*** โทรศัพท์มือถือปราบผู้ก่อการร้าย ใช้ตรวจหา ระเบิดแสวงเครื่องได้ ***


นักประดิษฐ์มหาวิทยาลัยเปอร์ดิว ของสหรัฐฯ ได้คิดเอาเครื่องตรวจวัดรังสีขนาดจิ๋ว ติดให้กับโทรศัพท์มือถือ ใช้ตรวจค้นหาระเบิดแสวงเครื่อง ที่วางแอบซ่อนไว้ตามสถานที่ต่างๆในเมืองได้

นักวิจัยนายแอนดรูว์ ลองแมน กับคณะได้เอาเครื่องตรวจวัดรังสีขนาดจิ๋วมาติดให้โทรศัพท์มือถือ โดยไม่ทำให้น้ำหนักโทรศัพท์เพิ่มมากขึ้นเท่าใด โดยหากให้โทรศัพท์เป็นพันๆ เครื่องมาเข้าร่วม จะสามารถสร้าง “แผนที่ของการแผ่รังสี” ในเมืองขึ้นได้ พร้อมกับแนะนำว่า ควรจะให้โทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง ติดตั้งเครื่องตรวจให้หมด เพื่อใช้ป้องกันการลอบวางระเบิดของผู้ก่อการร้ายได้ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2548 ก็เคยมีการติดเครื่องตรวจรังสีกับโทรศัพท์มือถือมาหนหนึ่งแล้ว แต่ตัวอุปกรณ์มีขนาดใหญ่ ซ้ำยังราคาสูงด้วย ทำให้มีใช้เฉพาะตำรวจเท่านั้น จึงไม่อาจจะใช้ตรวจจับให้ทั่วเมืองได้

ที่มา : ไทยรัฐ 11 ก.พ.2551

***********************************************************



*** ประดิษฐ์กล้องตาทิพย์เอกซเรย์ ส่องมองเห็นทะลุกำแพงปรุโปร่ง ***


ผู้เชี่ยวชาญช่างอุตสาหกรรมได้ประดิษฐ์กล้องถ่ายเอกซเรย์มือถือ เพื่อให้เอาไปใช้งานในกิจการตำรวจ ช่วยให้สามารถมองเห็นทะลุกำแพงได้

รองประธานอาวุโสของบริษัทฟิสิคัล ออพติกซ์ นายริค ไช นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน กล่าวแจ้งว่า กล้องใช้รังสีเอกซ์ระดับต่ำ ได้ใช้เลนส์รวมแสงที่สร้างขึ้นมาเลียนแบบจากตากุ้ง “เรารู้กันดีว่า กุ้งสามารถมองเห็นภายใต้น้ำระดับลึกที่ขุ่นข้นได้ ตามันประกอบด้วยแผ่นสะท้อนแสงรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ จำนวนเรือนเป็นพัน แทนที่จะเป็นจอสะท้อนเพื่อคอยรับลำแสงที่หักเหอย่างดวงตามนุษย์” เขากล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า กล้องของเขาจะช่วยให้ตำรวจสามารถมองเห็นของเถื่อน อาวุธ ระเบิด หรือแม้แต่ ผู้ร้ายที่หลบอยู่หลังกำแพง “เราได้ทดลองได้รับความสำเร็จมาแล้ว และรัฐบาลสหรัฐฯกำลังสนใจจะทดลองดูอยู่”.

ที่มา : ไทยรัฐ 24 ม.ค. 51

***********************************************************



*** ตาต้า นาโน เก๋งขวัญใจรากหญ้าราคา8หมื่น ***


ในที่สุดโครงการรถยนต์เพื่อปวงประชาของตาตา มอเตอร์ หรืออีกนัยหนึ่งคือ รถยนต์ราคาประหยัดที่จะมาดับยานยนต์สำหรับครอบครัวตัวจริงในอินเดียอย่างมอเตอร์ไซค์ ก็ได้ฤกษ์คลอดออกมาแล้ว โดยใช้ชื่อว่า ตาต้า นาโน (Tata Nano) ซี่งนอกจากจะมากับรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัยและกะทัดรัดสมกับชื่อแล้ว ยังได้รับการยอมรับว่า ณ วินาทีนี้ได้กลายเป็นรถยนต์ใหม่ป้ายแดงที่มีราคาถูกที่สุดในโลกไปแล้ว

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่านาโนมีราคาเพียง 2,500 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 82,500 บาทตามอัตราแลกเปลี่ยน 33 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ ถูกกว่าคู่แข่งอย่าง Bajaj ที่ในตอนนี้ยังไม่เปิดตัว แต่มีข่าวระบุออกมาว่าจะมีราคาอยู่ที่ 3,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 99,000 บาท ส่วนอีกรุ่นที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งตัวจริงอย่างมารูติ 800 แม้ว่าจะยังไม่มีการเคาะราคาออกมาและทางผู้บริหารก็กล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าราคาของ 800 จะแพงกว่านาโนเกือบเท่าตัว

บนตัวถังแฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่มีความยาวเกิน 3 เมตรมานิดๆ และกว้างไม่เกิน 1.5 เมตรของนาโน เครื่องยนต์ถูกวางอยู่ทางด้านท้าย และเป็นแบบ 2 สูบที่มีความจุ 623 ซีซี 33 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 4.89 กก.-ม. ที่ 2,500 รอบต่อนาที มีอัตราเร่งจาก 0-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 14 วินาที แต่สามารถแล่นทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 104 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับการขับแบบผสม โดยที่ระบบช่วงล่างหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ คอยล์สปริง

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 15 มกราคม 2551

***********************************************************



*** ญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัว “รถไฟแม่ เหล็กลอยตัว” วิ่งฉิวมากสุดในโลก ***


เอเอฟพี – บริษัทผู้ให้บริการรถไฟของญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัวรถไฟแม่เหล็กลอย ตัวซึ่งสามารถวิ่งได้เร็วมากที่สุดในโลก ภายในปีงบประมาณ 2025 ซึ่งนับเป็นรถไฟ ของโลกในยุคอนาคตที่ใช้เงินในการก่อสร้างถึง 5,100,000 ล้านเยน (1,565,700 ล้าน บาท)

รถไฟแม่เหล็กลอยตัว หรือรถไฟระบบแมกเลฟ เป็นรถไฟซึ่ง ถูกยกให้ลอยตัวอยู่เหนือราง และวิ่งด้วยความเร็วสูงโดยอาศัยแรงดันของแม่เหล็ก ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีนเพียงแห่ง เดียวใน โลก

ทั้งนี้จากข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทเซี่ยงไฮ้ แมกเลฟ ทรานสปอร์เตชั่น ดีเวลลอปเมนต์ ระบุว่า รถไฟแม่เหล็กลอยตัวในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน ได้เปิดให้บริการเมื่อปี 2002 โดยมีความเร็วอยู่ที่ 430 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ วิ่งเป็นระยะทาง 30.5 กิโลเมตรจากสนามบินผู่ตงไปยังเขตการค้าของ เซี่ยงไฮ้

“หากสามารถเอาชนะรถไฟแม่เหล็กลอยตัวของเซี่ยงไฮ้ได้ รถไฟ ขบวนนี้ก็จะเป็นรถไฟที่วิ่งได้เร็วมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก โดยจะมีความ เร็วประมาณ 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไกล 290 กิโลเมตร” โฆษกบริษัทเจอา ร์ เซ็นทรัล กล่าว

โฆษกบริษัทรถไฟญี่ปุ่น กล่าวด้วยว่า บริษัทได้ทดลองวิ่ง รถไฟแม่เหล็กลอยตัวที่จังหวัดยามานาชิในปี 2003 โดยการทดลองในครั้งนั้นรถไฟของ บริษัทสามารถวิ่งได้เร็วถึง 581 กิโลเมตรต่อ ชั่วโมง

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 26 ธันวาคม 2550

***********************************************************



*** จีนเฮ! เครื่องบินโดยสารสิทธิ บัตร “เมด อิน ไชน่า” คลอดแล้ว ***


เอเจนซี—เครื่องบินเจ็ท หรือเครื่องบินโดยสารขนาด กลาง รุ่น ARJ21-700 สิทธิบัตรของประเทศจีน 100% ได้คลอดออกจากแท่นผลิตเครื่อง บินในเซี่ยงไฮ้แล้วเมื่อวันศุกร์(21 ธ.ค.) นับเป็นความคืบหน้าก้าวใหญ่บนเวทีการ บินพลเรือนของพญามังกร ซึ่งฝันสูงลุยตลาดนกเหล็กแข่งกับโบอิ้ง และแอร์ บัส

การคลอดของ ARJ21 ซึ่งย่อจาก “Avanced Regional Jet for the 21st Century” (เครื่องบินเจ็ทแห่งศตวรรษที่ 21 ) นั้น เป็นก้าวแรกของความทะเยอทะยานสู่อุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินพลเรือนของผู้นำ จีน

ขณะนี้ ตลาดเครื่องบินพลเรือนโลกตกอยู่ใน กำมือการผูกขาดของสองยักษ์ผลิตเครื่องบินโลก ได้แก่ โบอิ้งแห่งสหรัฐอเมริกา และ แอร์บัสแห่ง ฝรั่งเศส

สำหรับชื่อ ARJ21-700 ในภาษาจีนนั้น หมายถึงนกอมตะแห่ง ตำนานอียิปต์ “โฟนิกซ์” เป็นสัญลักษณ์โชคดี และความกลมกลืน ซึ่งชื่อนี้ ได้รับ เลือกจากการโหวตทางออ นไลน์

ARJ21-700 มีขนาด 90 ที่นั่ง บินได้ไกล 3,700 กม. สามารถ รับใช้เส้นทางบินจีนร้อยละ 60

โดยมีแผนผลิต ARJ21 ปีละ 30 ลำ ภายในปี 2011 ARJ21 จะลงสนามทดสอบเที่ยวบินช่วงครึ่งปีแรกปีหน้า เพื่อขอใบ รับรองจาก General Administration of Civil Aviation และจีนมีแผนนำ ARJ21 ออก รับลูกค้าครั้งประเดิมในช่วงไตรมาสสามของ ปี 2009

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 22 ธันวาคม 2550

***********************************************************



*** “บัญชี” แชมป์จบแล้วมีงานทำ แพทย์-บริหาร ตามมาอันดับ 2-3***


สวน ดุสิต เผย ผลสำรวจ 3 สาขาวิชาที่เรียนจบแล้วได้งานทำมากที่สุด 10 อันดับ “ บัญชี-แพทย์-บริหารธุรกิจ” ติด 3 อันดับแรกตาม ลำดับ

สวนดุสิตโพล มสด.ได้ทำการสำรวจความคิดเห็น เกี่ยวกับกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ ที่มีต่อสาขาวิชาที่เรียนแล้วจะได้งานทำ โดยทำการ สำรวจกับกลุ่มสถานประกอบการผู้ใช้บัณฑิตที่กระจายตามสาขาวิชาต่างๆ รวมทั้งนัก วิชาการ 1,376 ตัวอย่าง ซึ่งพบว่า 10 วิชาที่เรียนแล้วจะได้งานทำมีดัง นี้

