บทสัมภาษณ์ที่ 1 ประเทศ วิชาภาษาไทย เคลียริ่งเฮาส์ ปี 2555
 19 กรกฎาคม 2562 16:31:55
DAVANCE INTERVIEW

                                                                                                              กัญ : กัญญ์วรา ชุติมาศ (ที่ 1ประเทศวิชาภาษาไทยเคลียริ่งเฮาส์ปี 2555)

 



พี่แอนน์ : ช่วยแนะนำตัวหน่อยค่ะ 
กัญ : ค่ะ ชื่อกัญญ์วรา ชุติมาศ ชื่อเล่นกัญค่ะ เรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนการเรียนภาษา-คณิตฯ ค่ะ 

พี่แอนน์ : ภาษา-คณิตคือ 
กัญ : คือศิลป์-คำนวณฯ ค่ะ (ทำไมถึงเรียกแบบนี้ละคะ) ติดปากค่ะ เพราะที่โรงเรียนถ้าเรียกอย่างเป็นทางการก็เรียกภาษา-คณิตฯ เพราะเรียนทั้งภาษาและคณิตค่ะ (เหมือนศิลป์-คำนวณของโรงเรียนอื่นๆ ใช่ไหมคะ) ใช่ค่ะ 

พี่แอนน์ : คิดอย่างไรที่ได้คะแนนยอดเยี่ยมวิชาภาษาไทยเคลียริ่งเฮาส์ 
กัญ : ดีใจแบบงงๆ ค่ะ เพราะที่เปิดดูคะแนนตอนแรกได้ 90 คะแนนไม่ได้คิดอะไร เพื่อนคนอื่นๆ ก็ได้คะแนนเยอะเหมือนกัน แต่พอไปโรงเรียนเพื่อนเปิดคะแนนให้ดู 90 เยอะสุดก็ตกใจค่ะ
 

พี่แอนน์ : ตอนสอบคาดหวังบ้างไหม 
กัญ : ไม่ได้คิดคาดหวังเลยค่ะ ที่ไปสอบครั้งนี้ไปสอบลองสนามเฉยๆ ค่ะ คือว่าคณะที่อยากเข้าไม่ได้ใช้คะแนนตรงส่วนนี้ด้วย เห็นเพื่อนๆ ไปสอบกันก็สมัครตามเพื่อนค่ะ 

พี่แอนน์ : กับผลที่ออกมาพอใจมากน้อยแค่ไหน 
กัญ : พอใจมากค่ะ เพราะเราอยากทำคะแนนให้ได้เยอะๆ ค่ะ อย่างน้อยครั้งนี้เราก็ทำคะแนนได้ดีนะ ครั้งต่อไปจะได้มีกำลังใจค่ะ 

พี่แอนน์ : มีการเตรียมตัวหรือวางแผนอย่างไรในการสอบบ้างคะ แล้วเตรียมตัวมานานรึยัง 
กัญ : ทั่วๆ ไปก็เตรียมตัวเรื่อยๆ ค่ะ เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ค่อยขยัน แต่เน้นตั้งใจเรียนในห้องมากกว่า อย่างมาเรียนกับ อ.ปิงก็นั่งเรียนในห้องให้เข้าใจไปเลย เพราะคิดว่าเวลาทำอะไรถ้าไม่เข้าใจเราจำผิดมันก็จะผิดแต่ถ้าเราเข้าใจแล้วเราทำให้ถูกมันดีกว่าค่ะ 

พี่แอนน์ : อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการสอบคะ 
กัญ : ช่วงวันเตรียมตัวก่อนสอบค่ะ มันจะรู้สึกตื่นเต้นคิดว่าข้อสอบจะออกมายังไงเป็นช่วงที่วิตกไปต่างๆ นาๆ ถ้าข้อสอบยากจะทำยังไง แต่พอสอบแล้วก็หายค่ะ

