บทสัมภาษณ์ที่ 1 ประเทศ วิชาสังคม (O-NET) ปี 2554
 19 กรกฎาคม 2562 14:19:23

น้องแก้ว : รังสิมา กิรติวงศ์วรรณ (ที่ 1 ประเทศ วิชาสังคม (O-NET) ปี 2554)

 


 
 
พี่แอนน์ : แนะนำตัวหน่อยค่ะ 
แก้ว : ชื่อ รังสิมา กิรติวงศ์วรรณ ชื่อเล่นแก้วค่ะ จบม.ปลายที่มหิดลวิทยานุสรณ์ค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : เรียนสายอะไร 
แก้ว : สายวิทย์ค่ะ โรงเรียนนี้มีสายเดียวเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : เรียนหนักไหม 
แก้ว : หนักค่ะ หนักกว่าโรงเรียนปกติอยู่แล้ว 
 
 
พี่แอนน์ : โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนประจำ 
แก้ว : ใช่ค่ะ คือบังคับให้นักเรียนอยู่ประจำค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : ช่วงเรียนแรกๆ มีการปรับตัวยังไง 
แก้ว : มีปรับนิดหน่อยเพราะเราไม่เคยค้างนอกบ้านนานๆ แบบไม่มีพ่อแม่ค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : นักเรียนประจำกับนักเรียนไป-กลับแตกต่างกันยังไงในความรู้สึกแก้ว 
แก้ว : การอยู่ประจำทำให้เรามีเวลาเรียนมากขึ้น โรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมให้กับเราได้มากขึ้นและทำให้สนิทกับเพื่อนมากขึ้นค่ะ และอย่างช่วงใกล้สอบหรือมีการแข่งขันโรงเรียนมีจัดติวให้ทำให้มีโอกาสได้เรียนมากขึ้นค่ะ 
 


 
พี่แอนน์ : เรียนหนักๆ แบบนี้มีทำกิจกรรมบ้างไหม 
แก้ว : มีค่ะ โรงเรียนมีค่ายบำเพ็ญประโยชน์ค่ะ มีการกำหนดว่าเราต้องมีการบำเพ็ญให้กับโรงเรียนและข้างนอกกี่ชั่วโมงที่เราต้องทำ จะมีขั้นต่ำว่ากี่ชั่วโมงค่ะ แต่เวลาทำกิจกรรมมันสนุกและเป็นการผ่อนคลายด้วยค่ะ เวลามีทำค่ายทางโรงเรียนจะประกาศเราก็ยื่นความต้องการไปว่าห้องเราอยากออกค่ายอะไรทางโรงเรียนก็จะจัดให้ค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : การออกค่ายทำให้เราได้อะไรกลับมาบ้างคะ 
แก้ว : ทำให้เราได้เห็นโลกมากขึ้น อย่างหนูกับเพื่อนๆ อยู่โรงเรียนคงไม่รู้หรอกว่าเด็กต่างจังหวังเป็นยังไง อย่างที่หนูไปทำมาทั้งโรงเรียนมีครูอยู่ไม่กี่คน น้องๆ ก็ไม่ค่อยได้เรียนอะไร พ่อแม่ก็ไม่ค่อยมีเงิน หนูไปถามเค้ากับคำถามง่ายๆ ที่เด็กประถมทั่วไปก็เข้าใจแต่น้องเค้าไม่รู้ ซึ่งตรงนี้เราก็เข้าไปสอนเค้าและสอบให้เค้ารู้ด้วยว่าเค้าควรมีจิตสำนึกว่าควรทำอะไรให้กับสังคมบ้างค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : แก้วมีเวลาว่างบ้างไหม 
แก้ว : มีค่ะ ถ้าอยู่โรงเรียนก็เล่นกีฬา เพราะที่โรงเรียนเปิดศูนย์กีฬาถึง 2 ทุ่มค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : ตอนสอบสังคมแก้วคาดหวังกับผลสอบมากน้อยแค่ไหน 
แก้ว : ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เคยแค่คิดว่าถ้ามีที่เรียนก่อนสอบโอเน็ตจะอ่านหนังสือให้ได้ท๊อปสังคมนี่คือพูดเล่นๆ กับเพื่อนค่ะ แต่พอสอบโอเน็ตจริงๆ กลับไม่ค่อยได้อ่านอะไรค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : ผลที่ออกมาเราภูมิใจมากน้อยแค่ไหน 
แก้ว : หนูว่าหนูตกใจมากกว่าค่ะ เราไม่ได้คิดแต่สังคมก็เป็นวิชาที่อ่านเต็มที่เหมือนกันตอนสอบหมอค่ะ ตอนสอบโอเน็ตก็มีอ่านบ้างแต่ไม่ได้อ่านมากมายอะไร พอได้ท๊อปก็งง งง เหมือนกันค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : วิชาที่ท๊อปคือวิชาที่แก้วถนัดหรือเปล่า 
แก้ว : ไม่ค่ะ สังคมหนูไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ค่ะ หนูชอบแค่ประวัติศาสตร์ค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : วิชาอะไรที่แก้วถนัด 
แก้ว : ชีววิทยาค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : แก้วติดที่ไหนคะ 
แก้ว : ติดแพทย์ศิริราชค่ะ รอบกสพท. 
 