อันดับที่ 1 การ บัญชี
อันดับที่ 2 แพทยศาสตร์
อันดับ ที่ 3 บริหารธุรกิจ
อันดับที่ 4 คอมพิวเตอร์
อันดับที่ 5 วิศวกรรมศาสตร์
อันดับที่ 6 การตลาด
อันดับที่ 7 นิติศาสตร์
อันดับที่ 8 พยาบาลศาสตร์
อันดับ ที่ 9 การจัดการ
อันดับ ที่ 10 รัฐศาสตร์

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 10 ธันวาคม 2550

***********************************************************



*** ฮือฮาเครื่องแบบ ตร.ใหม่ แก้โลก ร้อนเพิ่มความคล่องตัว ***


สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ เตรียมคลอดชุดตำรวจแบบใหม่ รุ่นลดปัญหาโลกร้อน เพื่อให้เจ้า หน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นกว่าการสวมเครื่องแบบเก่า ส่วนเรื่องงบประมาณซื้อผ้า เชื่อว่าไม่น่ามี ปัญหา

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤศจิกายน 2550

***********************************************************



*** จีนส่ง “ตำรวจเสมือนจริง” ตระ เวนปราบเว็บลามก ***


รอยเตอร์ – พญามังกรเดินเครื่องขจัดเว็บไซต์ไม่ พึงประสงค์ ล่าสุดส่ง “ตำรวจเสมือนจริง” ออกตระเวนปราบปรามเว็บลามก และกิจกรรม ผิดกฎหมายต่างๆ ผ่านออ นไลน์

“เจ้าหน้าที่ตำรวจเสมือนจริง ชาย 1 หญิง 1 จะปรากฏตัวขึ้นบริเวณด้านล่างของจอคอมพิวเตอร์ โดยขี่มอเตอร์ไซค์บ้าง รถ ยนต์บ้าง หรือเดินบ้าง เพื่อมาตรวจสอบความปลอดภัยของเว็บไซต์ทุกๆ 30 นาที” สำนักข่าวไชน่าเดลี่ รายงาน

โดยตำรวจทั้งสองนายนี้จะออกตรวจสอบเว็บไซต์ข่าวสำคัญ รวม ทั้งเว็บไซต์และกระทู้ทั้งหมดที่มีฐานอยู่ในปักกิ่ง นับตั้งแต่เสาร์นี้เป็นต้น ไป

ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสันติบาลประจำกรุงปักกิ่งให้ สัมภาษณ์ว่า “พวกเขาจะตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการยุยงให้แตกแยก ลามกอนาจารแฝงการค้าประเวณี เว็บไซต์พนันและต้นตุ๋น เป็น ต้น”

อย่างไรก็ตาม สื่อจีนไม่ได้อธิบายว่าเจ้าหน้าที่ทั้งสอง สามารถตรวจสอบเว็บไซต์และบังคับใช้กฎหมายด้วยวิธีใด บอกแต่เพียงว่าผู้ใช้อิน เทอร์เน็ตสามารถคลิ๊กไอค่อนที่ปรากฏเพื่อเชื่อมโยงสู่ศูนย์ควบคุมและตรวจสอบอิน เทอร์เน็ต และแจ้งเบาะแสการละเมิดกฎหมาย ได้

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 29 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** 10 อันดับดาราหนุ่มเกาหลีที่ เซ็กซี่ที่สุด ***


ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของนักร้องหนุ่ม เรน ที่ได้รับคะแนนโหวตไป 12.1%ตามมาด้วยพระเอกหนุ่ม กง ยู จากซีรีย์เรื่อง Coffee Prince ตามมาด้วยพระรองจากเรื่อง My Name Is Kim Song Sun อย่างหนุ่มลูกครึ่งยิ้มสวย แดเนียล เฮ นรี โจ อิน ซุง ในอันดับที่ 4 และหนุ่มหล่อนัยน์ตาเศร้าที่เพิ่งพ้นรั้วทหารมาได้ ไม่นานอย่าง โซ จี ซบ

10 อันดับดาราหนุ่มเกาหลีที่เซ็กซี่ที่ สุด

1. ชอง จี ฮุน ( เรน )
2. กง ยู
3. แดเนียล เฮ นรี
4. โจ อิน ซุง
5. โซ จี ซบ
6. คัง ดอง วอน
7. แจง ดอง กัน
8. จุง วู ซุง
9. ลี จุง แจ
10. แช ซึง วอน


Rain


กงยู


แดเนียล เฮนรี


โจ อิน ซุง


โซ จี ซบ


คัง ดอง วอน


แจง ดอง กัน


จุง วู ซุง


ลี จุง แจ


แช ซึง วอน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 27 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** อังกฤษเต้น!สั่งจัดการบ.แคนาดา ขายหูฟังล่องหนช่วยน.ร.โกงสอบ ***


เอเจนซี - ผู้คุมกฎการสอบของอังกฤษเต้นผาง หวั่นหูฟัง ‘ล่องหน’ ไร้สาย ระบาด ในสถาบันการศึกษา หลังบริษัทผู้ผลิตจากแคนาดาโปรโมทผ่านเว็บไซต์โดยพุ่ง เป้าที่ กลุ่มนัก เรียน

สำนักคุณวุฒิและหลักสูตรของอังกฤษ (คิวซีเอ) เผย ว่า ได้รับแจ้งเรื่องอุปกรณ์ ‘เอ็กแซมเอียร์’ จากครูคนหนึ่งที่บังเอิญไปเห็น โฆษณา ของผลิตภัณฑ์นี้ และกำลังเตรียมดำเนินการทุกอย่างเท่าที่ทำได้กับบริษัท ผู้ผลิต จากแคนาดา รวมถึงตรวจสอบว่า คิวซีเอมีอำนาจตามกฎหมายที่จะบังคับให้ บริษัทดัง กล่าวแก้ไขแผนการตลาด ‘น่าชิงชัง’ นี้หรือ ไม่

โฆษกหญิงของคิวซีเอสำทับว่า นักเรียนที่ทุจริตการสอบจะ ถูก ตัดสิทธิ์สอบทันที และเสริมว่าจะเตือนผู้คุมสอบให้ระมัดระวังอุปกรณ์นี้ แต่ ก็ ยอมรับว่าคงทำได้ ยาก

ปกติแล้ว อังกฤษห้ามนักเรียนนำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบ โดย เด็ดขาด แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีการตรวจค้นอย่างจริง จัง

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ของเอ็กแซมเอียร์จั่วหัวไว้ว่า “ผู้ ช่วย เพื่อความสำเร็จของนักเรียนทั่วโลก!” พร้อมบรรยายสรรพคุณต่อไปว่า หูฟังไร้ สาย ที่ ‘เล็กจิ๋วจนมองไม่เห็น’ เหมาะสำหรับผู้ประกาศทางทีวี เจ้าหน้าที่ใน บาร์ และ ผู้แข่งขันเกมโชว์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนนัก ศึกษา

“ไม่ต้องปวดหัวกับข้อสอบโหดหินอีกต่อไป ไม่ต้องท่อง จำ ประโยคยาวยืดชวนเบื่ออีกต่อไป และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับได้เพราะใช้วิธี โบราณใน การจดโน้ตเข้าห้องสอบอีกต่อ ไป”

ขั้นตอนคือ นักเรียนอาจบันทึกข้อมูลสำคัญไว้บนเครื่อง เล่น MP3 และเปิดฟังผ่านหูฟังสปายในห้องสอบ หรือใช้เอ็กแซมเอียร์สื่อสารกับ บุคคลที่ 3 ที่อยู่นอกห้องสอบให้บอกคำตอบ ให้

เอ็กแซมเอียร์มีให้เลือก 3 รุ่นตามระดับความซับซ้อนในการ ทำ งาน โมเดลแรกคือซิลเวอร์ ราคา 86 ปอนด์ (ราว 5,900 บาท) เหมาะสำหรับการทำข้อ สอบ หรือบททดสอบในห้องเรียน ภายในบรรจุแบตตารีที่ใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง

รุ่นที่ 2 โกลด์ ราคา 100 ปอนด์ (ราว 6,900 บาท) สำหรับการสอบที่ใช้เวลายาวนาน และรุ่นสุดท้าย แพลตินัม ราคา 140 ปอนด์ ( ราว 9,660 บาท) ใช้เทคโนโลยีบลูทูทเชื่อมต่อไมโครโฟนกับโทรศัพท์มือถือ เพื่อ ให้ ผู้สอบติดต่อกับผู้ช่วยนอกห้องสอบ ข้อสำคัญคือ ผู้ใช้ต้องไม่ลืมปิดเสียง โทรศัพท์เด็ด ขาด

บริษัทผู้ผลิตยังโฆษณาว่า เอ็กแซมเอียร์ทุกรุ่นสามารถ เชื่อมต่อกับดิกเตโฟน หรือเครื่องเล่น (MP3, MP4, iPod และอื่นๆ) และขณะนี้ บริษัทได้จัดส่งผลิตภัณฑ์นี้ไปยังอังกฤษเรียบร้อย แล้ว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 26 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** "ดูดาวด้วยเมาส์"กับ Google Sky ***



รูปภาพจากระบบดูดาวบนกูเกิลเอิร์ธนั้น
รวบรวมจากหน่วยงานวิจัยกว่า 6 แห่ง
(ขอบคุณภาพจากบีบีซี นิวส์)

กูเกิลได้ฤกษ์เปิดตัว กูเกิลสกาย (Google Sky) โปรแกรมเสริมที่ช่วยเพิ่ม ความสามารถในการสำรวจท้องฟ้าให้กับบริการท่องโลกสามมิติ "กูเกิลเอิร์ธ(Google Earth)" ได้อย่างสร้างสรรค์ เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถชื่นชมความงามของดวงดาวหลาย ล้านดวงและกว่า 200 ล้านกาแล็กซีได้เพียงคลิ กเมาส์

ภาพดวงดาวและกาแล็กซี่ในกูเกิลสกายนั้นจะทำให้ผู้ใช้ ได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับการชมท้องฟ้าด้วยกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับ เบิล (Hubble Space Telescope) รวมถึงสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของวงจรข้าง ขึ้นข้างแรมบนท้องฟ้าได้ จุดนี้กูเกิลให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบีบีซีนิวส์ว่า แนวคิดพื้นฐานคือการกลับด้านกูเกิลเอิร์ธเพื่อมองส่วนบน ซึ่งก็คือท้องฟ้าที่ห่อ หุ้มโลกของเรานั่น เอง

"สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แทนที่จะใช้กูเกิลเอิร์ธเพียงชมภาพ โลก แต่คุณสามารถใช้กูเกิลเอิร์ธชมภาพบนอวกาศ ได้"

