*** ถีบจักรยานรับเจ้าสาว ***



คู่บ่าวสาวและขบวนคนรักการปั่นจักรยานในเมืองอู่หู

เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในเมืองอู่หู มณฑลอันฮุยทางภาคตะวันออกของจีน เจ้าบ่าวลงทุนปั่นจักรยานไปรับเจ้าสาวด้วยตนเอง พร้อมด้วยขบวนของกลุ่มคนรักการปั่นจักรยานจำนวนกว่า 200 คน สร้างความคึกคักและแปลกตาแก่ผู้ที่พบเห็นตามท้องถนน ทั้งนี้นับตั้งแต่จีนประกาศขึ้นราคาน้ำมันสำเร็จรูป ทำให้ชาวจีนหันมาใช้จักรยานเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการประหยัดพลังงานและค่าครองชีพที่ยังปรับตัวสูงขึ้น-ซินหัวเน็ต


คู่บ่าวสาวบนจักรยานโบกมือและยิ้มแย้มทักทายชาวเมืองตามท้องถนน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2551

***********************************************************



*** ตำนานรักเรือล่มฉบับแฮปปี้เอนดิ้ง หนุ่มพลิกแผนขอแต่งงานบนแพกู้ชีพ ***



เฮนเคลตัดสินใจขอเม็ตตี้แต่งงานขณะ
ที่ทั่งคู่นั่งหนาวสั่นอยู่บนแพกู้ชีพ

เดลิเมล์ – พวกเขาคิดว่าคงหนีไม่พ้นถูกฝังรวมกันอยู่ในสุสานน้ำแข็ง แต่แล้ว ในที่สุดพระเจ้ายังเข้าข้าง ดลบันดาลให้ผู้โดยสารบนเรือสำราญที่ประสบอุบัติเหตุ พุ่งชนน้ำแข็งขนาดใหญ่กลางแอนตาร์กติกรอดชีวิตกลับ บ้าน

ในบรรดาผู้โชคดีเหล่านั้นคือนักท่องเที่ยวเดนมาร์ก ที่ตัดสินใจขอแฟนสาวแต่งงานขณะนั่งหนาวสั่นอยู่บนแพกู้ชีพ โชคดีซ้ำสองเมื่อสาว เจ้าตกปากรับ คำ

ว่าที่จริง แจน เฮนเคล วางแผนขอแต่งงานเมื่อเรือเอ็กซ์พลอ เรอร์ไปถึงทวีปแอนตาร์กติกา แต่แผนดังกล่าวพังไม่เป็นท่าเมื่อเรือสำราญชนเข้า อย่างจังกับก้อนน้ำแข็งยักษ์ ใกล้หมู่เกาะเซาท์เช็ตแลนด์ของชิลี เมื่อปลายเดือน ที่ผ่าน มา

ทีแรก เขาคิดว่าคงจบชีวิตไปพร้อมกับคนรัก แต่ทั้งคู่สามารถ รอดมาได้ และขณะนั่งอยู่ในแพกู้ชีพโดยที่สัมภาระทั้งหมดถูกทิ้งไว้ตลอดกาลใน เรือ แต่เฮนเคลยังมีแหวนหมั้นติดตัว เขายื่นให้เม็ตตี้ ลาร์เซน โดยไม่ปริปากพูด สัก คำ


ภายหลังการกู้ภัยไม่กี่ชั่วโมง เรือเอ็กซ์พลอเรอร์
เอียงกะเท่เร่ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดต่ำจนน้ำ
กลายเป็นน้ำ แข็ง และสุดท้ายจมลงสู่ใต้มหาสมุทร

“เมื่อเห็นแหวน เธอพูดขึ้นมาว่า ‘ค่ะ’ มันวิเศษจริงๆ ผมดีใจ มากที่ยังมีชีวิตรอด ทุกคนต่างกลัวตาย มีช่วงเวลาที่น่ากลัวมากมาย แต่ลูกเรือ เป็นมืออาชีพจริงๆ กัปตันยิ่งยอดใหญ่ เขาควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ หมด

ภายหลังการกู้ภัยไม่กี่ชั่วโมง เรือเอ็กซ์พลอเรอร์เอียงกะเท่เร่ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดต่ำจนน้ำกลายเป็นน้ำ แข็ง และสุดท้ายจมลงสู่ใต้มหาสมุทร

“ผมคิดว่าเราคงจะไปฮันนีมูนกันในที่ที่อุ่น หน่อย”

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2550

***********************************************************



*** พรหมลิขิตชักพาเด็กชาย-เด็ก หญิง หยั่งรากสัมพันธ์วันแรกเข้าโรงเรียน ***



ถ่ายรูปหมู่นักเรียนในชั้นก็ได้ นั่งติดกันเหมือนสวรรค์จัดให้

เดลิเมล์ - คู่รักจูงมือเข้าประตูวิวาห์ หลังจากพบกันครั้งแรกในวันแรกที่ เข้าเรียนเมื่อ 23 ปีที่แล้ว ขณะต่างฝ่ายอายุแค่ 4 ขวบ

นีล เบลลามี และเอมี เบลาต์ ที่อายุ 27 ปีทั้งคู่ เข้าโรงเรียนวันเดียวกันกับมาร์ก สมิท เพื่อนเจ้า บ่าว

เด็กทั้งสามร่วมถ่ายภาพหมู่กับเพื่อนร่วมชั้น โดยว่าที่ เจ้าบ่าว-เจ้าสาวของกันและกันในอนาคตนั่งติดกันโดยบังเอิญมิหนำซ้ำ นีลและเอมี ยังเกิดห่างกันแค่วัน เดียว

ทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตั้งแต่อยู่ชั้นประถมที่ โรงเรียนเอ๊กบักแลนด์ในพลีมัท อังกฤษ เมื่อสองทศวรรษที่แล้ว และเริ่มคบหากัน เป็นแฟนตอนวัย รุ่น

ปัจจุบัน เอมี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของมหาวิทยาลัยพลี มัท และนีล ครูพละ เพิ่งแต่งงานกันสดๆ ร้อนๆ

“ฉันไม่เคยนึกเลยว่า วันแรกที่เข้าโรงเรียนจะได้นั่งข้าง ว่าที่สามีในอนาคต เพื่อนๆ ของเราคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ดีและ โรแมนติก มาก

“นีลเป็นตัวตลกประจำห้องเสมอ ถึงตอนนี้เขายังรู้ว่าทำอย่าง ไรฉันถึงจะหัวเราะ ฉันว่านี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความ สัมพันธ์