พี่แอนน์ : อย่างนี้ได้มีการทำข้อสอบเก่าๆ บ้างไหมคะ 
กัญ : ทำบ้างค่ะ แต่ช่วงที่จะสอบเคลียริ่งเฮาส์ไม่ค่อยเท่าไหร่ มาเน้นช่วงนี้มากกว่าเพราะต้องสอบโอเน็ตค่ะ 

พี่แอนน์ : ข้อสอบภาษาไทยปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง 
กัญ : หนูเชื่อว่าทุกคนตอนที่ทำบอกว่าภาษาไทยทำได้ เพราะว่าแล้วแต่คนคิด ข้อนี้เราอยากตอบอย่างนี้เพราะเราคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้น ผู้พูดอาจแสดงความรู้สึกอย่างนี้ แล้วแต่ว่าใครตอบได้ตรงใจคนออกข้อสอบมากกว่าค่ะ แต่ดีเพราะมันฝึกให้เด็กได้คิด เหมือนสารที่เค้าให้มาต้องการสื่ออะไรกับเราและเราได้อะไรจากตรงนี้บ้าง เป็นการเรียนทักษะภาษาโดยผ่านทางตรรกโดยใช้เหตุผลค่ะ 

พี่แอนน์ : มีความเครียดกับข้อสอบบ้างไหม 
กัญ : มันแล้วแต่วิชาค่ะ อย่างภาษาไทยเคลียริ่งเฮาส์เป็นข้อสอบที่ตัวเองชอบ เพราะแทบไม่มีหลักภาษาเลย มีเป็นราชาศัพท์นิดเดียว นอกนั้นเป็นอ่านบทความแล้ววิเคราะห์ว่าผู้เขียนรู้สึกยังไงหรือใช้กลวิธียังไงค่ะ ซึ่งตัวเองเป็นคนชอบด้านวิเคราะห์อยู่แล้วค่ะ 

พี่แอนน์ : วิชาที่ได้คะแนนดีที่สุดในการสอบเคลียริ่งเฮาส์คือวิชาอะไร 
กัญ : วิชาภาษาไทยค่ะ 

พี่แอนน์ : แล้วถนัดวิชาอะไรที่สุด 
กัญ : จะว่าถนัดก็ไม่เชิง แต่เป็นคนที่ชอบด้านภาษาค่ะ ชอบอ่านหนังสือและเข้าใจได้ลึกซึ้งมากกว่าวิชาอื่น คืออ่านแล้วเข้าใจค่ะ



พี่แอนน์ : เนื้อหาวิชาภาษาไทยส่วนไหนยากสุดแล้วส่วนไหนง่าย 
กัญ : จริงๆ ส่วนที่ชอบหนูคิดว่ามันยากเหมือนกัน ที่ชอบก็อย่างที่ข้อสอบออก การวิเคราะห์ดูว่าเค้าคิดยังไง ให้ข้อคิดอะไร คือหนูคิดว่าการเรียนแบบนี้มันเป็นการเรียนที่ให้เด็กรู้จักคิดมากกว่า ไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำว่าอันนี้เป็นคำสันธาน อันนี้คืออะไรอย่างนี้ค่ะ คือมันท่องๆ ไปถ้าใครจำได้ก็ทำได้ ใครจำไม่ได้ก็ทำไม่ไดก็จบ เหมือนไม่ได้ใช้ความคิดอะไรมาก แต่ตรงนี้ยากอยู่เหมือนกันคือว่าเวลาเราอ่านเราใช้ความรู้สึกของเราอ่าน เราไม่รู้ว่าเค้ารู้สึกยังไงตอนที่ออกข้อสอบ เจ้าของบทความเค้ารู้สึกยังไงจริงๆ มันยากที่จะเดาว่าเค้าเขียนบทความนี้มาเพื่ออะไรค่ะ 

 