กูเกิลสกายถูกมองว่าจะเป็นทางลัดที่ทำให้การสำรวจท้อง ฟ้าดำเนินการได้ง่ายดายและสะดวกขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน มลพิษในอากาศและแสง รบกวนบนท้องฟ้านั้นทำให้นักดูดาวสามารถมองเห็นกลุ่มดาวเพียวไม่กี่กลุ่มเท่า นั้น กูเกิลสกายจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้นักดูดาวรู้ว่าได้พลาดดาวดวงใดไปแล้ว ซึ่ง ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาด้านดาราศาสตร์อย่าง มาก

ผู้ใช้กูเกิลสกายจะต้องติดตั้งโปรแกรมกูเกิลเอิร์ธบน คอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นจึงสามารถคลิกซูมเพื่อชมท้องฟ้าในส่วนที่ต้องการในระยะ ใกล้ สามารถคลิกปุ่มเพื่อหมุนมุมมองการชมได้ไม่ต่างจากกูเกิลเอิร์ธ โดยภาพดาว ดวงที่ปรากฏจะเป็นภาพท้องฟ้าในวันและเวลานั้นๆ ซึ่งผู้ใช้จะสามารถนำภาพ กาแล็กซี่ กลุ่มดาว หรือภาพข้อมูลดาราศาสตร์อื่นๆจากกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิล มาวางทับบนภาพท้องฟ้าเพื่อจำลองเหตุการณ์หรือศึกษาเพิ่มเติมได้ตามต้อง การ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 22 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** ผลโหวต 11 หนุ่มอังกฤษผู้เพียบ พร้อมขวัญใจสาวๆ ***



Orlando Bloom

"ออร์แลนโด บลูม" หนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์ ได้รับการโหวตให้ เป็นหนุ่มอังกฤษผู้เพียบพร้อมที่น่าออกเดทด้วยมากที่สุด ซึ่งเป็นผลการโหวตจาก นิตยสารชื่อดังอย่าง คอสโมโพลิ แทน

ออร์แลนโด บลูม นักแสดงหนุ่มหล่อ จากภาพยนตร์เรื่อง Lord of the Rings ได้รับเสียงโหวตให้เป็นหนุ่มผู้มี คุณสมบัติเพียบพร้อมที่สาวๆใฝ่ฝันอยากให้เป็นคนรักและอยากออกเดทด้วยมากที่สุด หลังนิตยสารคอสโมโพลิแทนเปิดให้ผู้อ่านได้ร่วมโหวตหาหนุ่มในฝัน โดยมีคู่แข่งคน สำคัญคนอื่นๆอย่าง 2 เจ้าชายแห่งเวลล์ส รวมอยู่ ด้วย

อาจเป็นเพราะมาดนุ่มๆ หล่อ เซอร์ และดูสุภาพของหนุ่มออร์ แลนโดก็เป็นได้ ที่ป็นเสน่ห์ดึงดูดให้สาวๆเทคะแนนให้ถึง 21% เลยที เดียว

อย่างไรก็ตามสาวๆที่อยากจะออกเดทกับหนุ่มออร์แลน โดคงจะต้องผิดหวังเล็กน้อย เพราะเมื่อเร็วๆนี้เพิ่งมีข่าวลือออกมาว่า พระเอกหนุ่ม กำลังจี๋จ๋าอยู่กับ นาโอมี แฮร์ริส นักแสดงสาวผิว เข้มวัย 30 ปีที่เคยแสดงภาพยนตร์ร่วมกันในเรื่อง Pirates of the Caribbean: At World's End หลังจากที่เขาเพิ่งเลิกรากับ เคท บอส เวิร์ท

ส่วน เวนท์เวอร์ธ มิลเลอร์ พระเอกหนุ่มวัย 35 ปีผู้เขย่าหัวใจสาวๆมานักต่อนักจากเรื่อง Prison Break ก็ตาม มาที่อันดับ 2 หลังจากที่เขาได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากสาวๆ เมื่อครั้ง แสดงเป็นหนุ่มมาดเข้มใน Prison Break ละครทีวีสุดฮิตของ อเมริกา

ส่วน 2 เจ้าชายในโลกแห่งความจริงอย่าง เจ้าชาย แฮร์รี และ เจ้าชายวิลเลียม ก็ได้รับการโหวตเป็น หนุ่มในฝันอันดับ 3 และ 4 ตาม ลำดับ

ทางด้านพระเอกหนุ่มสุดหล่อแห่งวงการฮอลลีวูด อย่าง จู๊ด ลอว์ ก็ติดอยู่ในอันดับท็อป 5 รวมถึงเลวิ ส ฮาร์มิลตัน หนุ่มนักแข่งรถฟอร์มูลา วันและร็อบบี วิ ลเลียม นักร้องหนุ่มมาดกวน ก็ติดอยู่ในโผด้วยเช่น กัน

11 อันดับหนุ่มผู้มีคุณสมบัติ เพียบพร้อมตามผลโหวตจากนิตยสาร คอสโมโพลิ แทน

1. Orlando Bloom
2. Wentworth Miller
3. Prince Harry
4. Prince William
5. Jude Law
6. Lewis Hamilton
7. Robbie Williams
8. Jason Orange
9. Alex Zane
10. Sam Branson
11. David Gandy


Wentworth Miller


Prince Harry&Prince William


Jude Law


Lewis Hamilton

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 15 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** นิสสันออกแบบรถกันคนเมา-ง่วง แล้วขับ ***



ภาพจำลองเทคโนโลยีที่ทันสมัยของนิสสัน

เอเอฟพี/เอเจนซี - นิสสันมอเตอร์ ผู้ผลิตรถใหญ่เป็นอันดับ3ของญี่ปุ่น พัฒนา ระบบตรวจจับกลิ่น เหงื่อ และความตื่นตัว ป้องกันไม่ให้คนเมาและคนง่วงขับ รถ

นิสสันแถลงเมื่อวันศุกร์(3) ว่า รถยนต์แนวใหม่นี้จะติด ตั้งเซนเซอร์ที่คันเกียร์เพื่อวัดปริมาณเหงื่อบนฝ่ามือของผู้ขับขณะกำลังสตาร์ท รถ ถ้าระบบตรวจพบแอลกฮอล์ในเหงื่อ รถยนต์จะสตาร์ทไม่ติด อีกทั้งยังเสียงเตือน และข้อความปรากฏบนจอระบบนำทาง เตือนให้ผู้ขับไปพัก ผ่อน

ที่เบาะของคนขับและผู้โดยสารยังมีเซนเซอร์ตรวจจับกลิ่น หากระบบพบกลิ่นแอลกฮอล์ในห้องโดยสารก็จะส่งสัญญาณเตือนเช่น กัน

นอกจากนี้ยังมีกล้องวัดความตื่นตัวของผู้ขับโดยสแกนดวงตา ในระหว่างขับรถ หากระบบพบว่าผู้ขับง่วง เข็มขัดนิรภัยก็จะรัดแน่นขึ้น อีกทั้ง ยังมีระบบตรวจว่ารถยังวิ่งตรงเลนหรือ ไม่

ปัจจุบันนี้นิสสันกำลังทดสอบระบบตรวจลมหายใจของผู้ขับ ซึ่ง จะทำให้คนเมาสตาร์ทรถไม่ติด เช่นเดียวกับค่ายรถวอลโว่ของสวีเดนซึ่งพัฒนารถที่ ผู้ขับต้องเป่าลมใส่เครื่องตรวจวัดแอลกฮอล์ที่อยู่บนเข็มขัดนิรภัยก่อนสตาร์ท รถ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 3 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** จีนเตรียมวางขาย "อาหารอวกาศ" เอาใจนักเดินทาง ***



จีนเตรียมผลิตอาหารอวกาศวางขายใน ชุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นครั้งแรกของโลก (ภาพจาก www.msnbc.msn.com)

เอพี/ไชน่าเด ลี่ – ไม่ต้องเป็นนักบินอวกาศก็สามารถลิ้มรสอาหารอวกาศได้เหมือนกัน เมื่อจีน เตรียมผลิตอาหารอวกาศวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ต เอาใจนักกิจกรรมและนักเดิน ทาง เน้นรสชาติดี มีคุณค่าครบโภชนาการ และมีให้เลือกหลาก เมนู

ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และฝึกอบรมนักบินอวกาศ จีน (The Scientific Research and Training Center for Chinese Astronauts) ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตอาหารในนครเซี่ยงไฮ้ได้วางแผนจะผลิตอาหารสำหรับมนุษย์อวกาศ ให้มีวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นครั้งแรกในโลกในปลายปีนี้ โดยหารือร่วม กันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว มีเมนูอาหารหลากหลายให้เลือกสรร โดยดึงเอาจุดเด่นของ อาหารขึ้นชื่อจากเสฉวนมาใส่ไว้ในเมนู อวกาศ

“อาหารอวกาศนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่รักการทำกิจกรรมกลาง แจ้ง อย่างเช่น นักปีนเขา นักเดินทาง หรือคณะสำรวจขั้วโลก เป็นต้น ซึ่งไม่เพียง แต่จะมีรสชาติอร่อยเหมือนอาหารทั่วไปแล้วยังให้พลังงาน 2,400 แคลอรี เท่ากับที่นักบินอวกาศต้องการด้วย” หัวหน้าแผนกอาหารและ โภชนาการของศูนย์วิจัยฯ อธิบาย

ทั้งนี้ อาหารอวกาศที่จีนเตรียมผลิตวางตลาดนั้น มีมากถึง 60 รายการ ครอบคลุมทั้งเนื้อสัตว์ พืชผัก แป้ง และของหวาน เช่น หมูย่าง เป็ดตุ๋น แคนตาลูปแผ่นทอด ขนมไหว้พระจันทร์ไส้เผือก ทอฟฟี่เมล็ด บัวกวนห่อด้วยแผ่นแป้ง เป็นต้น ซึ่งจีนมีแผนพัฒนาสูตรอาหารสำหรับนักบินของยาน อวกาศเสินโจว 7 (Shenzhou VII) ที่มีกำหนดบินในปี 2551 โดยเฉพาะช็อคโกแลตกับของ หวาน อื่นๆ

เฉินปินกล่าวว่า นักบินอวกาศมักไม่จุกจิกในเรื่องของรส ชาติอาหาร แต่ทุกคนจะชอบให้มีรสชาติเผ็ดร้อนนิดหน่อย ดังนั้น ในเมนูอวกาศจึงอาจจะมีอาหารขึ้นชื่อของมณฑลเสฉวนมากเป็น พิเศษ

ทั้งนี้ อาหารสำหรับนักบิน อวกาศจะต้องถูกทำให้แห้งและมักมีลักษณะเป็นแท่ง, ก้อน หรือเป็นเม็ดเล็กๆที่ต้อง ใช้หลอดดูด ซึ่งนาซาก็ได้ผลิตวางจำหน่ายเป็นของที่ระลึกตามพิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์บางแห่งในอังกฤษและสหรัฐฯ แต่ยังไม่เคยวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตมา ก่อน