“เราเจอกันวันแรกที่เข้าโรงเรียน ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะจำ ไม่ค่อยได้แล้วก็ตาม แต่ไม่ใช่ว่าเราเดตกันตั้งแต่ตอนอายุ 4 ขวบหรอก นะ


ความรักที่เริ่มต้นเมื่อวัยรุ่น สุกงอม นีลและเอมีตัดสินใจลั่นระฆังวิวาห์เมื่อไม่กี่วันมานี้

“เราเป็นเพื่อนกันและไม่เคยออกไปเที่ยวไหนกันจนอยู่มัธยมปลาย เราเรียนโรงเรียน เดียวกันและชั้นเดียวกันมาตลอด เพราะนีลอายุห่างจากฉันแค่วันเดียว และเราต่างไป งานปาร์ตี้วันเกิดของกันและ กัน”

เอมีเล่าต่อว่า เมื่อขึ้นชั้นมัธยมปลาย เธอและนีลถูกแยก ห้องเลยไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไรนักระหว่างอายุ 11-16 ปี แต่พอถึงช่วงสองปีสุด ท้าย ทั้งคู่ได้กลับมาเรียนห้องเดียวกัน และต่างลงเรียนถ่ายภาพและการละครเหมือน กัน

“เราเริ่มออกไปดูละครและเล่นละครด้วยกัน คืนหนึ่งเราไปดู ละครที่ดรัมเธียเตอร์ ถึงแม้จะน่าเบื่อมาก แต่เมื่อละครจบ เขายื่นกุหลาบดอก หนึ่งให้ฉัน จากจุดนั้นเราถึงเริ่มคบ กัน”

ทั้งสองคนเข้ามหาวิทยาลัยมาร์จอห์นสในพลีมัท แต่นีลพัก เรียนไปหนึ่ง ปี

“เพื่อนเจ้าบ่าวของเราเข้าเรียนวันเดียวกับเรา ในงานแต่งงาน ยังมีเพื่อนร่วมห้องที่ถ่ายรูปหมู่ที่โรงเรียนกับเราอีกสองคนมา ด้วย

“เราเกิดเดือนกรกฎาคมและเข้าเรียนเดือนมกราคมทั้งคู่ เพราะฉะนั้นรูปนั้นต้องถ่ายตอนที่เราอายุ 4 ขวบกว่าๆ เป็นเรื่องบังเอิญมากๆ ที่ เราได้นั่งติดกัน คงเป็นเพราะเราสูงไล่เลี่ย กัน

“นีลชอบขำรูปนั้น เพราะถ้าดูดีๆ คุณจะเห็นว่าเราสวมรองเท้า เหมือนกัน คิดว่าน่าจะเป็นยี่ห้อคลาร์กรุ่นที่สวมได้ทั้งเด็กชายเด็ก หญิง”

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤศจิกายน 2550

***********************************************************



*** โรแมนติกแบบไม่มีใครเหมือน หนุ่มผู้ดีใช้ช้างชวนสาวแต่งงาน ***


เดลิเมล์ - เอ็มมา มอร์แกน แทบช็อค เมื่อแฟนหนุ่มช่าง คิด ชวนช้างหนัก 6 ตันมาเป็นผู้ช่วยขอแต่ง งาน

วันนั้น เอ็มมา วัย 23 ปี ไปเที่ยวสวนสัตว์แบล็กพู ลในแลงคาสเชียร์ อังกฤษ ที่นั่น มาร์เซลลา ช้างเอเชีย เดินตรงเข้ามาหาและยื่น ริบบิ้นที่มีแหวนผูกอยู่ให้ เธอ

เมื่อเธอหันกลับมา โอลิเวอร์ ทอมป์สัน หนุ่มคนรักวัยเบญจเพส ที่รออยู่แล้ว ยื่นแหวนหมั้นเพชรและพูดว่า “แต่งงานกับผม นะ”

“เป็นการขอแต่งงานที่น่ารักมาก ฉันเซอร์ไพรส์สุดๆ เราคุยกัน เรื่องแต่งงานมาหลายหน ฉันรู้ว่าสักวันหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าเขาจะขอฉันแต่งงานวัน นั้นและด้วยวิธีนั้น!” เอ็มมาเล่า น้ำเสียงยังไม่หาย ปลื้ม

เธอบอกว่าช้างเป็นสัตว์ที่เธอชอบ และเช้าวันนั้น เมื่อโอ ลิเวอร์ชวนเธอไปอยู่เล่นกับช้างทั้งวันที่สวนสัตว์ เพื่อช่วยกันวางแผนสำหรับวัน เกิดของเธอในสัปดาห์ถัดไป เธอจึงมีความสุข มาก

“มาร์เซลลาเดินเข้ามาหาและส่งริบบิ้นให้ ตอนแรกฉันไม่เห็น แหวนหรอก แต่พอหันไปยิ้มกับโอลิ เขาหยิบแหวนออกมาจากกล่องส่งให้ ฉัน”

ทั้งคู่พบกันตอนที่เอ็มมาทำงานเป็นพนักงานขายที่บีเอ็น เอ็ม บาร์เกนส์ในแบล็กพูล ส่วนโอลิเวอร์ทำงาน ประจำ

“ผมวางแผนเรื่องนี้มา 3-4 สัปดาห์ เช้าวันนั้นผมตื่นเต้น มาก เราเคยคุยกันเรื่องแต่งงาน และผมค่อนข้างมั่นใจว่าเธอจะตอบ ตกลง

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2550

***********************************************************



*** กามเทพเล่นตลก ว่าที่บ่าวสาว อายุเบ็ดเสร็จเฉียด200 ***



จมส์ขอเพ็กกี้แต่งงานหลังพบกันแค่ สามวัน

บีบีซีนิวส์ – คู่รักรุ่นใหญ่เตรียมเข้าพิธีวิวาห์ต้นสัปดาห์หน้า กลายเป็น หนึ่งในคู่แต่งงานอายุมากที่สุดในอังกฤษ หลังจากพบรักกันกระทันหันแค่สาม วัน

เจมส์ เมสัน วัย 93 ปี กำลังจะลั่นระฆังวิวาห์กับ ผู้หญิงในฝัน เพ็กกี้ คลาร์ก วัย 84 ปี ที่แมนชันในเดวอน อังกฤษ เจมส์ อดีตนายกเทศมนตรีทอร์เบย์ บอกว่า รู้สึกเหมือน สายฟ้าฟาดลงกลางใจเมื่อได้เห็นเพ็กกี้ และตัดสินใจขอสาวเจ้าแต่งงานเมื่อสามวัน ให้ หลัง