พี่แอนน์ : คิดว่าอะไรที่ทำให้เราเป็นเด็กเก่ง 
กัญ : ไม่คิดว่าเป็นคนเก่งค่ะ จริงๆ แล้วมีคนที่เก่งเยอะอย่างเพื่อนๆ ในห้องหรือที่โรงเรียน แต่รู้สึกว่าเป็นคนที่โชคดีตรงที่เราดูหนังสือตรง หรือไปเจอเนื้อหาที่ชอบทำได้มากกว่า อย่างในห้องเพื่อนๆ ได้คะแนนภาษาไทยมากกว่าหนูอีก แต่ครั้งนี้เค้าอาจไปเน้นผิดจุดก็ได้ค่ะ 

พี่แอนน์ : ตอนนี้ติดที่ไหนบ้างหรือยัง 
กัญ : หนูยังไม่ได้ยื่นเลยค่ะ เพราะว่ารอคณะรัฐศาสตร์ ภาคความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจุฬา จริงๆ มีรับตรงค่ะ แต่ด้วยความที่หนูเรียนศิลป์-คำนวณ รับตรงถ้าหนูยื่นต้องยื่นแพตเลขถูกไหมคะต้องไปแข่งกับแพตภาษา ซึ่งเลขหนูได้ไม่ถึงครึ่ง ภาษาเค้าได้กัน 200 กว่า เต็ม 300 หนูไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับเค้า เลยรอแอดกลางดีกว่าเพราะแอดกลางใช้แต่แกตอย่างเดียวค่ะ 

พี่แอนน์ : ทำไมถึงอยากเข้ารัฐศาสตร์มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจคะ 
กัญ : แรงบันดาลบอกไม่ถูกค่ะ แต่เป็นคนที่ชอบเรียนวิชาเกี่ยวกับด้านสังคม เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนค่ะ ชอบอ่านหนังสือ ชอบเรียนรู้ชีวิต วัฒนธรรมของชาติเราเองและชาติอื่นๆ ดูว่าเค้ามีวิธีคิดกันยังไง มันน่าสนใจดีค่ะ
 


พี่แอนน์ : เวลาเรียนมีเครียดไหมและมีวิธีคลายเครียดอย่างไร 
กัญ : ส่วนมากเวลาเรียนตัวเองไม่ค่อยเครียดกับอะไร คือเป็นคนง่ายๆ คุณแม่บอกว่าชอบเป็นคนเฉื่อยๆ ได้แค่ไหนก็พอใจแค่นั้น บางครั้งการสอบคะแนนออกมาไม่ดีหนูรู้ตัวเองว่าเราอาจทำไม่เต็มที่กับมันก็ไม่รู้ว่าเครียดไม่ทำไมในเมื่อเป็นความผิดของหนูเอง แต่ถ้าครั้งไหนทำดีรู้สึกดีมันเหมาสมกับที่เราได้ทุ่มเทให้ แต่ที่เครียดส่วนใหญ่เป็นคนรอบข้างมากกว่าอย่างเพื่อนๆ ในห้องที่ตอนนี้ทุกคนมีที่เรียนหมดแล้วเหลือหนูที่รอแอดกลางคนเดียว มันทำให้เรารู้สึกว่าทำไมเราไม่สำเร็จแบบเค้าสักทีหนึ่งค่ะ แต่แค่นิดหน่อยค่ะถ้าเครียดมากก็ไม่มีกำลังใจที่สู้ต่อไปค่ะ 

พี่แอนน์ : เวลาว่างมีกิจกรรมอะไรทำบ้าง 
กัญ : เวลาว่างมีนะคะ ค่อนข้างเยอะด้วย เพราะว่าเรียนสายนี้ไม่หนักเหมือนอย่างวิทย์ ถ้าเป็นกิจกรรมในโรงเรียนทุกกิจกรรมเยอะมาก อย่างกีฬาสีที่ทุกคนต้องร่วมอยู่แล้ว อีกอย่างหนูเข้าชมรมวาทศิลป์ซึ่งชมรมนี้ให้สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการพูด อย่างการพูดสี่สาขา การพูดสุนทรพจน์ โต้วาทีหรือการเป็นพิธีกร ทำให้หนูมีโอกาสได้เข้าไปทำงานในโอกาสต่างๆ ของโรงเรียนเคยแข่งโต้วาทีที่โรงเรียนค่ะเป็นตัวแทนตึกที่โรงเรียนมีหลายตึกค่ะ มีหลายอย่างที่ทำเคยไปแข่งขันก็มีได้รางวัลบ้างไม่ได้บ้างค่ะ



