนเราเป็น และยังเป็นสิ่งคอยเตือนใจเราว่ายังมีคนอื่นๆ ที่เก่งกว่าเราอีกมาก ยังมีสิ่งที่ให้เราเรียนรู้หรือค้นหาต่อไปอีก บางทีได้รางวัลมาก็ดีใจ แต่ถ้าไม่ได้มันก็เป็นแรงกระตุ้นให้เราขยันหรือสู้ต่อไปอีกเหมือนกันค่ะ

พี่แอนน์ : แล้วที่เราได้ท๊อปของประเทศน้องกุ๋งกิ๋งได้รางวัลอะไรจากคุณพ่อ-คุณแม่ไหม 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ตอนนี้ยังไม่ได้ให้ค่ะ ก็มีไปรับประทานอาหาร แต่คุณยายบอกว่าจะให้รางวัล คือคุณพ่อ-คุณแม่จะไม่เน้นการให้รางวัลตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ถ้าทำคะแนนได้ดีท่านก็ดีใจด้วย

พี่แอนน์ : เหมือนเราทำก็เพื่อตัวของเราเองมากกว่า 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ใช่ค่ะ ถามว่าตอนนี้อยากได้รางวัลอะไรมั๊ยก็ไม่อยาก มันเหมือนผลพลอยได้ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นการทำเพื่อตัวเอง เราก็รู้นะว่าท่านก็ดีใจ เพื่อนๆ ก็ดีใจ คุณครูที่โรงเรียนเราก็ดีใจด้วยค่ะ

พี่แอนน์ : โรงเรียนราชินีบนมีอักษรย่อ/ สี และคติพจน์อย่างไรคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : อักษรย่อก็ ส.ผ. เป็นพระนามย่อของสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ส่วนสีก็น้ำเงิน-ชมพูค่ะ คติพจน์ก็คือ จงรักษาความดีอย่างเกลือรักษาความเค็ม

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งมีคติประจำใจไหม 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ก็มีหลายอย่างนะคะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อย่างบางเวลาเราต้องการกำลังใจ บางเวลาก็ต้องกดดันตัวเอง แต่ที่หนูจำไว้คือเราลิขิตชีวิตตัวเอง เราอยากได้อะไรก็ต้องทำ ไม่มีใครมาหยิบยื่นอะไรให้เราง่ายๆ ถ้าเราอยากได้อะไรเราก็ต้องไขว่คว้าหามาเอง

พี่แอนน์ : ที่ว่าต้องกดดันตัวเองน้องกุ๋งกิ๋งกดดันเรื่องอะไรคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : เวลาเราขี้เกียจ หนูชอบกดดันตัวเองบ่อยๆ ซึ่งมันก็ไม่ดี แต่ก็ทำให้เราขยันได้อยู่เสมอ เพราะว่ามันก็ขี้เกียจกันได้ แต่ถ้าเรามัวแต่สบายๆ ตามใจตัวเองมันไม่ได้อะไรขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนมัธยมปลายเป็น 3 ปีที่เราต้องขยันที่สุด ยิ่งตอนเรียน ม.6 ถ้าเราต้องการเข้ามหาวิทยาลัยที่ดี เข้าคณะที่เราต้องการ มันทำให้เราต้องกดดันเพื่ออนาคตของเราเองค่ะ

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งมาเรียนดาว้องก์ตอนไหนและสาขาอะไรคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : สาขาวิสุทธิกษัตริย์ มาเรียนตอนปิดเทอมก่อนขึ้น ม.6 คอร์ส Intensive แล้วตอนปิดเทอม ม.6 ช่วงเดือนตุลาคมก็มาเรียนคอร์ส Turbo ค่ะ

พี่แอนน์ : ระหว่างคอร์ส Intensive กับ Turbo คอร์สไหนเรียนหนักกว่ากันคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : คอร์ส Intensive เรียนหนักกว่าและยาวกว่าเยอะค่ะ ก็แล้วแต่คนว่าเราพร้อมแค่ไหน ถ้าอย่างคนที่อ่านหนังสือเองได้ คิดว่าพร้อมแล้วก็เรียนคอร์ส Turbo ก็ได้ เพราะเน้นโจทย์มากกว่า แต่ Intensive เป็นเนื้อหาเหมาะกับคนที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือแล้วมาเรียน เมื่อเรียนแล้วกลับไปอ่านมันก็จะเป็นเหมือนการทวนทำให้เราจำได้ค่ะ