คู่รักรุ่นดึกที่พบกันในเดย์แคร์ เซนเตอร์ (ศูนย์ดูแลคน ชรา ผู้ป่วย ผู้พิการช่วงกลางวัน) ในเพนตัน เก็บแผนการฮันนีมูนไว้เป็นความ ลับ

เพ็กกี้ ที่เป็นม่ายมาตั้งแต่ปี 1982 บอกว่านี่เป็นรักแรก พบสำหรับเธอเช่นกัน แม้เธอกลัวว่าอาจทำลายโอกาสของตัวเองจากประโยคแรกที่พูดกับ ฝ่ายชายก็ ตาม

“ฉันถามเขาว่ามาที่นี่บ่อยหรือ ถามไปแล้วก็คิดว่าตัวเอง เปิ่นจริงๆ ไม่นึกว่าจะพูดแบบนั้นออกไป แต่เขากลับหัวเราะเสียงดัง และตอบว่าเขา เป็นเจ้าของ ศูนย์”

เพ็กกี้เสริมว่า ชีวิตเธอเปลี่ยนไปทันทีหลังจากพบผู้ชาย ในฝันเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เวลา 12.10 น.พอดิบพอ ดี

“ตอนที่ฉันบอกเขาว่าฉันเหงาและไม่รู้จะไปไหน เขาจับมือฉัน และบอกว่า ฉันจะไม่ต้องเหงาอีกต่อไป วินาทีที่ฉันเห็นดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ คู่นั้น ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขาคือคนที่ใช่ ตาคู่นั้นบอกฉัน ทุกอย่าง”

เจมส์ยืนยันว่า ครอบครัวของเขาคิดว่าว่าที่เจ้าสาว ‘ สวย’

“พวกเขายินดีกับผม ลูกชายจะมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ผม ด้วย

“ผมไม่ใช่เสือผู้หญิง แต่ตอนที่มองข้ามโต๊ะและเห็นเธอ ผม รู้ทันทีว่ามันเป็นรักแรกพบอย่างแท้ จริง”

เจมส์เป็นม่ายมาสิบปี เขาบอกว่าการแต่งงานครั้งนี้คือ ทางออกที่ดีสำหรับทั้ง คู่

“เราต่างหัวโบราณ และไม่อยากตก นรก”

“ฉันกังวลนิดๆ แต่อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ฉันบอกเจมส์ บ่อยๆ ให้หยิกฉันหน่อย เพราะฉันมักคิดไปว่านี่คือความ ฝัน”

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤศจิกายน 2550

***********************************************************



*** สุดฟลุก!!รักแรกพบบนรถไฟแน่น ขนัด หนุ่มผุดเว็บตามสาวในฝันหากันจนเจอ ***



เว็บไซต์ตามหาสาวใน ฝัน

เอเจนซี– เรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นกามเทพแผลงศร กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มนิวยอร์กที่เคยเห็นขันกับเรื่องนี้ ใช้เป็นช่องทาง ตามหาสาวในฝันที่บังเอิญพบกันในรถไฟใต้ ดิน

สำหรับนักออกเว็บ แพทริก โมเบิร์ก วัย 21 ปี จากบรู กลิน มันเป็นรักแรกพบเมื่อเขาสบตากับสาวแก้มระเรื่อ ระหว่างโดยสารรถไฟใต้ดินใน แมนฮัตตันเมื่อคืนวันอาทิตย์แรกของ เดือน

รถไฟแน่นขนัดกระทั่งสาวน้อยถูกกลืนหายไปกับฝูงชนตอนที่ลง จากรถ โมเบิร์กจึงตัดสินใจสร้างเว็บไซต์อุทิศให้กับการตามหาสาวลึกลับโดยใช้ชื่อ ว่า www.nygirlofmydreams.com “ผมเห็นผู้หญิงสวยๆ บนรถไฟมานัก ต่อนัก แต่กับเธอคนนี้ไม่รู้ว่าทำไมถึงติดตาติดใจผมเหลือ เกิน”

เขาวาดภาพสาวในฝัน ที่สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน กางเกง ยาวรัดรูปสีเดียวกัน และทัดดอกไม้ที่หูซ้าย พร้อมโพสต์เบอร์มือถือและอีเมลแอดเด รสของตัวเอง และขอความช่วยเหลือจากคนที่ผ่านเข้ามาในเว็บให้ช่วยตามหาเธอคน นั้น

ภายในไม่กี่ชั่วโมง กล่องจดหมายของโมเบิร์กเต็มไปด้วยอีเม ล ขณะที่มือถือดังระงมไม่ขาดสาย เขาเล่าให้หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ฟังว่า ใน บรรดาอีเมลเหล่านั้น หลายฉบับส่งมาขอความรัก


โมเบิร์กและเฮย์ตัน

“บางคนบอกผมว่า ‘ฉันไม่ใช่สาวคนนั้นหรอก แต่คุณน่ารักดี เลือกฉันแทนเถอะ นะ’”

คืนวันอังคาร เพื่อนของสาวในฝันติดต่อมาหาโมเบิร์ก และส่ง รูปมาให้ยืนยันว่าใช่คนที่เขาตามหาหรือ ไม่

“พบเธอแล้ว!” เขาประกาศอย่างลิงโลดในเว็บไซ ต์

“เราลองคุยกันและดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อ ไป”

สาวลึกลับผมสีบรูเน็ตต์ได้รับการเปิดเผยตัวตนเมื่อวัน พฤหัสฯ ที่ผ่านมา (7) เธอชื่อว่า คามิลล์ เฮย์ตัน มาจากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย กำลังฝึกงานอยู่ที่นิตยสารแบล็กบุ๊ก และตอนนี้อยู่ในบรูกลินเช่นเดียวกับหนุ่มโม เบิร์ก

“มันบ้ามาก ฉันแทบไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น” เฮย์ตัน บอก

ส่วนโมเบิร์ก เขาบอกว่าตอนนี้ปิดประตูหัวใจลงกลอนแน่นหนา เขาลบเบอร์โทรศัพท์ออกจากเว็บ และทิ้งข้อความไว้ในโทรศัพท์ว่า ปิดการสัมภาษณ์ สาวๆ แล้ว

“เพื่อเราทั้งคู่ จะไม่มีการอัพเดตเว็บนี้อีกต่อไป” เขา โพสต์ไว้ใน เว็บ

“นี่ไม่ใช่หนังโรแมนติกคอมเมดี้หรือเพลงป๊อปโหลๆ แต่คุณ ต้องสร้างบทสรุปสำหรับเรื่องนี้ด้วยตัว เอง”