พี่แอนน์ : อย่างไปแข่งขันมีรางวัลไหนที่เราภูมิใจที่สุดคะ 
กัญ : ภูมิใจหมดเลย แต่มีตอนม.ต้นที่ได้ไปประกวดที่ ธ.ศรีนคร (สมัยก่อน) ได้รางวัลชมเชย แต่ที่ชอบและสนุกที่สุดเป็นกิจกรรมโต้วาทีของโรงเรียน ทำให้เรารู้สึกเหมือนเราได้มาแลกเปลี่ยนความคิดกันเป็นกิจกรรมที่ไม่ใช่แค่ไปอ่านๆ แข่งๆ แล้วจบ แต่นี่ต้องเตรียมตัวเตรียมสคลิปว่าถ้าเค้าพูดว่าอย่างนี้เราต้องตอบยังไงและใช้ทุกอย่างเลยไม่ว่าจะเป็นวาทศิลป์ อารมณ์ สีหน้า สนุกมากค่ะ 

พี่แอนน์ : แล้วเคยไปแข่งข้างนอกไหมอย่างระหว่างโรงเรียนหรือระดับประเทศ 
กัญ : ไม่เคยค่ะ เพราะถ้าไปพวกนี้เค้าต้องเอาเด็กที่เก่งและมีเวลาเตรียมตัวด้วย อย่างหนูไม่ค่อยมีเวลาเพราะหนูอยู่โครงการพิเศษทางด้านภาษาไทย ที่เตรียมมีกิฟเต็ด หลายคนอาจคิดว่ามีแค่กิฟเลข กิฟวิทย์แต่จริงๆ มี 4 กิฟ คือ กิฟเลข กิฟวิทย์ กิฟไทยและกิฟอังกฤษ อย่างหนู่อยู่กิฟไทยต้องเอาเวลาไปทำกิจกรรมกับกิฟไทยด้วยค่ะ ก็ไปเรียนแยกอีกค่ะ 

พี่แอนน์ : เด็กเตรียมทุกคนต้องเรียนกิฟเต็ดหรือป่าว 
กัญ : ไม่ค่ะ แล้วแต่สมัครสอบเข้าไปค่ะ (ไม่ได้บังคับ) ใช่ค่ะไม่บังคับ 

พี่แอนน์ : มีความเห็นอย่างไรบ้างกับระบบเอนทรานซ์ที่เปลี่ยนบ่อยๆ 
กัญ : รู้สึกว่าทำให้เด็กสับสนค่ะ ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายว่าทำไมอะไรมันเยอะแยะขนาดนี้ การที่ให้เด็กมาสอบช่วงระหว่างที่เรียน ม.6 เนี่ยค่ะ ทั้งๆ ที่เด็กยังเรียนไม่จบมันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กไปเรียนกวดวิชา เพราะมันได้อะไรมากกว่าเรียนที่โรงเรียน เพราะเรียนที่โรงเรียนมันไม่จบ อย่างที่เตรียมเห็นกันบ่อยคือ ออกมานอกโรงเรียนก่อนเพราะต้องมาเรียนพิเศษที่โรงเรียนสอนไม่ทัน พอหลังจากสอบอะไรเสร็จแล้วก็จะไม่โรงเรียนทำไมก็ติดแล้วถูกไหมคะ เลยทำให้เด็กไม่เห็นความสำคัญของครูและโรงเรียนแล้วมาโทษเด็กว่ามาใส่ใจพวกโรงเรียนกวดวิชามากกว่า คือจริงๆ ด้วยระบบของมันทำให้เราจำเป็นต้องทำอย่างนี้ เพราะถ้าเราเรียนจบแล้วมาสอบเดือนมีนาหรือเมษาเด็กยังมีเวลาทบทวนสิ่งที่เรียนมาทั้งหมดจนจบที่เรียนมาแล้วเขาไปสอบ แล้วนี่ยังมาปรับเปลี่ยนมีสอบเพิ่มอย่างของหนูสายศิลป์สอบทุกเดือนก็ว่าเหนื่อยแล้ว ของสายวิทย์สอบทุกครึ่งเดือนแล้วเค้าไม่ได้มาโรงเรียนกันเลยต้องหยุดอ่านหนังสือกันค่ะ มันส่งผลหลายๆ อย่าง และสูญเสียชีวิตความเป็นวัยรุ่นดูมันใช้ชีวิตไม่คุ้มค่ะ 