อาหารสำหรับนักบินอวกาศที่ต้องทำให้แห้งเพื่อเก็บรักษาได้นาน (ภาพ จาก www.esa.int)


ไอศกรีมอวกาศของฝากยอดนิยมจากพิพิธภัณวิทยาศาสตร์อังกฤษ


อาหารอวกาศชุดสปาเก็ตตีซอสเนื้อ (ภาพจาก www.countdowncreations.com)


แอปเปิ้ลแผ่นรสชินนามอน (ภาพจาก www.countdowncreations.com)


ชุดอาหารอวกาศเหมือนกับที่เคยใช้บนสถานีอวกาศสกายแล็บ มีทั้งเนื้อหมู พริก มันฝรั่ง สเต๊ก หน่อไม้ฝรั่ง และไอศกรีม เป็นต้น (ภาพจากนาซา)

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 26 กรกฎาคม 2550

***********************************************************



*** โบอิง 787 "ดรีมไลเนอร์" อากาศยานสีเขียวบินไกลใช้เชื้อเพลิงน้อย ***


เอพี/เอเอฟพี – “โบอิง” บริษัทผลิตเครื่องบินรายใหญ่ ของโลกกำลังเริ่มปฏิวัติ “สีเขียว” ด้วยการออกเครื่องบินโดยสารรุ่น “ดรีมไล เนอร์” บินในเส้นทางบินระยะไกลโดยใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าเครื่องบินทั่วไปร้อย ละ 20 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณน้อย กว่า

บริษัทโบอิง (Boeing) เปิดตัว โบอิง 787 ”ดรีม ไลเนอร์” (Dreamliner) อย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่สหรัฐ อเมริกา

โครงสร้างลำตัวของโบอิง 787 ใช้ วัสดุประเภทพลาสติกคอมโพสิตเทคโนโลยีสูงแทนการใช้อะลูมิเนียม โครงสร้างพื้นฐาน ของเครื่องบินประมาณร้อยละ 50 เช่นลำตัวและปีกจะทำมาจากวัสดุคอมโพสิต เช่น คาร์บอน-ไฟเบอร์ โดยคำนวณว่าชิ้นส่วนลำตัว 1 ส่วนจะลดการใช้แผ่นอะลูมิเนียมได้ ถึง 1,500 แผ่น และลดจำนวนหมุดยึดได้ 40,000-50,000 ตัว

อย่างไรก็ดี วัสดุคอมโพสิตที่ใช้กับเครื่องบินโบอิ้ง 787 แข็งแรงและเบากว่าวัสดุที่ใช้ในปัจจุบัน ส่งผลให้เครื่องบินใช้เชื้อเพลิงได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะใช้เชื้อเพลิงลดลงร้อยละ 20 เมื่อเปรียบเทียบ กับเครื่องบินขนาดเดียวกัน และเดินทางในเส้นทางเดียวกัน ส่งผลให้ค่าโดยสาร สำหรับเดินทางระยะไกลมีราคาถูกลง อีกทั้งการใช่เชื้อเพลิงน้อยลงทำให้ปล่อยก๊าซ เรือนกระจกได้ในปริมาณน้อย กว่า

ส่วนนวัตกรรมอื่นๆ ของโบอิง 787 ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสะดวก สบายยิ่งขึ้น อาทิ หน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ระดับความชื้นในห้องโดยสารที่สูง กว่าเดิมเพื่อลดภาวการณ์ขาดน้ำในกรณีที่เดินทางไกล และระบบใหม่ที่ใช้ต้านทาน ความปั่นป่วน ต่างๆ

เครื่องบินโดยสารไอพ่น รุ่น 787 ดรีมไลเนอร์ ที่โบอิง ภาคภูมิใจนี้มี 3 รุ่น รุ่นแรก สามารถจุผู้โดยสารได้ 210-250 คน เดินทางได้ไกล ถึง 14,160 - 15,112 กม., รุ่นที่ 2 จุผู้โดยสารได้ 250-290 คน เดินทางได้ ไกล 14,805 - 15,770 กม. และรุ่นที่ 3 สามารถจุผู้โดยสารได้ 290 - 330 คน สำหรับเดินทางช่วงสั้นๆ ประมาณ 8,530 - 10,460 กม.

โบอิงมีแผนผลิตดรีมไลเนอร์ให้ได้ 2,000 ลำภายในช่วง 20 ปี และขณะนี้มียอดคำสั่งซื้อแล้ว 677 เครื่อง จากบริษัทด้านการบิน 47 แห่ง ซึ่ง สนนราคาต่อลำอยู่ที่ประมาณ 146-200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 5,000-7,000 ล้าน บาท) และถ้ายอดในการเปิดตัวครั้งแรกเต็ม โบอิงจะเปิดจองอีกครั้งในอีก 10 ปีข้าง หน้า

ทั้งนี้ โบอิงจะทดสอบการบินเที่ยวแรกในช่วง ส.ค.-ก.ย.นี้ ก่อนจะนำมาให้บริการเชิงพาณิชย์ครั้งแรกกับสายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์ (All Nippon Airways : ANA) ในเดือนเม.ย.ปีหน้า ซึ่งเอเอ็นเอได้สั่งจองเครื่องบิน ล็อตนี้ก่อนใครตั้งแต่ 4 ปีที่ แล้ว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2550

***********************************************************



*** “สะพานข้ามทะเลยาวสุดในโลก" ใกล้เปิดใช้ ***


ภาพถ่ายทางอากาศสะพานข้ามอ่าวหังโจว มูลค่า 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งบันทึกเมื่อวัน ที่ 19 มิ.ย. สะพานยาว 36 กิโลเมตรนี้ เป็นเส้นทางเชื่อมสำคัญสายใหม่ไปยัง เซี่ยงไฮ้ และเชื่อมไฮเวย์จากตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ เข้ากับเมืองท่าหนิงปอในมณฑล เจ้อเจียง พญามังกรตีฆ้องป่าวประกาศว่า สะพานแห่งนี้ เป็นสะพานข้ามทะเลสายยาว ที่สุดใน โลก

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2550

***********************************************************



*** ส่งกระแสไฟฟ้าไม่ต้องเดินสาย เลิกใช้ปลั๊ก และสายไฟให้รุงรัง ***


นักวิทยาศาสตร์ประกาศว่า ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ เป็นการปฏิวัติโลก ได้ โดยจะเลิกใช้ปลั๊กและสายไฟที่เดินรุงรังอยู่ตามบ้านและอาคารทุกแห่งลง เสีย

คณะนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยี แมสซาชูเสตต์อันมีชื่อเสียงโด่งดังของ สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้คิดสร้าง "ไวทริกซิตี้" ใช้ส่งกระแสไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้สาย ไฟกันอีกต่อไป และได้ทดลองส่งกระแสไฟผ่านอากาศไปจุดหลอดไฟขนาด 60 วัตต์ ที่อยู่ ห่างออกไปเป็นระยะ 7 ฟุตติดได้ พวกเขาเชื่อว่ามันจะทำให้เกิดการปฏิวัติวิธีการ ใช้ไฟฟ้า และปลดปลั๊กและสายไฟที่ติดรุงรังอยู่ตามบ้านเรือนสมัยใหม่ออกทิ้งไป ได้

นักวิทยาศาสตร์เกิดความคิดในการส่งกระแสไฟฟ้าระหว่างขดลวด โดยไม่ต้องให้มัน ต่อกันได้มารวม 2 ศตวรรษแล้ว โดยคิดอาศัยแรงเหนี่ยวนำของแม่เหล็กไฟฟ้า และวิธี การนี้ก็ใช้กันอยู่แล้วในมอเตอร์ไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟ แต่ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ได้เกิดเมื่อ ดร.มาริน โวไลจาซิก คิดได้ว่ายังมีหนทางอื่นที่จะส่งพลังงานไฟฟ้า ผ่านอากาศได้อีก แทนที่จะส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าธรรมดา ก็อาจใช้เครื่องส่ง สนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่ได้แผ่รังสีอัดเข้าไปอยู่ในห้อง มันไม่ได้กระทบกับผู้คน หรือวัตถุสิ่งของเลย ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากธรรมชาติของ สนามแม่เหล็ก จะทำปฏิกิริยากับสิ่งมีชีวิตเพียงเล็กน้อย จึงไม่น่าจะมีอันตราย ร้ายแรงอย่าง ใด.

ที่มา : ไทยรัฐ 12 มิ.ย. 50

***********************************************************



*** ไมโครซอฟต์เผยโฉม 'เซอร์เฟซคอมพิวเตอร์' ***


บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ เผยโฉม คอมพิวเตอร์ในอนาคตมีลักษณะเหมือนโต๊ะกาแฟขนาดเล็ก “เซอร์เฟซคอมพิวเตอร์” เป็น อีกก้าวหนึ่งในการพัฒนาที่บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อยากเห็นคอมพิวเตอร์ ในอนาคตที่สามารถแทนเม้าส์ และคีย์บอร์ดได้ด้วยสิ่งที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น เช่น เสียง ปากกา และการสัมผัส

ไมโครซอฟต์ เซอร์เฟซ มีขนาด 30 นิ้ว อยู่ภายใต้โต๊ะที่คลุมด้วยพลาสติกแข็ง ผู้ใช้งานสามารถสัมผัส และเคลื่อนย้ายสิ่งของที่อยู่บนหน้าจอได้ทุกอย่าง ไม่ว่า จะเป็นภาพดิจิตอล ภาพตัวต่อจิ๊กซอว์ หรือสั่งอาหารบนรายการอาหารเสมือน จริง

คอมพิวเตอร์ในอนาคตนี้จะรู้จำ และโต้ตอบสื่อสารกับอุปกรณ์ที่วางอยู่บนพื้น ผิวได้ ดังนั้น ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ สามารถเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าหรือเปลี่ยน แปลงการจ่ายเงินได้ เมื่อนำโทรศัพท์ไปวางบน “เซอร์เฟซคอมพิวเตอร์” ที่ทางห้าง ร้านนำมาใช้ หรือกลุ่มผู้ใช้ งานอาจจะแลกเปลี่ยนกันดูรูปดิจิตอลกันได้รอบโต๊ะ เพียงแค่วางกล้องถ่ายภาพดิจิตอลไว้บนโต๊ะแค่นั้น

ในขั้นแรก “เซอร์เฟซคอมพิวเตอร์” จะมีใช้ตามบริษัทห้างร้านใหญ่ โดยตามกำหนด คาดว่าเครื่องแรกจะมีให้บริการที่โรงแรมในเครือเชอราตัน ราวเดือนพฤศจิกายน นี้.