ชาวนิวยอร์กหลายคนได้แต่งงว่า โมเบิร์กงมเข็มในมหาสมุทรพบ ได้อย่างไร ในมหานครที่มีคนอาศัยอยู่ถึง 8 ล้าน คน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 12 พฤศจิกายน 2550

***********************************************************



*** จากมิตรภาพเด็กสองขวบ ผลิบานสู่ ตำนานรักยืนยง ***



เกือบ 80 ปีแล้ว แต่สองตายายยังรัก กันเหมือนวันแรกๆ

เดลิเมล์ – นอกจากรั้วบ้านติดกัน ทั้งคู่ยังสนิทสนมกันมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ จนมาวันนี้ บิลล์ และเจสซี ค็อกส์ กำลังเตรียมฉลองครบรอบการแต่งงานปีที่ 60 สอง ตายายพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า พรหมลิขิตมาเคาะประตูเรียกถึงหน้า บ้าน

มิตรภาพวัยเด็กเบ่งบานกลายเป็นความรักเมื่อทั้งคู่ เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น และแม้ต้องแยกห่างกันในช่วงสงคราม แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความ สัมพันธ์กลายเป็นอื่นไปได้ เลย

จากเด็กน้อยสองคนที่จูงมือกันในภาพที่ถ่ายไว้เมื่อ เกือบ 80 ปีที่แล้ว วันนี้ พวกเขายังคงกุมมือกันและกันอบอุ่นเหมือน เคย

“เราไม่เคยมองใคร ฉันสงสัยว่าวันเวลาผ่านเลยหายไปไหน เพราะ ฉันยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน” คุณยายเจสซี รำลึก

เจสซี ไฟรต์ และบิลล์ ค็อกส์ เกิดในมาร์เกต, เคนท์ ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนธันวาคม 1927 และเดือนมีนาคม 1928 ตาม ลำดับ

พ่อแม่เด็กสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน และทั้งคู่วิ่งเข้า- ออกบ้านกันและกันเป็น ประจำ

แต่แล้วคนคู่นี้มีอันต้องห่างกันชั่วคราว เมื่อเจสซีย้าย ออกจากบ้านไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก และพวกเขาขาดการติดต่อกันช่วงสั้นๆ ตอนที่ ครอบครัวของบิลล์ย้ายไปอยู่อีสต์ลีห์, แฮมเชียร์ ในช่วง สงคราม


เด็กน้อยสองคนจูงมือกัน มิตรภาพของ ทั้งคู่งอกเงยกลายเป็นรักนิรันดร์

อย่างไรก็ตาม สองหนุ่มสาวยังติดต่อกันทางจดหมาย และหมั้นกันในปี 1947 ขณะ อายุ 19 ปี พวกเขาแต่งงานกันในโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ของหมู่บ้านเซนต์ปีเตอร์ เคนท์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนปีเดียว กัน

สามวันต่อมา บิลล์ถูกส่งไปร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพใน เยอรมนี แต่ไม่นาน ทั้งสองกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาและตั้งรกรากในบิชอปสโตก ใกล้อีสต์ลีห์ และอาศัยอยู่ที่นั่นจนถึง วันนี้

บิลล์และเจสซีมีลูกด้วยกัน 4 คน, หลาน 8 คน และเหลน อีก 3 คน

ทั้งสองได้รับเชิญร่วมพิธีฉลองครบรอบ 60 ปีการอภิเษก สมรสระหว่างสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธกับเจ้าชายฟิลิป ที่วิหารวินเชสเตอร์ ในวัน ที่ 18 ที่จะ ถึง

“เราต่างเป็นลูกคนสุดท้อง และขลุกอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เป็น กระบวนการทางธรรมชาติที่สิ่งหนึ่งพัฒนาไปสู่อีกสิ่ง กระทั่งเราแต่งงานกัน ตอน ที่ผมไปเป็นทหาร เราเขียนจดหมายส่งถึงกันทุกวันไม่ได้ ขาด

“ผมไม่คิดว่าเวลา 60 ปีถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ วัน หนึ่งผ่านไปแล้วก็มีอีกวัน เราเพียงผ่านเวลาไปด้วยกันในทุกๆ วัน”

“ถ้าจะคิดว่าเป็นความสำเร็จ ก็คงเป็นเพราะเรารักษาคำมั่น ที่ให้กันและกันในงานแต่งงาน” เจสซี สำทับ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤศจิกายน 2550

***********************************************************



*** รักนิรันดร..หญิงเยอรมันวอนสอง เกาหลีให้คนรักได้พบกันอีกครั้ง ***



เรนาเต ฮอง ตามหาสามีจนอายุ 70 แล้ว

เอเจนซี - สาวใหญ่ชาวเยอรมันที่ต้องพลัดพรากจากสามีชาวเกาหลีเหนือมา เป็นเวลานานกว่า 4 ทศวรรษ วอนผู้นำเกาหลีทั้ง 2 ชาติ ยอมให้คนรักได้มี โอกาสเห็นหน้ากันอีกครั้ง แม้อีกฝ่ายจะแต่งงานมีครอบครัวใหม่ไปแล้วก็ ตาม

เรนาเต ฮอง วัย 70 ปี เดินทางมายังกรุงโซล เพื่อ มอบจดหมายส่งถึง โนห์ มู-เฮียน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และผู้นำเกาหลีเหนือ คิม ยอง อิล ร้องขอให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน พร้อมบอกว่า เธอหวังจะเห็นทั้ง 2 คน นำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในการประชุมที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคม “เราไม่ เคยคิดฝันว่าจะต้องแยกจากกันจนถึง วันนี้”

ฮอง ได้พบกับสามี ฮอง โอ๊ค กุน ครั้งสุดท้ายในเดือน เมษายน 1961 หลังจากที่เขาได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้เดินทางกลับประเทศ ซึ่งขณะ นั้น ฮอง กำลังตั้งท้องลูกคนที่สอง โดยทั้งสองคนแต่งงานกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1960 ระหว่างที่ฝ่ายชายเป็นนักศึกษาวิชาเคมี ที่ทางตะวันออกของเยอรมนี บ้าน เกิดของฝ่าย หญิง

ทั้งสองคนต้องใช้วิธีติดต่อกันทางจดหมายหลังต้องพลัดพราก จากกัน ก่อนที่การติดต่อจะขาดหายในปี 1963 โดยในจดหมายฉบับสุดท้ายของ โอ๊ค กุน ระบุแต่เพียงที่อยู่ต้นทางของจดหมายเท่า นั้น