พี่แอนน์ : อย่างนี้ชอบระบบเอนทรานซ์แบบไหน 
กัญ : หนูชอบที่มีสอบ 2 ครั้งค่ะ ที่เป็นเดือนมีนากับเดือนตุลาเหมือนได้มีโอกาสได้แก้ตัวอีกครั้ง แต่ถ้าเป็นรุ่นคุณแม่ที่ครั้งเดียวแล้วจบเลย มีทั้งข้อดีข้อเสียต่างกันไป แต่อย่างปัจจุบันนี้มันมากเกินและเป็นช่วงที่เด็กต้องเรียนกันอยู่ด้วยค่ะ



พี่แอนน์ : อย่างนี้คิดอย่างไรกับการเรียนกวดวิชา 
กัญ : ยัอยากบอกว่าตอนนี้มันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กในกรุงเทพเลย เพราะว่าลำบากมากจริงๆ ในการที่ต้องเรียนที่โรงเรียนไปด้วย ขยันอ่านหนังสือไปด้วย เพื่อที่จะสอบซึ่งเป็นเวลาที่ยังเรียนอยู่ ถ้าเกิดว่าเราไม่รู้เท่ากับเพื่อนๆ แล้วเราจะไปสู้กับเพื่อนๆ ได้ยังไง ถูกไหมคะ หนูว่าการกวดวิชามันแล้วแต่คนที่ตัดสินใจที่จะเรียนด้วย เพราะอย่างเพื่อนบางคนแค่เลขตัวเดียวลงเรียนถึง 3 ครู อันนั้นมากไปเหมือนเค้าเรียนเพื่อปริมาณแต่ไม่เน้นคุณภาพ แต่ถ้าเป็นอย่างหนูคิดว่าเรียนกวดวิชาให้พอดีพอดีแล้วเอาที่ตรงกับเรามากกว่าเรียนแล้วเข้าใจแล้วคลิกกันได้เข้าใจกับครู ชอบวิธีการสอนสามารถทำให้เราเอาไปทำข้อสอบได้ดีว่าค่ะ 

พี่แอนน์ : ทำไมถึงตัดสินใจมาเรียนที่ดาว้องก์คะ 
กัญ : ถ้ารู้จักเชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักดาว้องก์อยู่แล้วนะคะ แต่ว่าพี่ชายเป็นคนแนะนำเพราะพี่ชายเคยเรียน ตอนเค้าเรียนเค้าก็บอกว่าอ.ปิงสอนดีนะ ถ้าเกิดว่าไม่มีเวลาอ่านหนังสือจริงๆ ให้ตั้งใจเรียนในห้องพยายามทำความเข้าใจให้ได้ พี่ชายบอกว่าเรียนอย่างนี้เหมาะกับตัวหนูมากกว่า เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือที่บ้าน เนี่ยดีๆ ให้มาเรียน เค้าเป็นเด็กสายวิทย์ไม่สนใจไทย-สังคมเลย แต่ตอนนั้นเค้าได้คะแนนสังคมดีนะ ได้เพราะอ.ปิงจริงๆ หนูก็เลยมาเรียนค่ะ 

พี่แอนน์ : เรียนดาว้องก์คอร์สไหน/สาขาใด 
กัญ : เรียนคอร์สแรกม.5 แต่ไม่แน่ใจว่าเทอมไหน เรียนที่เซ็นจูรี่ค่ะ 