 
พี่แอนน์ : ช่วงม.ปลายมีการวางแผนยังไงบ้าง 
แก้ว : เคยได้ยินมั๊ยคะว่าโรงเรียนนี้เค้าปลูกฝังให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์มันมีวิจัย หนูคิดว่าถ้าวิจัยหนูจะเรียนอะไรดีก็เรียนวิทยา แต่สิ่งที่หนูสนใจเป็นเกี่ยวกับการรักษาโรค หนูอยากทำงานเกี่ยวกับด้านนี้จึงเลือกเรียนหมอค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : การจะเรียนหมอเราต้องมีการเตรียมตัวยังไงบ้าง 
แก้ว : ถ้าอยากเป็นหมอจริงๆ เราต้องดูตัวเองก่อน อาจไปเข้าค่ายหรือทำกิจกรรม ดูว่าการเรียนหมอต้องทำอะไรบ้าง อย่างมีผ่าอาจารย์ใหญ่ มีเจอเลือดต้องถามตัวเองว่ากลัวมั๊ย ถ้าคำตอบว่าไม่ และรับกับกิจกรรมพวกนี้ไหมแล้วค่อยมาจัดการเรื่องการอ่านหนังสืออีกทีค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : การที่เราเรียนเก่งจำเป็นต้องขลุกอยู่กับตำราตลอดไหม 
แก้ว : ไม่จำเป็นค่ะ การที่หนูเอนท์ติด หนูก็ดีใจแล้ว หนูได้พักไม่ต้องอยู่กับตำราได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : อะไรเป็นแรงจูงใจให้แก้วอยากเป็นหมอหรือที่บ้านมีใครเป็นหมอ 
แก้ว : คุณพ่อ-คุณแม่เป็นหมอฟันค่ะ แต่คุณลุงเป็นหมอ (ได้แรงจูงใจตรงนี้) หรืออาจเป็นเพราะว่าตอนเด็กๆ หนูไปรับคุณพ่อที่โรงพยาบาลบ่อยๆ ได้ไปเดินเล่นดูโน่น ดูนี่ทำให้ชอบค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : เมื่อจบแล้วอยากเรียนเฉพาะทางด้านไหน 
แก้ว : มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่าผู้หญิงเป็นหมอผ่าตัดก็เท่ห์ดี แต่ยังไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า 
 
 
พี่แอนน์ : ในการดำเนินชีวิตและการเรียนมีใครเป็นไอดอล 
แก้ว : ถ้าเป็นการดำเนินชีวิตก็ตอนที่เข้าโรงเรียนเห็นท่านผอ. คนก่อนหน้านี้ที่ปลดเกษียณไปแล้ว เพราะท่านเป็นคนบอกว่าประเทศไทยต้องการนักวิทยาศาสตร์นะ แต่ท่านก็พูดหลายอย่างนะคะ 
 
 
พี่แอนน์ : พูดถึงความยากง่ายของข้อสอบ 
แก้ว : หนูไม่ค่อยรู้ว่าอะไรยากง่ายกว่ากัน เพราะหนูทำเท่าที่หนูทำได้ไม่ได้คิดอะไรมากค่ะ 
 


 
พี่แอนน์ : ของกสพท. เป็นยังไงคะ 
แก้ว : เหมือนข้อสอบเอนท์สมัยเก่าค่ะ ของโอเน็ตเป็นข้อสอบความจำค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : แก้วมีอุดมการณ์ในการเป็นหมอยังไง 
แก้ว : ต้องมีใจรักและทำงานให้เต็มที่มองเห็นคนไข้เป็นหลักค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : เวลาได้ยินข่าวด้านลบเกี่ยวกับวงการแพทย์แก้วรู้สึกยังไงบั่นทอนบ้างไหม 
แก้ว : หนูเฉยๆ นะคะ เวลาได้ยินข่าวไม่ดีเราฟังแล้วก็อย่าทำอย่างนั้นค่ะ การมีข่าวเหมือนกับเป็นการเตือนให้เราระวังไม่ให้เกิดขึ้นมากกว่าค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : ในความคิดของแก้วหมอที่ดีควรเป็นยังไง 
แก้ว : ควรเอาใจใส่คนไข้และรักษาให้เต็มที่อย่าคิดว่าถ้าเค้าไม่มีเงินเราก็รักษาไปอย่างนั้นไม่เต็มที่ค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : แก้วคิดว่าอยากให้วงการแพทย์พัฒนาไปในด้านใด 
แก้ว : หนูคิดว่าพวกเครื่องมือแพทย์ที่มีราคาแพงๆ จากเมืองนอก ทำไมของบางอย่างเมืองไทยก็มีทำไมเราไม่ทำเอง หนูว่าเราใช้จ่ายไปกับอุปกรณ์พวกนี้มากเกินไป ถ้าเราคิดทำเองคงตัดงบประมาณตรงนี้ไปได้มากค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : เวลาสอบมีการเตรียมตัวยังไงบ้าง 
แก้ว : อ่านหนังสือให้ดีที่สุดค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : การเรียนหมอถ้าเป็นค่านิยมของสังคมไทยไหม 
แก้ว : เป็นไปได้ค่ะ อีกส่วนผู้ปกครองมีส่วนด้วยเพราะเคยคุยกับเพื่อนหลายๆ คนเค้าไม่ได้อยากเรียนหมอแต่ที่บ้านบอกว่าเรียนหมอดีกว่านะลูกคือเค้าพูดบ่อยๆ ทำให้สุดท้ายต้องมาจบที่หมอ ซึ่งหนูไม่รู้ว่าเค้าชอบจริงๆ หรือป่าว หรือบางทีพูดไปพูดมาทำใจให้ชอบก็ได้ค่ะ (หัวเราะ) 
 