หลังจากไม่ทราบชะตากรรมของผู้เป็นสามีนานหลายปี เรนาเต บอก ว่า เธอได้รับแจ้งจากสภากาชาดเยอรมนี และกระทรวงต่างประเทศในช่วงต้นปีว่า โอ๊ค กุน ยังมีชีวิตอยู่และอาศัยอยู่ที่เมืองฮัมฮุง เกาหลีเหนือ พร้อมกับครอบครัว ใหม่

“ฉันคิดมาเสมอว่าเขาอาจมีครอบครัวในเกาหลีเหนือ ทำไมเขา ต้องอยู่ตัวคนเดียวด้วยละ” เรนาเต บอกกับผู้สื่อข่าวต่างชาติ “แต่ข่าวการแต่ง งานใหม่และมีลูกๆ ของเขา มันทำให้ฉันรู้สึกปวดร้าวเช่น กัน”

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า จะไม่ดำเนินการใดๆ กับรัฐบาลเกาหลี เหนือสำหรับการบังคับให้คู่รักต้องแยกจากกัน “ฉันไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับ ประเด็นทางการเมือง ฉันแค่ต้องการให้ลูกได้รู้จักพ่อเท่า นั้น”

ฮอง ได้มีโอกาสพบกับเจ้าหน้าที่สภากาชาดเกาหลีใต้ เรียก ร้องสองชาติเกาหลีเปิดโอกาสให้สามี-ภรรยา ที่แยกจากกันมีโอกาสพบกัน อย่างไรก็ ตาม ทางสภากาชาดปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเพราะเธอไม่ใช่คนเกาหลีใต้ แม้ว่าทางสภา กาชาดชี้ว่ายังพอมีความเป็นไปได้หากรัฐบาลเยอรมนีและเกาหลีเหนือเห็นพ้องต้อง กัน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 23 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** รู้ไหมวันไหนคือ..“เทศกาลแห่ง ความรัก” ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ***



"ชีซี" หรือเทศกาลแห่งความรักใน วันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ตาม จันทรคติ

วันเทศกาล 7 ค่ำ(ชีซี) ซึ่งตรงกับวันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติของทุกปี เป็นที่รู้กันทั่วไปคือ เทศกาลแห่งความรักของจีน ซึ่งถือ ได้ว่าเป็น “เทศกาลแห่งความรัก” ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

โดยยืนยันได้จากงานวิจัย วัฒนธรรม เพราะบันทึกทางอักษรของตำนานเรื่องชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า พบว่ามี การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น เท่ากับว่า เทศกาลดัง กล่าวมีอายุ 2,000 กว่าปีมาแล้ว คือเป็นเวลาก่อนคริสตศักราช 270 ปี เกิดขึ้น ก่อนเทศกาลวันวาเลนไทน์ถึงเกือบ 300 ปี

ตั้งแต่โบราณกาลมา เทศกาลนี้จัดเป็นเทศกาลที่สำคัญและโรแมนติกสำหรับสตรีในทั้งหลาย โดยสตรีจีนจะ เด็ดผลไม้มากราบไหว้เบื้องหน้าท้องฟ้า เพื่ออธิษฐานขอให้ตนมีสติปัญญาและสองมือ ที่แคล่วคล่อง มีฝีมือเย็บปักถักร้อยอันวิจิตร และขอให้ได้พบรักหรือมีชีวิตสมรส ที่สมบูรณ์พร้อม เพราะถือว่าชีวิตสมรสนั้น คือเรื่องใหญ่ที่กำหนดความสุขหรือ ความทุกข์ในชีวิต

ตำนานชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า

ว่ากัน ว่าเมื่อนานมาแล้ว มีหนุ่มเลี้ยงวันคนหนึ่งเป็นคนดี มีนิสัยสัตย์ซื่อ แต่ทว่า ต้องเป็นกำพร้าตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงต้องใช้ชีวิตร่วมกับพี่ชาย และพี่สะใภ้ของ ตน แต่โชคร้ายที่หนุ่มเลี้ยงวันคนนี้ต้องมาพบกับพี่เลี้ยงใจร้าย ชอบกลั่นแกล้ง รังแกเขา เสมอ

มีอยู่วันหนึ่ง พี่สะใภ้ใช้ให้เขาไปเลี้ยงวัว โดยให้วัว ไป 9 ตัว และบังคับว่าจะต้องรอจนกว่าจะมีวัวครบ 10 ตัวจึงจะกลับบ้านได้ ในขณะ ที่หนุ่มเลี้ยงวัวกำลังอับจนปัญญาอยู่นั้น ก็มีชายชราที่ผมและเคราขาวโพลนเข้ามา ถามไถ่ เมื่อทราบว่าเกิดเรื่องอะไร ก็ได้แนะว่าบนเขามีวัวแก่ที่ป่วยอยู่ เมื่อ เจ้าไปช่วยรักษามันจนหายก็สามารถพามันกลับบ้าน ได้

ที่แท้วัวแก่ตัวนี้เป็นเทพวัวบนที่ทำผิดกฎสวรรค์ จึงถูกขับ ไล่ลงมา และการตกสวรรค์ได้ทำให้ขาหัก ขยับเขยื้อนไม่ได้ เมื่อชายเลี้ยงวัวมาพบ เข้า นอกจากให้อาหารแล้ว ยังพยายามหาสมุนไพรต่างๆมาดูแลรักษา กระทั่งหนึ่งเดือน ผ่านไป จึงพาวัว 10 ตัวกลับไปยังบ้าน ตน

วันหนึ่ง เทพธิดาทอผ้าบนสวรรค์และเหล่านางฟ้าทั้งหลายลงมา เที่ยวเล่นบนโลก พร้อมลงอาบน้ำกายในลำธาร วัวแก่บอกหนุ่มเลี้ยงวัวว่า “พรุ่งนี้ เป็นวันที่ 7 เดือน 7 ธิดาของเทพเจ้าแห่งสวรรค์ทั้ง 7 องค์จะลงมาสรงน้ำในโลก มนุษย์ ถ้าท่านเก็บเสื้อผ้าของสาวทอผ้าไว้ เธอก็จะยอมแต่งงานกับท่าน”เมื่อฟังคำ พูดของวัวแก่ หนุ่มเลี้ยงวัวก็ตัดสินใจจะลองทำ ตาม”