พี่แอนน์ : มีข้อแนะนำอะไรอยากฝากถึงน้องๆรุ่นต่อไปในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยบ้างคะ 
กัญ : ขอให้น้องๆ ทุกคนสู้ ๆ ๆ อย่าเพิ่มไปวิตกว่ามันจะมีข้อสอบอะไรบ้างหรือข้อสอบออกยากขนาดไหนหรือมันต้องการอะไรจากเราอีก แต่ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมดีกว่า ไม่ว่าอะไรขอให้ได้ทำข้อสอบและทำให้ได้ก็พอ เพราะเราเดาทางเค้าไม่ถูกไม่รู้ว่าเค้าจะเอาอะไรมาให้เราสอบอีก เพราะฉะนั้นเราไปแก้เค้าไม่ได้ เราควรเตรียมตัวเราให้พร้อมสำหรับเค้า เราไม่มีอำนาจอะไรไปเปลี่ยนระบบเค้าได้ใช่ไหมคะ เพราะอย่างนั้นขอให้ทุกๆ คนสู้ ๆ ๆ และอย่างหมดกำลังใจ การสอบแต่ละครั้งทุกคนจะเครียดแต่ขอให้คิดว่าเป็นแบบทดสอบหนึ่งถึงเราได้คะแนนไม่ดีก็ไม่เป็นไร เราจะได้รู้ตัวเองว่าเต็มที่ของเรามันได้เท่านี้นะ เพราะฉะนั้นเราต้องมากกว่านี้อีกไหม หรือเราควรต้องทำยังไง เดี๋ยวนี้การสอบมีหลายครั้งเหมือนเป็นการเพิ่มโอกาสให้น้องๆ ด้วย และขอให้ทุกคนที่อยากเข้าคณะไหนขอให้ได้เรียนในคณะนั้นๆ เพราะคณะที่ชอบพาไปสู่งานที่ใช่ต่อไปค่ะ 

พี่แอนน์ : อยากทราบเทคนิคในการอ่านหนังสือ 
กัญ : ส่วนตัวเป็นคนอ่านเร็ว เพราะฉะนั้นรอบแรกๆ อ่านจับใจความก่อนค่ะ พอจบทีละบทปุ๊บจะปิดแล้วคิดดูว่าบทที่เราอ่านนี้เราได้อะไรบ้าง แล้วเรียงลำดับความคิดออกมา ถ้าจำไม่ได้ให้เปิดหนังสือจดแล้วจำให้ได้แล้วปิดแล้วทบทวนกับตัวเองว่าจำได้แค่ไหนและเข้าใจกับมันมากแค่ไหน วิธีการนี้ได้ผลกับหนูตรงที่เราไม่ต้องพึงหนังสือ แค่ให้จับประเด็นได้แล้วเรามาเรียงลำดับความคิดของเราเองให้เข้าใจเป็นเรื่องของเราเองเพื่อให้เราเข้าใจค่ะ 

พี่แอนน์ : สุดท้ายฝากอะไรไหมคะ 
กัญ : ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอ.ปิงที่ทำให้หนูมีวันนี้ ได้คะแนนดีขนาดนี้ และฝากบอกน้องๆ และเพื่อนๆทุกคนที่ไม่ว่าจะสมหวังแล้วหรือไม่สมหวังก็ตามขอให้ติดในคณะที่ตัวเองชอบหรือในคณะที่ตัวเองสนใจ และขอให้มีความสุขทุกๆ คนค่ะ 

***เราไปแก้เค้าไม่ได้ เราควรเตรียมตัวเราให้พร้อมสำหรับเค้า*** 
 

 


 
 

loading
loading
เพิ่มในกระเป๋าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
พริ้ง
×
สวัสดีค่ะ มีข้อเสนอแนะหรือคำถาม ฝากส่งผ่าน "พริ้ง" ได้เลยนะคะ
ถาม "พริ้ง"
×