บทสัมภาษณ์ที่ 1 ประเทศ วิชาภาษาไทย เคลียริ่งเฮาส์ ปี 2555
 19 กรกฎาคม 2562 16:30:22
DAVANCE INTERVIEW

                                                                                                    น้องกิ๊ฟ : ณัฐหทัย สุวิทย์สกุลวงศ์ (ที่ 1 ประเทศวิชาภาษาไทยเคลียริ่งเฮาส์ปี 2555)

 

 

 

พี่แอนน์ : แนะนำตัวนิดหนึ่งค่ะ 
กิ๊ฟ : ค่ะ ชื่อณัฐหทัย สุวิทย์สกุลวงศ์ เรียนอยู่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย สายวิทย์-คณิตค่ะ 

พี่แอนน์ : อักษรย่อ/สีประจำของโรงเรียนคืออะไร 
กิ๊ฟ : ศ.ท.ค่ะ สีก็น้ำตาลกับชมพูค่ะ 

พี่แอนน์ : ปรัชญาของโรงเรียนล่ะ 
กิ๊ฟ : วิชฺชาจารณสมฺปนฺนา สาเสฎฺฐา ผู้รู้ดีและประพฤติดีเป็นผู้เจริญค่ะ 

พี่แอนน์ : คิดอย่างไรที่ได้คะแนนยอดเยี่ยม 
กิ๊ฟ : ดีใจค่ะ และอยากขอบคุณอ.ปิงที่สอนหนูมา 

พี่แอนน์ : ตอนสอบคาดหวังบ้างไหม 
กิ๊ฟ : ไม่ได้คาดหวังค่ะ แค่ขอคะแนนเกิน 80 คะแนนก็พอค่ะ 

พี่แอนน์ : ผลที่ออกมาพอใจมากน้อยแค่ไหน 
กิ๊ฟ : ดีใจและตื่นเต้นมากค่ะ ไม่คิดว่าจะได้ 

พี่แอนน์ : มีการเตรียมตัวหรือวางแผนอย่างไรในการสอบบ้างคะ แล้วเตรียมตัวมานานรึยัง 
กิ๊ฟ : มีการเตรียมตัวสอบนานนะคะ คืออ่านทบทวนที่เรียนมาและฝึกทำแบบฝึกหัดค่ะ 

พี่แอนน์ : อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการสอบคะ 
กิ๊ฟ : ข้อสอบค่ะ เป็นข้อสอบแบบวิเคราะห์ คือเราไม่รู้ว่าเราจะคิดตรงกับคนออกข้อสอบหรือป่าวค่ะ

พี่แอนน์ : ข้อสอบของเคลียริ่งเฮาส์เป็นอย่างไรบ้าง 
กิ๊ฟ : ข้อสอบไม่เน้นหลักภาษา แต่เน้นคิดวิเคราะห์มากกว่าเป็นข้อสอบแบบอ่านจับใจความค่ะ (เน้นออกเรื่องไหนเฉพาะไหม) ไม่ค่ะ ส่วนใหญ่เป็นอ่านจับใจความ มีคำสมาสบ้าง แต่วรรณคดีไม่ออกค่ะ 

พี่แอนน์ : แล้วข้อสอบโอเน็ตของปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง 
กิ๊ฟ : คล้ายๆ กับ 7 วิชา แต่มีวรรณคดีเยอะกว่าค่ะ มีให้อ่านให้แปลความถามว่าเป็นประเภทไหน แต่เคลียริ่งเฮาส์ไม่มีค่ะ 

พี่แอนน์ : ความแตกต่างระหว่างข้อสอบเคลียริ่งเฮาส์กับโอเน็ตเป็นอย่างไรบ้าง 
กิ๊ฟ : โอเน็ตง่ายกว่า วิเคราะห์ง่ายกว่าอ่านแล้วพอจะตอบได้เลย แต่เคลียริ่งเฮาส์วิเคราะห์หลายชั้นค่ะ 

พี่แอนน์ : มีความเครียดกับข้อสอบบ้างไหม 
กิ๊ฟ : เครียดค่ะ ไม่รู้ว่าข้อสอบจะออกมาแบบไหน ต้องอ่านข้อสอบเก่าๆ หลายๆ รูปแบบค่ะ 

พี่แอนน์ : กิ๊ฟได้ทำข้อสอบเก่าๆ ตรงนี้ช่วยอะไรบ้าง 
กิ๊ฟ : ทำให้เรารู้แนวเพราะข้อสอบจะคล้ายๆ กันค่ะ