ที่มา : ไทยรัฐ 1 มิ.ย. 50

***********************************************************



*** ด่วนท้านรก! น้ำหอมทุบสถิติรถไฟ แล่นเร็วที่สุดในโลก 574 กม./ชม. ***


เอเอฟพี/เอพี - รถไฟของฝรั่งเศส TGV สร้างสถิติรถไฟที่แล่นเร็วที่สุด ในโลกเมื่อวันอังคาร(3) นับเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม รถไฟจากแดนน้ำหอมในการแข่งขันกับตลาด โลก

รถไฟขบวนพิเศษที่เรียกว่า V150 ซึ่งมีสมรรถนะสูง กว่ารถไฟทั่วไปจะเปิดใช้บริการแก่สาธารณชนครั้งแรกในเส้นทางสายปารีส-สตาร์บู ร์ก วันที่ 10 มิถุนายน แต่ก่อนหน้านั้นได้มีการเตรียมการสร้างสถิติใหม่ของโลก กันมาหลายสัปดาห์ และมีการเชิญสื่อมวลชนพร้อมกับแขกผู้มีเกียรติร่วมจากรึ กประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ด้วย

V150 มีล้อใหญ่กว่ารถไฟของ TGV โดยทั่วไป และขับเคลื่อน ด้วยเครื่องยนต์ 25,000 แรงม้า สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 574.8 กิโลเมตรต่อ ชั่วโมง ในการทดสอบบนรางที่จัดทำขึ้นมาเป็นพิเศษซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกรุง ปารีส

ความจริงแล้วสถิติรถไฟที่แล่นเร็วที่สุด คือ “maglev” รถไฟของประเทศญี่ปุ่น ที่สร้างสถิติไว้ถึง 581 กิโลโมตรต่อชั่วโมงในปี 2003 อย่างไรก็ตาม หนนั้นไม่ได้มีการนำรถไฟทดสอบบนรางจริง แต่เป็นการแล่นบนสนามแม่ เหล็กเท่า นั้น

สถิติเดิมของรถไฟที่แล่นเร็วที่สุดในโลกที่แล่นบนรางก็คือ รถไฟจากค่าย TGV แห่งนี้ โดยสามารถทำความเร็วได้ 515.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จาก การจดสถิติเมื่อ ปี 1990

จากความ สำเร็จในการสร้างรถไฟที่มีความเร็วที่สุดในโลก จะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถลด เวลาในการเดินทางจากปารีสไปยังสตาร์บูร์ก จากเดิม 4 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 ชั่วโมง 20 นาทีเท่า นั้น

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 4 เมษายน 2550

***********************************************************



*** "กูเกิ้ล" เปิดท่อง อวกาศผ่านเว็บไซต์!! ***


สำนักงานอวกาศสหรัฐ (นาซ่า) และเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่กูเกิ้ล จับมือกันเตรียมเปิดโอกาสให้นักท่องอินเทอร์เน็ต ได้สำรวจหุบผาบนดาวอังคารและบินร่อนเหนือพื้นผิวของดวงจันทร์แบบเสมือน จริง

ขณะนี้กูเกิ้ลทำข้อตกลงความร่วมมือหลายอย่างกับ ศูนย์วิจัยของนาซ่าเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาทางเทคนิค และช่วยให้งานสำรวจอวกาศของนา ซ่าไปสู่ประชาชนมากขึ้น เช่น แผนที่รายละเอียดของดาวอังคารและดวงจันทร์ของโลกใน รูปแบบเดียวกับโปรแกรมแผนที่ดาวเทียมกูเกิลเอิร์ธ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้าง ขวาง

กูเกิลและนาซ่าตั้งเป้าจะให้บริการทางอินเทอร์เน็ตตรวจสอบสภาพ อากาศและพยากรณ์อากาศแบบเวลาจริง ติดตามการโคจรของสถานีอวกาศนานาชาติและกระสวย อวกาศแบบเวลาจริง และแผนที่ดวงจันทร์และดาวอังคารแบบ 3 มิติ

ที่มา : นสพ.ข่าวสด

***********************************************************



*** วงการแพทย์ตะลึง! นักวิทย์ฮ่องกงค้นพบวิธีห้ามเลือดในพริบตา ***


เดอะสแตนดาร์ด(11/10/06) – รายงานการวิจัยในวารสาร Nanomedicine ซึ่งเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตเมื่อวันอังคาร (10 ต.ค) ระบุว่านักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮ่องกงและสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯ กำลังค้นคว้าวิธีใหม่ในการห้ามเลือดระหว่างการผ่าตัดด้วยของเหลวเทคโนโลยีชั้นสูงที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ ซึ่งยังช่วยร่นระยะเวลาการผ่าตัดได้อย่างมาก

งานวิจัยดังกล่าวนับได้ว่าสั่นสะเทือนวงการแพทย์ เพราะปัจจุบันแพทย์มีวิธีที่มีประสิทธิภาพไม่กี่วิธีเท่านั้นที่ช่วยยับยั้งการเสียเลือดโดยไม่ทำให้อวัยวะส่วนอื่นเสียหายระหว่างการผ่าตัด ซึ่งปกติเวลามากกว่าครึ่งของขั้นตอนการผ่าตัดแต่ละครั้งถูกใช้ไปกับการควบคุมการเสียเลือด กลุ่มนักวิจัยแสดงให้เห็นว่าของเหลวซึ่งย่อยสลายได้ตามธรรมชาติที่ประกอบด้วยส่วนของโปรตีนที่เรียกว่าเปปไทด์ สามารถควบคุมการเสียเลือดในหนูทดลองได้ภายในไม่กี่วินาที ถือเป็นเครื่องมือตัวใหม่ที่สำคัญของแพทย์ในการต่อสู้กับหนึ่งในปัญหาหลักของการผ่าตัด

Rutledge Ellis-Behnke นักวิทยาศาสตร์ของ MIT Department of Brain and Cognitive Sciences และเป็นผู้นำการวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า ด้วยวิธีการใหม่นี้สามารถร่นระยะเวลาการผ่าตัดได้กว่า 50%

ด้านซูกั๋วฮุย ศาสตราจารย์ด้านกายวิภาคศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง ซึ่งร่วมทำวิจัยนี้ด้วย กล่าวว่าวิธีใหม่นี้เร็วกว่าและใช้เวลาน้อยกว่า 15 วินาทีในการควบคุมการเสียเลือดที่สามารถใช้ในสภาวะที่เปียกชื้นได้ และอาจเป็นวิธีหนึ่งในการป้องกันการติดเชื้อของบาดแผลจากการผ่าตัดในสภาวะที่มีเชื้อโรค

ผลการวิจัยระบุว่า เมื่อทาของเหลวที่มีส่วนประกอบของเปปไทด์ลงบนแผลเปิด เปปไทด์จะรวมตัวทำหน้าที่เป็นเจลเคลือบป้องกันที่มีขนาดเล็กมาก (nanoscale) มาปกปิดบาดแผลและห้ามเลือด ทันทีที่แผลสมานดีแล้ว เจลดังกล่าวจะแตกตัวเป็นโมเลกุลที่เซลล์ของร่างกายจะใช้เป็นองค์ประกอบในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทั้งนี้ นักวิจัยเชื่อว่าเปปไทด์มีผลกับเนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มเซลล์

นักวิจัยได้ทดลองทาของเหลวดังกล่าวลงบนอวัยวะที่บาดเจ็บของหนูแฮมสเตอร์และหนูหลายตัว เช่น บาดแผลที่สมอง ตับ ผิวหนัง เส้นประสาทไขสันหลัง และลำไส้ ผลคือสามารถควบคุมการเสียเลือดทันทีได้แทบทุกกรณี อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยยังไม่ได้ให้ข้อสรุปที่ชัดเจนกับการทดลองในมนุษย์.

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 11 ตุลาคม 2549 17:23 น.

***********************************************************



*** ฮัลโหลหวีดสยอง..กล้าดีลองมาขโมย ***


สกายนิวส์ – บริษัทเทคโนโลยีเมืองผู้ดีนำเสนอวิธีใหม่ในการแก้ปัญหาโทรศัพท์มือถือถูกขโมย

ระบบรีโมท เอ็กซ์ทีจะส่งสัญญาณเตือนอัตโนมัติเข้าไปในเครื่อง เมื่อได้รับแจ้งว่าโทรศัพท์ถูกขโมย และทันใดนั้นมือถือของคุณจะส่งเสียงหวีดสยองแก้วหู

ซอฟต์แวร์นี้ยังออกแบบมาให้ลบข้อมูลทั้งหมด รวมถึงทำให้เครื่องใช้งานไม่ได้ แม้ขโมยเปลี่ยนซิมการ์ดก็ตาม ยกเว้นเสียงหวีดแสบแก้วหู ซึ่งจะเงียบลงได้ด้วยการเอาแบตเตอรีออกเท่านั้น

มาร์ก ไวท์แมน กรรมการผู้จัดการใหญ่รีโมท เอ็กซ์ที เชื่อว่า ระบบนี้ที่คิดค่าบริการเดือนละ 18 ดอลลาร์ จะช่วยให้ปัญหาการขโมยโทรศัพท์มือถือยุติลงภายในสองปี จากที่อุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้ถูกขโมยเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 200% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2549 15:44 น.

***********************************************************



*** สุวรรณภูมิมึน คนแห่ 'ปิกนิก' ***


จากการสำรวจตลอดแนวเส้นทางเข้าสนามบิน พบว่าบางช่วงพวกที่นำรถมาจอดดูเครื่องบินขึ้น-ลง พัฒนาจากที่เคยนั่งชมอยู่แต่ในรถ บางรายนำข้าวปลาอาหาร เก้าอี้ และเสื่อมาปูนั่งข้างทาง ปักหลักนั่งดูกันเป็นเรื่องเป็นราว บางครอบครัวขนกันมาเต็มคันรถนับสิบคน และล้อมวงจกข้าวเหนียวจิ้มส้มตำ แกล้มเบียร์ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

ซึ่งจากการสอบถามได้ความว่า ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน จ.สมุทรปราการ และเห็นว่าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงขนลูกหลานมาเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการชมเครื่องบินข้างสนามบินสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ บริเวณคูน้ำข้างสนามบิน ซึ่งมีผักบุ้งนา ดอกโสน ขึ้นอยู่หนาแน่น รวมถึงมีหอยเชอรี่ และปูนา เป็นจำนวนมาก ก็มีชาวบ้านที่มาออกไปเดินเก็บผักใส่ถุงกลับบ้าน เพื่อนำไปทำอาหารด้วย

ที่มา : ไทยรัฐ 9 ต.ค. 49

***********************************************************



*** ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปอันร่าเริงของคนไทย ***


บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า กำลังทหารจาก ม.พัน 4 ประกอบด้วยรถถังเอ็ม 41 จาก ม.พัน 4 ยังคงตรึงกำลังรักษาการณ์บริเวณหน้าสนามเสือป่าและสวนอัมพร โดยบรรยากาศตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยประชาชนที่เดินทางมาถ่ายภาพร่วมกับรถถัง พร้อมนำอาหารและน้ำดื่มมามอบให้ จนเต็นท์อำนวยการของทหารแทบไม่มีที่จะเก็บ