พอถึงวันที่ 7 เดือน 7 หนุ่มเลี้ยววัวซ่อนตัวอยู่ในพุ่มอ้อ ริมแม่น้ำรอนางฟ้าทั้ง 7 ลงมา พอนางฟ้า 7 นางลงมาที่ริมแม่น้ำ ก็ได้ลงอาบน้ำ ชำระกายในแม่น้ำอันใสสะอาด หนุ่มเลี้ยงวัวเห็นดังนั้นก็รีบคว้าเสื้อผ้าของสาวทอ ผ้าแล้ววิ่งกลับไป ทว่าเขากลับหกล้มจนทำให้เกิดเสียงดังในพุ่มต้นอ้อ นางฟ้าทั้ง หลายได้ยินแล้วตกใจและรีบขึ้นจากน้ำ มีนางฟ้า 6 นางต่างองค์ต่างสวมเสื้อผ้าของ ตนแล้วเหาะเหินกลับสู่สวรรค์ มีแต่สาวทอผ้าไม่มีเสื้อผ้าจะสวม ได้แต่ยืนอยู่ริม แม่น้ำด้วยความเขินอาย หนุ่มเลี้ยงวัวจึงพูดอย่างตะกุกตะกักว่า ถ้าสาวทอผ้ายอม แต่งงานกับเขา เขาก็จะคืนเสื้อผ้าให้ สาวทอผ้าเองก็มีความพอใจในหนุ่มเลี้ยงวัว จึงพยักหน้ารับด้วยความเหนียม อาย

หลังจากแต่งงานกัน ทั้งสองก็ยิ่งผูกพันรักใคร่กันมากขึ้น มี ลูกชายลูกสาวอย่างละคน มีชีวิตอย่างมีความสุข ทว่า ความสุขนี้กลับไม่อยู่ยาว นาน เมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ได้ทราบเรื่องเข้า ได้ส่งพระชายาของพระองค์ลงมาบนโลก เพื่อจับตัวหญิงทอผ้ากลับไป ทำให้คู่รักต้องพรากจาก กัน

เมื่อนั้นเจ้าวัวแก่ได้บอกกับชายหนุ่มว่า หลังจากที่มันตาย ให้ชายหนุ่มเอาหนังของมัน มาตัดเป็นรองเท้า เมื่อใส่แล้วจะสามารถขึ้นไปบนสวรรค์ ได้ เมื่อเจ้าวัวแก่ตายลง ชายหนุ่มจึงนำหนังของมันมาทำรองเท้า พร้อมจูงลูกชาย และลูกสาวของตน ทะยานผ่านม่านเมฆขึ้นไปบนฟ้า เพื่อตามหาหญิงทอผ้าอันเป็นที่รัก ในขณะที่กำลังจะได้พบกัน พระชายาแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ได้สะบัดปิ่นปักผม กลาย เป็นทางช้างเผือกขึ้น ขวางกันชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้าไว้คนละฟาก ฟ้า

ทั้งสองรู้สึกเสียใจจนเอาแต่ร้องไห้ กระทั่งนกสี่เชวี่ย (นก มงคลประเภทหนึ่งของจีน) เกิดสงสารรวมตัวกันเพื่อทอดเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสอง ได้มาพบกัน เมื่อนั้นพระชายาแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้จึงทรงใจอ่อน อนุญาตให้ทั้งสอง พบกันได้ทุกวันที่เจ็ดเดือน เจ็ด

เทศกาลนี้ ในประเทศญี่ปุ่นก็มีการฉลองโดยเรียกชื่อว่า การ ฉลอง Tanabata นี้เริ่มในศตวรรษที่ 9 หรือที่ 10 แต่เพิ่งจะได้รับความนิยมใน สมัย Tokugawa (ค.ศ. 1603-1837) ชาวบ้านโตเกียว เริ่มฉลอง Tanabata กัน ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมา ชาวญี่ปุ่นก็เริ่มเขียนกลอนไปไว้บนต้นไผ่ ส่วนของที่ แขวนบนต้นไผ่ก็จะมี กระดาษที่ใช้อธิฐานที่เรียกว่า tanzaku จะตัดเป็นรูปกิโมโน สำหรับเจ้าหญิงทอผ้า กับด้ายห้าสี สำหรับชายเลี้ยงวัว พอแขวนจนพอใจแล้ว ก็จะนำ ต้นไผ่นั้นไปลอยแม่ น้ำ

ทั้งนี้ ดาวชายเลี้ยงวัวคือดาวอัลแทร์ ในกลุ่มดาวนก อินทรี ส่วนดาวของหญิงทอผ้าก็คือ ดาววีกา ใน กลุ่มดาวพิณ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 19 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** หนุ่มเมืองผู้ดีมาเหนือเมฆ งัด แผนสุด “โรแมนติก” พิชิตใจแฟนสาว ***


เดลิ เมล์ - หนุ่มอังกฤษใช้แผนสุดโรแมนติก ราวกับหลุดมาจากฉากใน ละคร โดยการลงทุนใช้ทุ่งนาของตัวเองเป็นกระดาน แล้วตกแต่งไถต้นข้าวเป็นข้อความ ขอแต่งงาน โดยชวนแฟนสาวเหินฟ้าขึ้นไปดูความพยายามของตัวเองที่ความสูง 1,000 ฟุต

เจมส์ แอนดริว ลูกชายเสี่ยเจ้าของฟาร์ม ตัดสินใจ รวบรวมความกล้าเพื่อขอแฟนสาวแต่งงาน แต่คงกลัวว่าผู้เป็นที่รักอาจจะไม่ประทับ ใจ จึงส่งข้อความหวานจ๋อยว่า “ฟลอสส์ คุณแต่งงานกับผมได้ไหม” ผ่านทางทุ่งนาขนาด ใหญ่ของตัว เอง

หลังจากทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้ตามแผน เจมส์ ก็ชวนฟลอสส์ อัลเลน ผู้เป็นแฟนสาว เหินฟ้าโชว์ความหวานของทั้งคู่บนเครื่องบิน 4 ที่นั่ง จาก นั้นเมื่อหญิงสาวเห็นข้อความขอแต่งงานที่อยู่เบื้องล่างจากความสูง 1,000 ฟุต เธอก็กลั้นน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มเอาไว้ไม่อยู่ และตกลงแต่งงานชายหนุ่ม ทันที

แผนขอแต่งงานสุดโรแมนติกเริ่มต้นด้วยการที่เจมส์ ละเมียด ละไมวางโครงร่างแต่ละตัวอักษรด้วยรถแลนด์โรเวอร์ ก่อนที่จะพลิกหน้าอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า ว่าที่เจ้าสาวจะเห็นข้อความหวานซึ้งที่เข้าตั้งใจถ่ายทอดจาก เครื่อง บิน