พี่แอนน์ : วิชาที่ได้คะแนนดีที่สุดในการสอบเคลียริ่งเฮาส์คือวิชาอะไร 
กิ๊ฟ : ภาษาไทยค่ะ 



พี่แอนน์ : แล้วถนัดวิชาอะไรที่สุด 
กิ๊ฟ : ที่จริงถนัดสังคมมากกว่าค่ะ 

พี่แอนน์ : เนื้อหาวิชาภาษาไทยส่วนไหนยากสุดแล้วส่วนไหนง่าย 
กิ๊ฟ : ของหนูวรรณคดียากสุดค่ะ เพราะหนูแบ่งประเภทที่เป็นกลอนๆ ไม่ได้ไม่รู้ว่าเป็นประเภทไหนค่ะ ส่วนหลักภาษาง่ายมันตรงตัวถ้าจำหลักได้ก็ตอบได้ค่ะ 

พี่แอนน์ : อยากทราบเทคนิคในการเรียนและการอ่านหนังสือ 
กิ๊ฟ : คือจดหลักที่อาจารย์ให้ เวลาเจอข้อสอบให้ตัด choice ข้อไหนไม่ใช่ให้ตัดออกแล้วค่อยมาดูอีกรอบค่ะ 

พี่แอนน์ : เด็กเรียนดีจำเป็นต้องขลุกอยู่กับตำราไหม 
กิ๊ฟ : ไม่จำเป็นค่ะ แต่อ่านมากหน่อยตอนช่วงใกล้สอบ ส่วนเรียนในห้องต้องตั้งใจจะทำให้เราจำได้ค่ะ 

พี่แอนน์ : ตอนนี้ติดที่ไหนบ้างหรือยัง 
กิ๊ฟ : ติดคณะแพทยศาสตร์ของ มศว. กับวิศวกรรมศาสตร์ศิลปากรค่ะ แต่เลือกแพทย์มศว. ค่ะ



พี่แอนน์ : ทำไมถึงเลือกแพทย์ 
กิ๊ฟ : อยากเป็นหมอมากกว่าจะได้ดูแลครอบครัวและช่วยเหลือคนได้มากกว่าค่ะ 

พี่แอนน์ : มีแรงบันดาลใจอะไร 
กิ๊ฟ : คือมีคุณป้าเป็นหมอ แต่คุณป้าอยู่เชียงใหม่ไม่ได้มาดูแลครอบครัวทางนี้ค่ะ 

พี่แอนน์ : เวลาเรียนมีเครียดไหมและมีวิธีคลายเครียดอย่างไร 
กิ๊ฟ : อ่านการ์ตูนและดูทีวีค่ะ 

พี่แอนน์ : อยู่โรงเรียนมีกิจกรรมอะไรทำบ้าง 
กิ๊ฟ : ทำค่ะ อย่างโครงการปลูกป่าและโครงการต่างๆ ที่โรงเรียนกำหนดค่ะ 

พี่แอนน์ : มีไปแข่งขันอะไรบ้างไหม 
กิ๊ฟ : มีค่ะ อย่างคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ค่ะ



พี่แอนน์ : กิ๊ฟได้อะไรจากการไปแข่งขันบ้าง 
กิ๊ฟ : ได้เจอคนที่เก่งกว่าทำให้เราขยันเพิ่มขึ้น ได้เจอแนวข้อสอบแปลกๆ มันไม่เหมือนกันที่เรียน แนวข้อสอบเค้ายากกว่าทำให้เราต้องไปอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นค่ะ 

พี่แอนน์ : มีความเห็นอย่างไรบ้างกับระบบเอนทรานซ์ที่เปลี่ยนบ่อยๆ 
กิ๊ฟ : มันสับสนไม่รู้ว่าต้องสอบอะไรบ้าง ไม่รู้ว่าข้อสอบจะเป็นอย่างไรไม่ค่อยมีแนว อ่านเองบางทีก็ไม่ตรงค่ะ 

พี่แอนน์ : คิดว่าระบบเคลียริ่งเฮาส์มีผลดีหรือผลเสียอย่างไรบ้าง 
กิ๊ฟ : ผลดีคืออ่านหนังสือครั้งเดียวแล้วสอบแต่สามารถยื่นได้หลายมหาวิทยาลัยทำให้ไม่ต้องไปสอบตรงหลายที่ ส่วนข้อเสียคือวัดไม่ได้เพราะบางข้อยากก็ยากมากทำให้คะแนะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บางที่เค้าตัดสิทธิ์ทำให้พลาดโอกาสค่ะ 

