 "ชีซี" หรือเทศกาลแห่งความรักใน วันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ตาม จันทรคติ
วันเทศกาล 7 ค่ำ(ชีซี) ซึ่งตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติของทุกปี เป็นที่รู้กันทั่วไปคือ เทศกาลแห่งความรักของจีน ซึ่งถือ ได้ว่าเป็น เทศกาลแห่งความรัก ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
โดยยืนยันได้จากงานวิจัย วัฒนธรรม เพราะบันทึกทางอักษรของตำนานเรื่องชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า พบว่ามี การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น เท่ากับว่า เทศกาลดัง กล่าวมีอายุ 2,000 กว่าปีมาแล้ว คือเป็นเวลาก่อนคริสตศักราช 270 ปี เกิดขึ้น ก่อนเทศกาลวันวาเลนไทน์ถึงเกือบ 300 ปี
ตั้งแต่โบราณกาลมา เทศกาลนี้จัดเป็นเทศกาลที่สำคัญและโรแมนติกสำหรับสตรีในทั้งหลาย โดยสตรีจีนจะ เด็ดผลไม้มากราบไหว้เบื้องหน้าท้องฟ้า เพื่ออธิษฐานขอให้ตนมีสติปัญญาและสองมือ ที่แคล่วคล่อง มีฝีมือเย็บปักถักร้อยอันวิจิตร และขอให้ได้พบรักหรือมีชีวิตสมรส ที่สมบูรณ์พร้อม เพราะถือว่าชีวิตสมรสนั้น คือเรื่องใหญ่ที่กำหนดความสุขหรือ ความทุกข์ในชีวิต
ตำนานชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า
ว่ากัน ว่าเมื่อนานมาแล้ว มีหนุ่มเลี้ยงวันคนหนึ่งเป็นคนดี มีนิสัยสัตย์ซื่อ แต่ทว่า ต้องเป็นกำพร้าตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงต้องใช้ชีวิตร่วมกับพี่ชาย และพี่สะใภ้ของ ตน แต่โชคร้ายที่หนุ่มเลี้ยงวันคนนี้ต้องมาพบกับพี่เลี้ยงใจร้าย ชอบกลั่นแกล้ง รังแกเขา เสมอ
มีอยู่วันหนึ่ง พี่สะใภ้ใช้ให้เขาไปเลี้ยงวัว โดยให้วัว ไป 9 ตัว และบังคับว่าจะต้องรอจนกว่าจะมีวัวครบ 10 ตัวจึงจะกลับบ้านได้ ในขณะ ที่หนุ่มเลี้ยงวัวกำลังอับจนปัญญาอยู่นั้น ก็มีชายชราที่ผมและเคราขาวโพลนเข้ามา ถามไถ่ เมื่อทราบว่าเกิดเรื่องอะไร ก็ได้แนะว่าบนเขามีวัวแก่ที่ป่วยอยู่ เมื่อ เจ้าไปช่วยรักษามันจนหายก็สามารถพามันกลับบ้าน ได้
ที่แท้วัวแก่ตัวนี้เป็นเทพวัวบนที่ทำผิดกฎสวรรค์ จึงถูกขับ ไล่ลงมา และการตกสวรรค์ได้ทำให้ขาหัก ขยับเขยื้อนไม่ได้ เมื่อชายเลี้ยงวัวมาพบ เข้า นอกจากให้อาหารแล้ว ยังพยายามหาสมุนไพรต่างๆมาดูแลรักษา กระทั่งหนึ่งเดือน ผ่านไป จึงพาวัว 10 ตัวกลับไปยังบ้าน ตน
วันหนึ่ง เทพธิดาทอผ้าบนสวรรค์และเหล่านางฟ้าทั้งหลายลงมา เที่ยวเล่นบนโลก พร้อมลงอาบน้ำกายในลำธาร วัวแก่บอกหนุ่มเลี้ยงวัวว่า พรุ่งนี้ เป็นวันที่ 7 เดือน 7 ธิดาของเทพเจ้าแห่งสวรรค์ทั้ง 7 องค์จะลงมาสรงน้ำในโลก มนุษย์ ถ้าท่านเก็บเสื้อผ้าของสาวทอผ้าไว้ เธอก็จะยอมแต่งงานกับท่านเมื่อฟังคำ พูดของวัวแก่ หนุ่มเลี้ยงวัวก็ตัดสินใจจะลองทำ ตาม