จากนั้น ลูกเสี่ยเจ้าของฟาร์มข้าว ก็วางแผนให้แฟนสาวขึ้น เครื่องบินไพเพอร์ เทอร์โบ แอร์โรว์ โดยอ้างว่า พ่อแม่ของฝ่ายชายเป็นผู้จอง เที่ยวบินนี้ไว้ แต่ทั้งคู่ติดธุระมาไม่ ได้

อัลเลน ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายผู้สนับสนุนของฟุตบอลพรีเมีย ร์ลีก เปิดเผยว่า ทันทีที่เธอได้เห็น เธอก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หญิงสาวผู้โชค ดีเห็นครอบครัวของเจมส์ที่อยู่บนทุ่งนาพากันโบกมือและกระโดดขึ้นลง เธอย้ำว่า เป็นสิ่งที่วิเศษ มาก

เจมส์และอัลเลนมีแผนที่จะลั่นระฆังวิวาห์ในฤดูร้อนที่กำลัง จะมา ถึง

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 15 สิงหาคม 2550

***********************************************************



*** เมื่อสาวใหญ่…อยากสลัดรัก “ หนุ่มน้อย” !?! ***


สาวๆ ที่รักเด็ก ตอนแรกเริ่มคบก็ดูน่ารักกิ๊บเก๋ แต่พอ ถึงช่วงที่เด็กหนุ่มเปลี่ยนจากคนรักที่คอยเอาใจ มาเป็นลูกรักที่คุณต้องดูแล แถม ยังมีบิลค่าใช้จ่ายมาให้คุณช่วยชำระอีกนี่สิ เลยทำให้พวกเธอคิดอยากสลัดหนุ่ม น้อย ทิ้ง…

อ๊ะ...อ๊ะ การสลัดทิ้งหนุ่มน้อย ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ โดย เฉพาะ สาวๆ ที่ปรียบเหมือนถังข้าวสารแล้วล่ะก็ หนุ่มน้อยย่อมออกอาการติดหนึบ ยิ่งกว่ากาวตาช้าง ลองมาดูสิ่งที่สาวๆ (ใหญ่) ต้องเตรียมตัวยามจะสลัดหนุ่มน้อย ว่ามีวิธีไหน บ้าง

เปลี่ยนบทจากแฟนเป็นคุณแม่ งานนี้ คุณ สาวๆ ต้องสาววิญญาณคุณแม่ เมื่อต้องไปไหนต่อไหนกับแฟนเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการแต่ง ตัวอย่างคุณป้า หรือเปลี่ยนทุกบทสนทนา จากประโยคหวานๆ มาเป็นการดุด่า-ว่ากล่าว ตักเตือน ที่สำคัญต้องบ่น เพื่อให้สมกับการเป็นคุณแม่ และปิดท้ายด้วยการทำตัว น่าเบื่อ เช่น ไม่ออกไปไหน ชอบอยู่กับบ้าน อ่านหนังสือธรรมมะ แล้วมานั่งสั่งสอน แฟนหนุ่มอยู่ตลอด เวลา

ใช้มุก “ถังแตก” กรณีที่คุณต้องเลี้ยงดู แฟนหนุ่มจนแทบไม่เหลืออะไรติดตัวแล้ว แถมไม่มีทีท่าว่า เด็กหนุ่มจะช่วยเหลือค่า ใช้จ่ายใดๆ การบอกว่าคุณถังแตกคือการตัดความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองได้เป็นอย่าง ดี แต่งานนี้คุณต้องยอมงดชอปปิ้ง ดินเนอร์มื้อหรู และปรนเปรอคนรักของคุณซักพัก และดูว่าเขายังจะทนอยู่ หรือรีบบอกศาลาคุณ ทันที !!

ใจแข็ง ท่องไว้เลยคำนี้ หากคุณสาวๆ ตัดสินใจแล้วว่าจะตัดขาดกับเด็กหนุ่มหน้ามนข้างกาย ต้องใจแข็งไว้ก่อน ไม่ว่าจะ ปิดโทรศัพท์ หรือกดวางหนี ไม่เปิดบ้านต้อนรับอย่างเคย และวิธีอื่นๆ ที่คุณจะได้ ไม่เจออีก แม้แต่จะได้รับจดหมายหรืออีเมล ประโยคขี้เล่นตามสไตล์หนุ่มวัย กระเตาะ ก็อย่าได้ใจอ่อนเป็นอันขาด แต่หากเผลอใจอ่อนรับนัดไปแล้ว พอถึงเวลาก็ เบี้ยวซะ เลย !!!

ตัดขาดการติดต่อทุกทาง ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์มือถือ บล็อกอีเมล หรือโปรแกรมแชทต่างๆ ทำเสมือนว่าคุณคนเดิมไม่มี ตัวตนอยู่ในโลกนี้ และที่สำคัญหลีกเลี่ยงที่จะไปยังสถานที่ ที่คุณคิดว่าจะเจอ กับหนุ่มน้อยคนนี้ ด้วย

รีบหาหนุ่มใหม่มาดามใจ หากอารมณ์เหงา หรือเปล่าเปลี่ยวคืบคลานเข้ามาครอบงำในใจ โดยเฉพาะ ช่วงเวลาคิดถึงหนุ่มน้อยข้าง กาย หรือคิดไปถึงกิจกรรมที่คุณทั้งสองเคยทำร่วมกันเป็นประจำ ขอแนะนำให้โทร.หา เพื่อนเก่า หรือแม้แต่แฟนเก่า เพื่อคุยเป็นเพื่อน งานนี้ไม่แนะนำว่าต้องหาแฟน ใหม่มาอวดเด็กหนุ่มทันที แต่เพื่อนนี่แหละ ช่วย ได้...