พี่แอนน์ : ในความคิดของกิ๊ฟอยากได้ระบบเอนทรานซ์แบบไหน 
กิ๊ฟ : แบบเก่าที่สอบครั้งเดียวเลือก 4 อันดับค่ะ 

พี่แอนน์ : กิ๊ฟคิดอย่างไรกับการสอบบ่อยๆ ของเด็กม.6 
กิ๊ฟ : ผลดีคือได้รู้แนวข้อสอบทำให้เราต้องเตรียมตัวอ่านมากขึ้น แต่ผลเสียคือสอบแต่เรายังเรียนไม่จบ เนื้อหาบางเรื่องยังไม่ได้เรียนเลย ทำให้ต้องไปเรียนพิเศษเพื่อให้จบให้ทันการสอบ ทำให้เหนื่อยค่ะ 

พี่แอนน์ : อย่างนี้คิดอย่างไรกับการเรียนกวดวิชา 
กิ๊ฟ : เป็นการเพิ่มความรู้ เพราะบางเรื่องที่โรงเรียนไม่ได้สอนและอาจารย์กวดวิชาเค้ามีเทคนิควิธีคิดให้จำง่ายก็มีประโยชน์ค่ะ 

พี่แอนน์ : ทำไมถึงตัดสินใจมาเรียนที่ดาว้องก์คะ 
กิ๊ฟ : คุณอาแนะนำค่ะ เพราะคุณอาเคยเรียนมาก่อนบอกว่าสอนดีค่ะ 

พี่แอนน์ : เรียนดาว้องก์คอร์สไหน/สาขาใด 
กิ๊ฟ : เรียนตั้งแต่ม.4 ทุกคอร์ส อ.ปิงสอนสนุกด้วยค่ะ เริ่มเรียนสาขาสยามครั้งแรกแล้วมาเรียนรอบสดตอนม 4. เทอม2 กับอีนเทนซีป ค่ะ 

พี่แอนน์ : บรรยากาศเหมือนกันไหม 
กิ๊ฟ : ไม่เหมือนกันค่ะ รอบสดสนุกกว่าและหนูคิดว่าหนูจำได้แม่นกว่ามีเวลาอ่านมากกว่า แต่ว่ารอบวิดีโอเหมาะกับที่เราต้องไปเรียนหลายๆ ที่ค่ะ 

พี่แอนน์ : ได้อะไรจากดาว้องก์บ้างนอกจากความรู้ 
กิ๊ฟ : ได้เทคนิคการเรียนที่อาจารย์สอนว่าต้องเรียนยังไง และได้ความรู้รอบตัวจากที่อาจารย์เล่าจากประสบการณ์ทำให้มีความรู้กว้างขึ้นค่ะ 

พี่แอนน์ : มีข้อแนะนำอะไรอยากฝากถึงน้องๆ รุ่นต่อไปในการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยบ้างคะ 
กิ๊ฟ : คืออยากให้อ่านหนังสือแต่เนินๆ จะได้ทันเวลาสอบ เพราะหนูก็อ่านไม่ทันค่ะ ไม่อยากให้ไปเร่งช่วงท้ายๆ มันจะเหนื่อยค่ะ 

พี่แอนน์ : มีคติประจำใจอะไร 
กิ๊ฟ : ต้องทำสิ่งที่ทำอยู่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปพักผ่อนค่ะ 

พี่แอนน์ : ฝากอะไรถึงอาจารย์หรือน้องๆ ไหมคะ 
กิ๊ฟ : ขอบคุณอาจารย์นะคะที่ทำให้หนูติดหมอ เพราะคะแนน 2 วิชานี้ของหนูสูงมากขอบคุณอาจารย์มากๆ ค่ะรักอ.ปิงมากเลยค่ะ ส่วนน้องๆ อยากให้ตั้งใจเรียนและรีบอ่านหนังสือ แบบขึ้นม.6 ก็อ่านเลยไม่ต้องไปรอใกล้ๆ สอบแล้วค่อยอ่านเพราะจะทำให้อ่านไม่ทัน และข้อสอบหลอกเยอะให้อ่านดีๆ ค่ะ 
 

loading
loading
เพิ่มในกระเป๋าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
พริ้ง
×
สวัสดีค่ะ มีข้อเสนอแนะหรือคำถาม ฝากส่งผ่าน "พริ้ง" ได้เลยนะคะ
ถาม "พริ้ง"
×