พอถึงวันที่ 7 เดือน 7 หนุ่มเลี้ยววัวซ่อนตัวอยู่ในพุ่มอ้อ ริมแม่น้ำรอนางฟ้าทั้ง 7 ลงมา พอนางฟ้า 7 นางลงมาที่ริมแม่น้ำ ก็ได้ลงอาบน้ำ ชำระกายในแม่น้ำอันใสสะอาด หนุ่มเลี้ยงวัวเห็นดังนั้นก็รีบคว้าเสื้อผ้าของสาวทอ ผ้าแล้ววิ่งกลับไป ทว่าเขากลับหกล้มจนทำให้เกิดเสียงดังในพุ่มต้นอ้อ นางฟ้าทั้ง หลายได้ยินแล้วตกใจและรีบขึ้นจากน้ำ มีนางฟ้า 6 นางต่างองค์ต่างสวมเสื้อผ้าของ ตนแล้วเหาะเหินกลับสู่สวรรค์ มีแต่สาวทอผ้าไม่มีเสื้อผ้าจะสวม ได้แต่ยืนอยู่ริม แม่น้ำด้วยความเขินอาย หนุ่มเลี้ยงวัวจึงพูดอย่างตะกุกตะกักว่า ถ้าสาวทอผ้ายอม แต่งงานกับเขา เขาก็จะคืนเสื้อผ้าให้ สาวทอผ้าเองก็มีความพอใจในหนุ่มเลี้ยงวัว จึงพยักหน้ารับด้วยความเหนียม อาย
หลังจากแต่งงานกัน ทั้งสองก็ยิ่งผูกพันรักใคร่กันมากขึ้น มี ลูกชายลูกสาวอย่างละคน มีชีวิตอย่างมีความสุข ทว่า ความสุขนี้กลับไม่อยู่ยาว นาน เมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ได้ทราบเรื่องเข้า ได้ส่งพระชายาของพระองค์ลงมาบนโลก เพื่อจับตัวหญิงทอผ้ากลับไป ทำให้คู่รักต้องพรากจาก กัน
เมื่อนั้นเจ้าวัวแก่ได้บอกกับชายหนุ่มว่า หลังจากที่มันตาย ให้ชายหนุ่มเอาหนังของมัน มาตัดเป็นรองเท้า เมื่อใส่แล้วจะสามารถขึ้นไปบนสวรรค์ ได้ เมื่อเจ้าวัวแก่ตายลง ชายหนุ่มจึงนำหนังของมันมาทำรองเท้า พร้อมจูงลูกชาย และลูกสาวของตน ทะยานผ่านม่านเมฆขึ้นไปบนฟ้า เพื่อตามหาหญิงทอผ้าอันเป็นที่รัก ในขณะที่กำลังจะได้พบกัน พระชายาแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ได้สะบัดปิ่นปักผม กลาย เป็นทางช้างเผือกขึ้น ขวางกันชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้าไว้คนละฟาก ฟ้า
ทั้งสองรู้สึกเสียใจจนเอาแต่ร้องไห้ กระทั่งนกสี่เชวี่ย (นก มงคลประเภทหนึ่งของจีน) เกิดสงสารรวมตัวกันเพื่อทอดเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสอง ได้มาพบกัน เมื่อนั้นพระชายาแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้จึงทรงใจอ่อน อนุญาตให้ทั้งสอง พบกันได้ทุกวันที่เจ็ดเดือน เจ็ด
เทศกาลนี้ ในประเทศญี่ปุ่นก็มีการฉลองโดยเรียกชื่อว่า การ ฉลอง Tanabata นี้เริ่มในศตวรรษที่ 9 หรือที่ 10 แต่เพิ่งจะได้รับความนิยมใน สมัย Tokugawa (ค.ศ. 1603-1837) ชาวบ้านโตเกียว เริ่มฉลอง Tanabata กัน ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมา ชาวญี่ปุ่นก็เริ่มเขียนกลอนไปไว้บนต้นไผ่ ส่วนของที่ แขวนบนต้นไผ่ก็จะมี กระดาษที่ใช้อธิฐานที่เรียกว่า tanzaku จะตัดเป็นรูปกิโมโน สำหรับเจ้าหญิงทอผ้า กับด้ายห้าสี สำหรับชายเลี้ยงวัว พอแขวนจนพอใจแล้ว ก็จะนำ ต้นไผ่นั้นไปลอยแม่ น้ำ
ทั้งนี้ ดาวชายเลี้ยงวัวคือดาวอัลแทร์ ในกลุ่มดาวนก อินทรี ส่วนดาวของหญิงทอผ้าก็คือ ดาววีกา ใน กลุ่มดาวพิณ
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 19 สิงหาคม 2550
***********************************************************
|