นอกจากนี้ ยังคงมีคณะนักเรียนจากจังหวัดต่างๆ ที่เดินทางมาทัศนศึกษาใน กทม. แวะพักถ่ายภาพรถถังกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ในเวลา 11.00 น. กลุ่มวิทยุชุมชนราชภักดี ที่ออกอากาศย่านสายไหม นำแดนเซอร์ สาวแต่งตัววาบหวิว 5 คน มาเปิดเพลงเต้นเพื่อปลอบขวัญทหาร ซึ่งเหล่าทหารที่ยืนประจำการ เดินยิ้มร่ามาดู 5 สาวด้วยความสนใจ

ทั้งนี้ นายจักรี ชุ่มนิกาย นักจัดรายการวิทยุชุมชน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุรัฐประหารได้แต่งเพลงขึ้นเพื่อเป็นการให้กำลังใจทหารโดยเฉพาะ จึงนำมาเปิดในวันนี้ ส่วนแดนเซอร์มาเต้นไม่ใช่นักเต้นอาชีพทุกคนเป็นพนักงานในสถานีวิทยุชุมชน และบางคนเป็นนักจัดรายการ ที่มาเพราะต้องการให้ทหารผ่อนคลายความตึงเครียด เท่านั้น ซึ่งตนยังเก็บภาพบรรยากาศเหล่านี้ไปออกรายการโทรทัศน์เคเบิลท้องถิ่นที่จัดอยู่ในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศเห็นภาพนี้พร้อมๆกันด้วย

ที่มา : ไทยรัฐ

***********************************************************



*** เปิดตัวนักบินอวกาศมาเลย์คนแรก ***


เอเอฟพี - รัฐบาลมาเลเซียเปิดตัวนักบินอวกาศคนแรกของประเทศ เป็นแพทย์วัย 34 ปี ซึ่งจะเดินทางไปกับยานอวกาศโซยุซของรัสเซีย ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ในเดือนกันยายน ปี 2007 เพื่อนำธงชาติและวัฒนธรรมมลายูไปเผยแพร่แก่ชาวโลก นักบินอวกาศคนแรกในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียผู้นี้ มีชื่อว่า เชค มุสซาฟาร์ ชูโกร์ ผู้ชนะเลิศจากการคัดเลือกผู้สมัครราว 12,000 คน ทั่วประเทศ โดยมีฟาอิซ คาเลด ทันตแพทย์ของกองทัพบกมาเลเซีย วัย 26 ปี ผู้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เป็นนักบินอวกาศสำรอง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2549

***********************************************************



*** ดาวน์โหลดหนังสืออ่านฟรีด้วยกูเกิลบุ๊กเสิร์ช ***


กูเกิลอัดฟีเจอร์ใหม่ให้กับบริการค้นหาหนังสือ "Google Book Search" โดยในเวอร์ชันใหม่นี้ ผู้ใช้จะสามารถดาวน์โหลดนิทาน นิยายมาอ่านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสามารถสั่งพิมพ์ได้ด้วย

บริการค้นหาหนังสือของกูเกิลภายใต้ชื่อ Google Book Search พัฒนาขึ้นไปอีกขึ้น ต่อไปผู้ใช้จะสามารถพิมพ์วรรณกรรมคลาสสิคที่ไม่ติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์มาอ่านได้โดยไม่ผิดกฎหมายในรูปแบบของไฟล์ PDF ซึ่งในจุดนี้ถือเป็นบริการใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมา เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ใช้บริการค้นหาหนังสือของกูเกิลจะอ่านได้จากหน้าจอเท่านั้น

รายชื่อวรรณกรรมที่สามารถดาวน์โหลดมาอ่านได้จากกูเกิลพรินท์ได้แก่ Ferriar's The Bibliomania, A futurist from 1881's 1931: A Glance at the Twentieth Century, Aesop's Fables, Shakespeare's Hamlet, Abbott's Flatland, Hugo's Marion De Lorme, Dunant's Eine Erinnerung an Solferino, Bol?var's Proclamas และ Dante's Inferno (อ้างอิงจากกูเกิล)

บริการค้นหาหนังสือของกูเกิลได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยชื่อดังและห้องสมุดจำนวนมาก เช่น มหาวิทยาลัยออกฟอร์ด, ฮาวาร์ด, สแตนฟอร์ด, มิชิแกน, ห้องสมุดสาธารณะนิวยอร์ก ฯลฯ ที่ยอมให้อาสาสมัครจากกูเกิลเข้าไปสแกนหนังสือได้ ซึ่งตามนโยบายของกูเกิล หนังสือที่ทำการสแกนนั้นจะเป็นหนังสือที่ไม่ติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์แล้วเป็นหลัก เนื่องจากก่อนหน้านี้ กูเกิลถูกสำนักพิมพ์จำนวนมากฟ้องร้องในประเด็นเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงินมหาศาล

ในทางตรงกันข้าม สำนักพิมพ์โนเนมหลายแห่งก็อาศัยกูเกิลเป็นที่ประชาสัมพันธ์ผลงานเขียนของนักเขียนในค่าย ซึ่งผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลดงานเขียนไปอ่าน-พิมพ์ได้

กูเกิลเปลี่ยนชื่อจากบริการ Google Print มาเป็น Google Book Search เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2004 ผู้ใช้สามารถเข้าไปยังลิงค์ของกูเกิล พรินท์ได้ที่ print.google.com โดยระบบจะรีไดเร็คหน้าเว็บเพจไปที่หน้าของ books.google.com โดยอัตโนมัติ

ก่อนหน้านี้ กูเกิลถูกค่ายสำนักพิมพ์ และสมาคมนักหนังสือพิมพ์ของสหรัฐอเมริกาต่อต้านโครงการสแกนหนังสือใส่เว็บไซต์กูเกิลอย่างหนัก เนื่องจากเสิร์ชเอนจินชื่อดังไม่สามารถให้คำตอบต่อกรณีการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์สิ่งพิมพ์เหล่านั้นจากบนเว็บไซต์ได้ อีกทั้งยังให้เหตุผลว่าโครงการดังกล่าวทำให้สำนักพิมพ์ประสบปัญหาขาดรายได้จากการจำหน่ายหนังสือด้วย

Company Related Links :
books.google.com

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2549 12:55 น.

***********************************************************



*** ดิสนีย์ฯ” เลือกผู่ตงลงเสาสวนสนุก ***


ทอมเน็ต – สื่อจีนอ้างแหล่งข่าววงในยืนยันว่า ดิสนีย์แลนด์ ธีมปาร์กจากสหรัฐอเมริกา เตรียมลงเสาที่ชวนซา ในเขตผู่ตง นครเซี่ยงไฮ้ และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2010 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เซี่ยงไฮ้เป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 สิงหาคม 2549 19:26 น.

***********************************************************



*** ภาพแอบถ่ายกู้กลับได้ใน 1 นาที !!! ***


มีคน Mail มาหาผมว่า ไม่เชื่อหรอกว่าภาพที่ถูกลบไปแล้วหรือ Format หน่วยความจำไปแล้วจะกู้กลับมาได้ ผมเลยเอาภาพมายืนยันให้ดู จะได้รู้ว่าเวลาขายเครื่องทิ้ง / ส่งซ่อมหรือไปลงของเล่นตามร้านน่ะ โดนกันเพียบ

อันนี้เดี๋ยวจะหาว่าใส่ไฟให้ร้านเลว ๆ อีก เอาเป็นว่าผมมีเพื่อนอยู่เป็นร้านตู้กระจก เขาก็ทำกันทั้งนั้น ยิ่งลูกค้าขาว ๆ หมวย ๆ มาขายเครื่อง / ลง Applications นี่... แค่ 1 นาที พ่อค้าก็สูบรูป Rate R เก่า ๆ ที่เคยถ่ายเล่นหน้ากระจกหรือถ่าย Rate X กับกิ๊กออกมาลง Computer หมดแล้ว

มาเจออีกทีก็นี่... ตาม Web Sites ต่าง ๆ ไม่ก็ดังหน่อย อาจจะได้ถึงลูกถึงคนกันบนโรงพัก แต่ส่วนใหญ่จับมือใครดมไม่ได้หรอกครับ

เผื่อใครไม่เชื่อดูภาพประกอบนี่ก็ได้ ผมกำลังกู้ภาพเก่า ๆ เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนกลับคืนมาจาก Micro - SD อันหนึ่ง สบาย ๆ แค่นาทีเดียวก็เรียบร้อย และของแบบนี้ ลูกค้าหรือตำรวจไม่ค่อยทันรู้หรอก

ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ โดยเฉพาะคนที่ไม่เชื่อว่ามันกู้ได้ ร้านเลว ๆ ร้านไหนแค่มี Com ตัวเดียวก็ทำได้ครับ

***********************************************************



*** ญี่ปุ่นผุดเครื่องบันทึกกลิ่นได้ ***


นายทากามิชิ นากาโมโตะ นักวิทยาศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (Tokyo Institute of Technology) ผู้ประดิษฐ์เครื่องบันทึกกลิ่น กล่าวว่า หลักการทำงานของเครื่องบันทีกกลิ่น คือ ใช้เซนเซอร์ 15 อันบันทึกกลิ่นดังกล่าว จากนั้นจะใช้ไอน้ำและสารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายกว่า 96 ชนิดมาผสมกันเพื่อเลียนแบบกลิ่นต้นแบบที่บันทึกในตอนแรก ซึ่งเชื่อว่าเทคโนโลยีบันทึกกลิ่นนี้จะนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมอาหารและน้ำหอม แม้กระทั่ง โทรศัพท์มือถือ ซึ่งส่งผลให้คนเกือบทั่วโลกสามารถได้กลิ่นเดียวกันได้ทั้งหมด

โดย ITV News วัน ศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 06:35 น.

***********************************************************



*** ประโยคเด็ด ‘สุดเน่า’ มัดใจสาว ***


เอเจนซี – สำนักพิมพ์แชมเบอร์ในอังกฤษเผยประโยคเด็ดสื่อรัก ซึ่งได้รับการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างๆ แล้ว เช่น เช็ก ฝรั่งเศส อิตาเลียน สเปน และเยอรมัน

ประโยคเด็ดที่ได้รับการแนะนำไว้ในรายงานข่าวได้แก่ “พ่อของเธอเคยเป็นโจรรึเปล่า เพราะเขาขโมยดวงดาวบนท้องฟ้ามาไว้ในตาของเธอ”

“เจ็บมากไหม ตอนเธอตกลงมาจากสรวงสวรรค์”

“เธอต้องเหนื่อยแน่ๆ ก็เธอเล่นมาวิ่งในใจฉันทั้งวันเลย”

“สิ่งเดียวที่ดวงตาของเธอยังไม่ได้บอกกับฉันก็คือ ชื่อของเธอ”

ทั้งนี้ คนไทยหลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกับประโยคเหล่านี้มานานแล้ว เพราะคนไทยเองก็ได้ยินประโยคเน่าๆ เหล่านี้ในละครบ้านเราบ่อยๆ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2549 16:52 น.