 
พี่แอนน์ : แนะนำน้องๆ เกี่ยวกับการเรียนและการเตรียมตัวสอบยังไง 
แก้ว : หนูว่าควรเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ค่ะ เพราะเวลาในแต่ละปีผ่านไปเร็วมากเราควรวางแผนไว้ว่าในแต่ละเดือนเราจะทำอะไรบ้างเพราะไม่อย่างนั้นจะไม่ทันค่ะ ไม่ทันจริงๆ นะคะ 
 
 
พี่แอนน์ : การทำข้อสอบเก่ามีประโยชน์ยังไงบ้าง 
แก้ว : บางข้อมันตามข้อสอบเก่าเลยนะคะ บางข้อแทบยกมาหมดเลย ถ้าเราทำและจำได้ก็มีประโยชน์ในห้องสอบค่ะและเป็นการทบทวนสิ่งที่เราเรียนมาด้วย บางทีข้อสอบมีหลอกก็ฝึกให้เรารอบคอบด้วยค่ะ 
 


 
พี่แอนน์ : เรียนดาว้องก์คอร์สไหน 
แก้ว : เรียนคอร์สอินเทนซีป เทอม 1 สาขาวิสุทธิกษัตริย์ค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : เหตุใดถึงเลือกเรียนดาว้องก์ เพราะสายวิทย์ไม่ค่อยได้ใช้ 
แก้ว : ไม่ใช้แต่ต้องเรียนค่ะ เพราะเด็กสายวิทย์ไม่ถนัดภาษาไทยกับสังคมค่ะ และที่เลือกเรียนที่นี่เพราะเคยคุยกับรุ่นพี่หลายๆ คนว่าที่นี่ดีค่ะ 
 
 
พี่แอนน์ : นอกจากได้ความรู้แก้วได้อะไรกับไปบ้างคะ 
แก้ว : ได้เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ อย่างอ.ปิงจะพูดเรื่องพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ตั้งนิกาย แต่อาจาร์ยกับเล่าว่าพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 มีเมียเยอะ ซึ่งหนูว่าเป็นเรื่องที่สนุกดีค่ะ ได้ผ่อนคลายหลังจากอ่านหนังสือเครียดๆ มาพอเจออ.ปิงหายเครียดเลย (หัวเราะ) 
 
 
พี่แอนน์ : ฝากอะไรทิ้งท้าย 
แก้ว : ขอบคุณอาจารย์ที่สอนค่ะ อย่างสังคมถ้าไม่ได้อาจารย์หนูก็ไม่รู้จะอ่านอะไรเหมือนกัน ตอนแรกที่หนูจะสอบทุนหนูคิดว่าหนูจะได้เรียนในสิ่งที่หนูชอบ อีกเหตุผลหนึ่งหนูไม่ชอบภาษาไทย สังคมเป็นอะไรที่มันหนักมากๆ เป็นอะไรที่ครอบจักรวาล และขอบคุณอาจารย์สำหรับเรื่องเล่าที่สนุกๆ ให้หนูคลายเครียดตอนอ่านหนังสือค่ะ สำหรับน้องๆ ให้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ คิดให้ดีว่าจะสอบอะไร ไม่ใช่ไปสอบตามเพื่อน เพราะถ้าเพื่อนติดหมอแต่เราไม่ได้อยากเรียนหมอ แต่มีคนที่อยากเรียนหมอมันเป็นการตัดโอกาสคนที่อยากเรียนหมอนะคะ 
 

 

loading
loading
เพิ่มในกระเป๋าแล้ว
×
ชื่อคอร์ส
ราคา บาท
พริ้ง
×
สวัสดีค่ะ มีข้อเสนอแนะหรือคำถาม ฝากส่งผ่าน "พริ้ง" ได้เลยนะคะ
ถาม "พริ้ง"
×