พี่แอนน์ : ได้อะไรจากการเรียนดาว้องก์บ้าง 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ดาว้องก์ทำให้เรามีระบบในการอ่านหนังสือมากขึ้น เพราะว่าเราเรียน 3 ปีมันค่อนข้างกระจาย อย่างสังคมก็เรียนสัปดาห์ละ 3-4 คาบ แค่นิดหน่อย บางทีเราก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอ่านหนังสือตรงไหน แต่พอมาเรียนมันเป็นเหมือนการเรียนที่รวบรัดและสรุปมากขึ้น เป็นเหมือนการมาเรียนทวนอีกครั้ง ทำให้เรารู้ว่าอะไรเป็นจุดที่เราถนัดหรือไม่ถนัด อะไรที่เราควรไปศึกษาเพิ่มและได้วิธีการจำ วิธีการวิเคราะห์โจทย์จากอาจารย์ปิงค่ะ

พี่แอนน์ : ทำไมน้องกุ๋งกิ๋งถึงเลือกเรียนพิเศษที่ดาว้องก์ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ก็เพื่อนๆ เรียนกันเยอะค่ะ และก็ได้ยินว่าอาจารย์ปิงสอนดี มีสาขาเยอะทำให้สะดวกในการเดินทางด้วยค่ะ

พี่แอนน์ : น้องกุ๋งกิ๋งมีคำแนะนำอะไรสำหรับน้องๆ ในการเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบไหม 
น้องกุ๋งกิ๋ง : อย่างแรกคือต้องตั้งใจเรียนที่โรงเรียน พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าเรียนพิเศษก็เลือกแผนที่เหมาะสมกับแผนที่เราเรียนอยู่ และพยายามศึกษาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการเป็นสิ่งที่เราทำได้มั๊ย ถ้าทำได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องคิดเลือกสิ่งอื่นแทน เราต้องมีการปรับเปลี่ยนด้วย ต้องให้กำลังใจตัวเอง และอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอไม่ต้องอ่านมาก อย่างหนูก็ไม่ใช่คนอ่านหนังสือเยอะแต่หนูอ่านบ่อย เราอาจจัดตารางการอ่านให้เหมาะกับตัวเอง ที่สำคัญเป็นเด็กดีของคุณพ่อ-คุณแม่ เป็นนักเรียนที่ดีของคุณครู หนูเชื่อว่าความดีจะส่งผลตอบแทนเราเองค่ะ

พี่แอนน์ : มีอะไรฝากถึงอาจารย์ไหมคะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : อยากขอบคุณอาจารย์ปิงที่ทุ่มเทให้กับการสอนทุกครั้ง เทปๆ หนึ่งก็นานนะคะ อย่าง Intensive เนี่ย 5 ชั่วโมง ก็นั่งเรียนกัน แล้วอาจารย์ปิงก็เต็มที่กับการสอนตลอดค่ะ ก็ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยคิดมุกเด็ดในการจำให้พวกเรา และมีเทคนิคการสอนที่ทำให้คนที่ไม่ชอบเรียนภาษาไทย-สังคม มีความรู้สึกที่ดีกับวิชาเหล่านี้ได้ เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นในการอ่านหนังสือ ขอบคุณที่อาจารย์คอยให้กำลังใจพวกหนูเสมอมา เพราะอาจารย์ปิงพูดเสมอว่าต้องสู้ ต้องทำให้ได้

พี่แอนน์ : ขอบคุณน้องกุ๋งกิ๋งนะคะ ขอให้สมหวังในคณะที่เลือกเรียนค่ะ 
น้องกุ๋งกิ๋ง : ค่ะ ขอบคุณค่ะ



***เราลิขิตชีวิตตัวเอง***

ความประทับใจดาว้องก์

ตอนที่เรียนสนุกค่ะ เหมือนกับเราดูหนัง ดูโชว์บางอย่างอยู่ ชอบที่อาจารย์เล่าเรื่องที่ไปเที่ยวมาให้ฟัง เหมือนอาจารย์ไปหาข้อมูลแล้วกลับมาเล่าให้นักเรียนฟัง เพื่อให้นักเรียนได้รู้ และขอบคุณถึงความทุ่มเทที่อาจารย์มีให้นักเรียนค่ะ

 

loading
loading
เพิ่มในกระเป๋าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
พริ้ง
×
สวัสดีค่ะ มีข้อเสนอแนะหรือคำถาม ฝากส่งผ่าน "พริ้ง" ได้เลยนะคะ
ถาม "พริ้ง"
×