***********************************************************



*** เจ้าชายจิกมี ภาค 3ตอนทรงพระเยาว์ ***


***********************************************************



*** ประวัติเจ้าชายจิกมี่ภาค 2 ***


เจ้าชายจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระรามาธิบดี จิกมี ซิงเย นัมเกล วังชุก กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน กับพระราชินีองค์ที่ 3 คือ สมเด็จพระราชินี อาชิ เชอริง ยางดน วังชุก โดยสมเด็จพระรามาธิบดีทรงอภิเษกสมรสกับพระราชินี 4 พระองค์ตามโบราณราชประเพณี ทรงมีพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมพระมารดาอย่างละพระองค์ พระอนุชาต่างพระมารดาสามพระองค์ และพระขนิษฐาต่างพระมารดาอีกสามพระองค์
       
            ประสูติเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1980 และทรงได้รับการศึกษาชั้นต้นในราชอาณาจักร จากนั้นเมื่อเจริญพระชันษาจึงได้เสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ Cushing Academy ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำสหศึกษาที่มีชื่อเสียงของมลรัฐ แมสซาชูเซตต์ มีอายุกว่า 100 ปีและทรงศึกษาต่อที่ Wheaton Collage ที่ชิคาโก ก่อนที่จะเสด็จมาศึกษาต่อในขั้นอุดมศึกษาที่ Magdalen Collage,Oxford University ประเทศอังกฤษ ในสาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสาขาวิชารัฐศาสตร์ ชึ่งระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่ที่นี่ ทรงใช้รถจักรยานเป็นพระพาหนะในการเสด็จพระดำเนินในบริเวณมหาวิทยาลัยและที่ประทับ
       

            เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ได้เสด็จกลับสู่มาตุภูมิทรงโปรดเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ในฐานะองค์รัชทายาทหลายครั้ง โดยเสด็จเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี ค.ศ.2002 และอีกครั้งในปีถัดมา เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีและเพื่อที่จะศึกษาขนบธรรมเนียมและประเพณีของมิตรประเทศ รวมไปถึงการดูงานเรื่องการศึกษา และเศรษฐศาสตร์ อันจะเป็นประโยชน์สำหรับพระองค์เองในอนาคต
       

            ราชอาณาจักรภูฏานยังคงอยู่ใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งพระราชบิดาทรงเป็นองค์พระประมุข และกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ด้วยพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันมีพระราชดำริที่จะสละราชสมบัติในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้องค์มกุฎราชกุมาร จิกมี เคเซอร์ฯ เสด็จขึ้นครองราชย์แทน และทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้นำเอาระบอบประชาธิปไตยมาใช้ในการปกครองแทนระบอบเดิม ที่ทรงเห็นว่าจะเป็นการนำราชอาณาจักรของพระองค์ไปสู่ความก้าวหน้าเฉกเช่นอารยประเทศและมิตรประเทศอื่นๆ
       
             ดังนั้น ปัญหาที่ต้องแก้ไขเป็นปฐมบทก็คือ เรื่องของการศึกษาอันเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตย ประชากรชายชาวภูฏานมีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศที่อ่านออกเขียนได้ ส่วนประชากรหญิงมีเพียงประมาณหนึ่งในสี่เท่านั้น ซึ่งองค์มกุฎราชกุมารพระองค์นี้ทรงเป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชน โดยเน้นถึงความสำคัญของการศึกษาแผนใหม่ ซึ่งก็ได้มีการพยายามที่จะร่างแผนพัฒนาการศึกษาที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรก 
       
            สิ่งสำคัญที่พระราชบิดาทรงมีพระราชดำรัสในวันชาติของภูฏานเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่เมืองทิมพู ก็คือ การพัฒนาความเป็นอยู่และความคิดของชาวภูฏานให้สอดคล้องและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของยุคโลกาภิวัตน์ นั่นก็หมายความถึงพระภาระอันหนักอึ้งของราชอาณาจักรที่ตกเป็นของเจ้าชายหนุ่มน้อยพระองค์นี้ ที่ต้องทรงใช้พระสติปัญญาในการนำประชาชนไปในทิศทางที่ควรจะเป็น
       
            ส่วนสาวใดที่สนใจอยากจะไปภูฏานนั้นให้รู้ไว้ด้วยว่าภูฏานเป็นเพียงดินแดนเล็กๆ บนเทือกเขาหิมาลัย ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีสนามบินเพียงแห่งเดียวซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็กที่มีความยาวของรันเวย์จำกัด เนื่องจากมีพื้นราบที่จะสร้างได้เพียงเท่านั้น ซ้ำรันเวย์ยังถูกกระหนาบด้วยแนวภูเขาทั้งสองข้าง ดังนั้น กัปตันผู้นำเครื่องบินลงจอดต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ
           
            และด้วยขนาดของรันเวย์นี้เองที่เป็นข้อกำหนดขนาดของเครื่องบิน สายการบินของภูฏานเป็นเพียงสายการบินเดียวที่มีจำนวนเที่ยวบินเข้าออกจากโลกภายนอกมากที่สุด รองลงมาเป็นสายการบินของเนปาล ที่มีเที่ยวบินนำผู้โดยสารเข้าออกจากกรุงกาฐมัณฑุ 
       
            ประชาชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน 3 เมืองหลัก คือ พาโร ทิมพู และปูนาคาซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า เส้นทางสัญจรระหว่างเมืองต่างๆเป็นถนนลาดยางสายเล็กๆที่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา เป็นเส้นทางผ่านดงต้นโรโดเดนดรอนที่เป็นไม้ป่า มีเต็มทั่วทั้งหุบเขาให้ดอกสีแดงและชมพูสะพรั่ง สวยงามมากในฤดูใบไม้ผลิ 
       

            รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว ที่ผู้เดินทางเข้าประเทศต้องชำระค่าวีซ่าถึงคนละ 40 ดอลลาร์อเมริกันต่อวัน และจำนวนที่นั่งของเที่ยวบินในแต่ละปีมีจำนวนไม่มากนัก จึงทำให้ภูฏานติดอันดับของแหล่งท่องเที่ยวประเภท “UNSEEN” ผู้ที่จะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวได้ต้องเป็นผู้มีฐานะ จึงเห็นแต่นักท่องเที่ยวจากโลกตะวันตก ญี่ปุ่น และผู้ประกอบธุรกิจจากอินเดีย และเนปาล
       

            ประชาชนส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธในแบบมหายาน นิกายตันตระ ที่ทุกคนต้องสวดมนต์ที่ศาสนสถานให้ได้คนละ 108 จบในแต่ละวัน บทสวดมนต์ขึ้นต้นด้วยคำว่า “โอม มุนี ปัทเม ฮุม” ผู้สวดทุกคนต้องสวดในท่าหมอบราบ ไถลตัวขนานไปกับพื้นดิน และต้องหมุนวงล้อให้ครบตามจำนวนบทที่สวด
            
            อาชีพส่วนใหญ่คืออาชีพเกษตรกรและเลี้ยงสัตว์ การเพาะปลูกกระทำได้เพียงปีละครั้ง เป็นปัญหาสำคัญของชนพื้นเมืองที่ผลผลิตคงเก็บไว้เพียงบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น ในยามว่างผู้ชายจะออกมาฝึกซ้อมยิงธนูอันเป็นกีฬาประจำชาติ ส่วนผู้หญิงทำงานบ้าน เลี้ยงลูก และเย็บปักถักร้อย โดยปกติชายชาวภูฏานสามารถมีภรรยาได้ถึงสี่คน
       
            ในวันที่ได้รับพระราชทานรางวัลจากพระราชบิดา ที่พระราชวัง ซามเทลลิ่ง เป็นผ้าพันคอสีแดง ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ทรงรับสั่งว่า “ใม่มีสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการดำเนินรอยตามพระยุคลบาทของพระราชบิดา การบำรุงอาณาประชาราษฎร์และบำบัดทุกข์เพื่อให้ประชาชนชาวภูฏานได้รับประโยชน์สุขสูงสุดโดยทั่วถึงกัน”

***********************************************************



*** เด็กๆ ถูกใจ “ริงโทน” แบบใหม่ ผู้ใหญ่ไม่ได้ยิน !! ***


บรรดาเด็กนักเรียนได้กระดี๊กระด๊าเมื่อบริษัทบนเกาะอังกฤษพัฒนา “ริงโทนเสียงยุง” เสียงเรียกเข้า อาศัยหลักง่ายๆ ทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ผู้ใหญ่ไม่ได้ยิน ห้องเรียนที่เคยเป็นเขตห้ามเสียงโทรศัพท์ดัง กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีความสุขของเด็กๆ อีกครั้ง

นักเรียนจำนวนมากในสหรัฐฯ ดาวน์โหลดริงโทนหรือเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่จากอินเทอร์เน็ต โดยเลือกใช้เสียงที่มีความถี่สูงเกินกว่าที่หูของผู้ใหญ่ (หรือคุณครู) จะสามารถได้ยินได้ ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถรับเปิดโทรศัพท์รับข้อความต่างๆ ที่ส่งเข้ามาได้ขณะอยู่ในชั้นเรียน โดยที่คุณครูไม่รู้ระแคะระคายแม้แต่นิดเดียว

แนวคิดเสียง “ริงโทน” ที่ได้ยินเฉพาะเด็กๆ นี้ มาจากความรู้ที่ว่าเมื่อคนเราแก่ตัวลง สิ่งต่างๆ ในร่างกายเริ่มหย่อนประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะ “หู” ซึ่งผู้ที่มีอายุมากจะมีประสิทธิภาพในการได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงลดลง

ริงโทนขวัญใจเด็กๆ ชิ้นนี้พัฒนาขึ้นโดยบริษัทจากเวลส์ เขาเรียกมันว่า “เสียงยุง” ซึ่งถ้าตั้งเสียงเรียกเข้าเสียงนี้ไว้ เด็กๆ ด้วยกันจะได้ยิน แต่ผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ น้อยคนนักจะได้ยินเสียงดังกล่าว โดยสามารถดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ตได้ในราคาครั้งละ 3 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ ดอนนา ลีวิส (Donna Lewis) อาจารย์ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในแมนฮัตตัน เปิดเผยว่า เพื่อนครูของเธอเคยลองนำริงโทนเสียงยุงไปเปิดในห้องเรียนปรากฏว่าเด็กๆ ทุกคนได้ยินชัดเจน แต่เมื่อไปเปิดในกลุ่มผู้ใหญ่กลับไม่มีใครได้ยินเลย

อย่างไรก็ดี ชารอกห์ ยาเดการี (Shahrokh Yadegari) ศาสตราจารย์ทางด้านเสียงมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในซานดิเอโก เชื่อว่า คงไม่ใช่ผู้ใหญ่ทุกคนที่ไม่สามารถฟังเสียงที่มีความถี่สูงได้ แต่บางคนน่าจะยังฟังได้ แต่กรณีเสียงริงโทนยุงที่แพร่หลายนี้ ก็เพราะมีหลักการทางวิทยาศาสตร์มาช่วย

นอกจากนี้ ยังมีคำถามตามมาอีกว่า ริงโทนแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ แต่กระนั้นก็ตามในแง่ธุรกิจแล้ว “วัยรุ่น” เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในการพัฒนาและขายเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีริงโทนแปลกๆ พิสดารเอาใจพวกเขาเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นอีกเป็นได้

***********************************************************



*** “ช็อคโกแลตนม” ช่วยสมองทำงานดีขึ้น ***


งานวิจัยเอาใจคนรัก “ช็อคโกแลต” ออกมาอีกแล้ว โดยผลงานล่าสุดเป็นของนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ออกมาแจ้งข่าวดีว่าการกินช็อคโกแลตนมจะช่วยให้สมองทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดร.ไบรอัน เราเดนบุช (Dr. Bryan Raudenbush) จากมหาวิทยาลัยฮวีลลิง เยซูอิต (Wheeling Jesuit University) เวสต์ เวอร์จิเนีย สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ในช็อคโกแลตเต็มไปด้วยสารต่างๆ มากมายที่ทำหน้าที่เหมือนตัวกระตุ้น อาทิ สารทีโอโบรมีน (Theobromine) สารฟีนีไทลามีน (phenethylamine) และคาเฟอีน (caffeine)

“ที่สำคัญสารเหล่านี้เคยมีการศึกษาและสรุปออกมาว่าช่วยเพิ่มความว่องไวและความกระตือรือร้นให้แก่ผู้ที่กินเข้าไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราค้นพบได้จากผู้ที่กินช็อคโกแลต พวกเขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ตื่นตัวมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความสดชื่นให้แก่สภาพจิตใจอีกด้วย” เราเดนบุชกล่าว

ทั้งนี้ มีคำถามต่ออีกว่าช็อคโกแลตแบบไหนมีผลต่อสมองอย่างไร โดยเขาและทีมงานได้หาอาสาสมัคร มาทำงานที่น่าอิจฉา นั่นคือกิน ให้กินช็อคโกแลตนม (milk chocolate) 85 กรัม, กินช็อกโกแลตดำ (Dark Chocolate) 85 กรัม, กินถั่วเครอบ (carob) 85 กรัมเช่นกันและสุดท้ายไม่กินอะไรเลยเป็นสภาวะควบคุม

หลังจากผ่านไป 15 นาทีอันเป็นช่วงการย่อย อาสาสมัครก็จะได้รับการทดสอบในรูปแบบต่างๆ โดยประมวลผลผ่านระบบที่ออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อวัดการสั่งงานของสมอง ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบความจำ การทดสอบความสนใจใส่ใจที่เพิ่มขึ้น ปฏิกิริยาตอบสนอง และการแก้ปัญหา

“ผู้ที่กินช็อคโกแลตนมมีผลการสอบสนองอย่างมีนัยสำคัญไม่ว่าจะเป็นทั้งในส่วนของความจำและการตอบโต้” เราเดนบุชอธิบาย อีกทั้งผู้ที่กินช็อกโลนมและดาร์กช็อคโกแลตต่างก็เพิ่มระดับการควบคุมตัวเองและปฏิกิริยาตอบสนองได้มากพอๆ กัน

อย่างไรก็ดี งานวิจัยก่อนหน้านี้ที่ชี้ให้เห็นว่าสารอาหารบางชนิดไปกระตุ้นการปล่อยกลูโคลสและเพิ่มการหมุนเวียนโลหิต ซึ่งช่วยเสริมการทำงานของส่วนความจำ ซึ่งเราเดนบุชก็กล่าวเช่นกันว่าในช็อคโกแลตนี่ล่ะที่มีสารอาหารประเภทนั้น หากรับประทานช็อคโกแลตเข้าไปก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สมองส่วนความจำทำงานได้ดีขึ้น

***********************************************************



*** ชื่นชมพระสิริโฉม 2 พระราชอาคันตุกะวัยเยาว์ ***


ในจำนวนพระราชอาคันตุกะจากทั้ง 25 ประเทศ ที่เสด็จฯ มาร่วมงานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 12-13 มิถุนายน พ.ศ.2549 นั้น มีพระราชวงศ์ 2 พระองค์ที่ทรงพระชันษาน้อยที่สุด คือ “เจ้าหญิงลัลลา ซัลมา เบนนานี” พระมเหสีในสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเมดที่ 6 แห่งโมร็อกโก เสด็จฯแทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเมดที่ 6 แห่งโมร็อกโก และ “มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน” ซึ่งทรงเสด็จฯ แทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก

“เจ้าหญิงลัลลา ซัลมา เบนนานี” พระชายาในสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเมดที่ 6 แห่งราชอาณาจักรโมร็อกโก ทรงมีพระชนมายุ 27 ชันษา มีพระนามเดิมว่า นางสาว ซัลมา เบนนานี ทรงเป็นธิดาของนายเอลฮัจ อับเดลฮามิด เบนนานี ทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงลัลลา ซัลมา เมื่อปี 2546

เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2521 ที่เมืองเฟส ราชอาณาจักรโมร็อกโก ปัจจุบันมีพระชนมายุ 28 พรรษา ทรงอภิเษกสมรสเมื่อปี 2546 กับสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 แห่งราชอาณาจักรโมร็อกโก มีพระราชโอรส 1 พระองค์ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ (คอมพิวเตอร์) เมื่อปี 2543 โดยทรงได้รับคะแนนสูงสุดในบรรดาผู้ที่สำเร็จการศึกษาในปีนั้น

เจ้าหญิงลัลลา ทรงเป็นพระชายาในสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์แรกในประวัติศาสตร์โมร็อกโก ที่ได้รับพระราชทานพระอิสริยยศ และทรงมีสิทธิ์ประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆอย่างเป็นทางการ เมื่อกลางปี พ.ศ.2548 เจ้าหญิงลัลลา ทรงเคยเสด็จฯ เยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ โดยได้ทรงเรือหางยาวล่องแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกเหนือจากพระชันษาที่ยังเยาว์อยู่นั้น เจ้าหญิงลัลลายังทรงเป็นเจ้าหญิงที่มีพระสิริโฉมงดงามเหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยาย รวมทั้งยังทรงมีพระปรีชาสามารถ เสด็จฯประกอบพระราชกรณียกิจแบ่งเบาพระราชภาระของสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 ได้เป็นอย่างมาก ทำให้เป็นที่ประทับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นโดยทั่วไป

“มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน” พระชนมายุ 26 ชันษา ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก และสมเด็จพระราชินีอาชิ เธอริง ยังดอง วังชุก ทรงเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2523 ปัจจุบันยังไม่ทรงอภิเษกสมรส

ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรการอบรมด้านการทูต ด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัย Oxford สหราชอาณาจักร และทรงสำเร็จหลักสูตรการป้องกันประเทศ จาก National Defence College สาธารณรัฐอินเดีย และหลักสูตร Innovations in Governance จากมหาวิทยาลัยสหรัฐอเมริกา เมื่อปีพุทธศักราช 2548

มกุฎราชกุมารจิกมี ทรงเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนภูฏานในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และการประชุมองค์การสหประชาชาติ สมัยพิเศษว่าด้วยเรื่องเด็ก ใน พ.ศ.2545

ทรงเคยเสด็จฯ เยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์หลายครั้ง โดยเมื่อครั้งวันที่ 14-22 มีนาคม พ.ศ.2546 ได้เสด็จฯทอดพระเนตรโครงการหลวงที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

ด้วยความที่ มกุฎราชกุมารจิกมีทรงเป็นเจ้าชายหนุ่มรูปงาม มีพระพักตร์ละม้ายดาราเกาหลี รวมทั้งความเก่งกาจในหลายๆ ด้านของพระองค์ ทำให้เป็นที่ฮือฮาอย่างมากในกลุ่มสาววัยรุ่นไทย ซึ่งดูเหมือนว่าการเสด็จฯ เยือนไทยครั้งนี้จะเป็นการเปิดพระองค์ครั้งแรกต่อประชาคมโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งอนาคตเชื่อว่าพระนามของพระองค์จะติดหูผู้คน และอาจจะแซงหน้าเจ้าชายวิลเลียม แห่งสหราชอาณาจักร ขวัญใจสาวๆ ทั่วโลกคนเดิมได้ไม่ยากเลยทีเดียว

***********************************************************



*** ซิตีเซนเปิดตัว นาฬิกาบลูทูธเครื่องแรกที่เชื่อมต่อกับโทร.มือถือ ***


หากจะอ้างว่าไม่ได้ยินโทรศํพท์ที่คนดีของคุณโทรเข้ามาแล้วหละก็ คงใช้ไม่ได้อีกต่อไป เมื่อซิตีเซน (Citizen) ค่ายผู้ผลิตนาฬิการายใหญ่แห่งแดนปลาดิบ เปิดตัว "i:VERT" นาฬิกาข้อมือที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือด้วยบลูทูธเครื่องแรก ช่วยให้คุณไม่พลาดการติดต่อแม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังก็ตาม

ซิตีเซน ให้รายละเอียดการทำงานเจ้านาฬิกาเรือนนี้ว่า "ไม่ว่าจะมีโทรศัพท์หรือข้อความที่ส่งเข้ามา ทุกรายละเอียดจะแสดงผลมายังที่นาฬิกาที่มีการเชื่อมต่อบลูทูธเรือนนี้ อาทิเช่น ไฟกระพริบ แสดงเบอร์โทรศัพท์หรือรายชื่อคนที่โทรเข้ามา รวมถึงการสั่นเตือน ช่วยให้คุณที่ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ก็ไม่พลาดการติดต่อ แม้ว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นจะอยู่ในมุมที่ลึกสุดของกระเป๋าก็ตาม นวัตกรรมใหม่ที่เป็นได้มากกว่านาฬิกาบอกเวลา"

ในเวลานี้มีเพียงนาฬิกาข้อมือสำหรับผู้ชายที่จะออกมาชิมลางตลาดก่อน โดยมีหน้าจอเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส แสดงข้อมูลด้วยสารเรืองแสงสีฟ้า (luminescent blue diodes) มาพร้อมกับบลูทูธที่ใช้เป็นตัวเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลภายในระยะทางอันใกล้

ซิตีเซน คาดว่าจะผลิตเจ้านาฬิกาที่ว่าในจำนวนเพียง 5,000 เรือนเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 25,000 เยน (ราว 8,400 บาท) โดยจะออกจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมเป็นต้นไป และกำลังจะเปิดตัวดีไซน์สำหรับคุณผู้หญิงในเร็ววันนี้ด้วย

การเปิดตัวนาฬิกาของซิตีเซนในครั้งนี้นับว่าเป็นการชิงความได้เปรียบจากคู่แข่งรายสำคํญอย่าง ไซโก(Seiko) และคาสิโอ(Casio) ที่มีแผนจะเปิดตัวนาฬืกาชนิดเดียวกันในปีหน้า ไปได้มากทีเดียว

***********************************************************