บอกไปเลยว่า “ท้อง” หากวิธีดังกล่าว ข้างต้นใช้ไม่ได้ผล แถมหนุ่มน้อยก็ไม่เลิกตื๊อ แม้จะเป็นวิธีที่ดูงี่เง่าไป หน่อย แต่มันได้ผลแน่นอน !!! เพราะโดยธรรมชาติของเด็กหนุ่มแล้ว การที่จะต้องรับ ผิดชอบเลี้ยงเด็กอ่อน และเป็นพ่อคนตั้งแต่วัยกระเตาะนั้น มี ศูนย์ !! วิธีนี้นอกจากจะได้รู้ ถึงความรับผิดชอบของเด็กหนุ่มข้างกายคุณ ก็ยังได้รู้ว่า เขาคิดจริงจังกับคุณมาก ขนาดไหน เพราะหากคุณบอกว่าตั้งท้องแล้วเขายินยอมรับผิดชอบ ก็แสดงว่าเขาคงรักคุณ จริง !!! (วิธีนี้ใช้ได้กับกรณีที่คุณทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแล้ว เท่า นั้น)

คำเตือน!!...วิธีสลัดรักเด็กหนุ่มเหล่านี้ ใช้ได้ กับคนที่คุณคบเพื่อคลายเหงาเท่านั้น แต่หากหนุ่มคนนั้นคิดจริงจังกับคุณจนถึงการ วางแผนแต่งงาน และยอมรับผิดชอบครอบครัวแล้วล่ะก็ โปรดลืมไปเลยว่าคุณกำลังกิน เด็ก แต่ให้คุณคิดว่า “คุณคือผู้หญิงที่โชคดี ได้สามีเด็กมาเป็นคนรู้ ใจ”

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 22มกราคม 2550

***********************************************************



*** ท่าทีสาวๆ ที่หนุ่มๆ ต้องหยุด ตื๊อ!!! ***


หนุ่มๆ ที่ยังพยายามจีบ สาวอย่างไรก็ไม่สำเร็จ แถมยังตื๊อจนเสียเปล่า ลองหยุดดื้อดึงสักนิด แล้วหันมา ศึกษาท่าทีของสาวๆ ดูก่อนว่า หลังจากที่คุณแจกขนมจีบไปแล้ว เธอมีทีท่าอย่างไร และควรจะตามจีบเธอต่อไปหรือ ไม่

เธอบอกว่า “ยังไม่พร้อมที่จะคบกับใคร” ประโยคนี้คลาสสิกที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มหรือหญิงสาว ก็ ใช้ปฏิเสธคนได้ทั้งนั้น เนื่องจากเป็นประโยคที่ไม่ต้องแสดงเหตุผล และไม่ต้องหา คำแก้ตัวมากมายนัก หากคุณได้ยินประโยคนี้ก็ถอยก้าวออกมาจะดี กว่า

โทรศัพท์ที่ไม่เคยรับสาย และไม่เคย โทรกลับ หากเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้ง หนุ่มๆ ก็ยังมีลุ้น แต่ถ้าเมื่อ ไหร่ที่โทรหาแล้วสาวเจ้าก็ไม่ยอมรับสาย และไม่มีแม้แต่จะโทรกลับ ก็อย่าพยายาม คิดเข้าข้างตัวเองว่ามือถือเธอไม่โชว์เบอร์ ทางที่ดีทำใจ และมองหาสาวคนรู้ใจ ใหม่ดี กว่า

เธอหลบตายามคุณพยายามจ้อง เพราะธรรมชาติ ของผู้หญิง ยามตกหลุมรักใคร พวกเธอจะพยายามสบตา เพื่อดูว่าชายหนุ่มที่เธอชอบ นั้นจริงใจจริงหรือเปล่า หากเธอไม่แม้แต่จะปรายตามองคุณ นั่นก็แสดงว่าคุณไม่ได้ อยู่ในสายตาเธอ ของ จริง!!!

เธอชอบพูดถึงชายหนุ่มคนอื่น หากเธอยัง ไม่ได้ตกลงปลงใจเป็นแฟนกับคุณ ก็อย่าพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่า การที่เธอพูด ถึงชายหนุ่มคนอื่นนั้น เธอกำลังทำให้คุณหึง เพราะจริงๆ แล้ว เธอต้องการเพื่อน คุยและที่ปรึกษาเท่านั้น เอง

มุกขำๆ ก็ยังเมินเฉย แม้หนุ่มๆจะลงทุนเป็น ตลกคาเฟ่ตัวยง ก็ยังทำให้สาวเจ้าขำไม่ออก งานนี้เป็นคำตอบที่ดีว่าเธอไม่สนแม้ แต่จะแคร์ความรู้สึกของคุณ ในการพยายามทำให้เธอมีความ สุข

มีแต่คำปฏิเสธ!!! ไม่ว่าจะเป็นแผนการนัด ทานข้าวเที่ยง ดูหนัง ฟังเพลง ยังไง เธอก็ตอบกลับมาว่างานยุ่งหรือไม่ว่าง จนบาง ครั้งคุณจะได้ยินประโยคป้องกันตัวเองของเธอที่ว่า “ไปธุระกับคุณพ่อคุณแม่” นั่น ก็แสดงว่า เธอไม่สนใจคุณเลย ล่ะ…

หนุ่มในฝันที่ไม่ใช่คุณ หากคุณได้ยินเธอ พร่ำเพ้อ ถึงหนุ่มในฝัน ที่ตรงกันข้ามคุณทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทรงผมสกินเฮด ขณะ ที่คุณเป็นหนุ่มผมยาว เธอชอบวิศวกรขณะที่คุณเป็นนายแพทย์ และขออย่าพยายามตื้อจน เธอต้องเผยว่า ฉันไม่ชอบผู้ชายอย่าง คุณ!!!

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2549

***********************************************************



*** เมืองผู้ดีไม่เชื่อใจคู่รักใช้ สารพัดวิธีตามดูพฤติกรรม ***


เอเจนซี - พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในกรุงลอนดอนเปิดเผยผลสำรวจชาวอังกฤษ 1,129 คนพบว่า คู่ รักเมืองผู้ดีแทบทุกคนเคยแอบอ่านข้อความในโทรศัพท์มือถือ และยังดักฟังอีกฝ่าย คุยโทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งใช้เว็ปแคมและอุปกรณ์ติดตามตัวระบบดาวเทียมเพื่อ ติดตามดูพฤติกรรมของคน รัก

วิธีสอดส่องพฤติกรรมคู่รักยอดนิยมอันดับ 1 ที่ชาว อังกฤษชอบใช้คือ การแอบเช็กข้อความในโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่าย โดย 53% ของผู้ ตอบคำถามยอมรับว่าเคยทำจริง ยิ่งในกลุ่มผู้ตอบคำถามอายุระหว่าง 25-34 ปี แล้ว นิยมกันมากคิดเป็นสัดส่วนถึง 77%ทีเดียว สำหรับวิธีที่คนอังกฤษทำกันมากรองลงมา คือการแอบอ่านอีเมล์ (42%)

อันดับ 3 เป็นวิธีดั้งเดิมแบบเก่าคือ การรื้อค้นดูของใน กระเป๋าของอีกฝ่าย (39%) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่ผู้หญิง ขณะที่ฝ่ายชายมักจะ ชอบใช้วิธีขโมยอ่านไดอารีของอีกฝ่าย มากกว่า

นอกจากนั้น ผลสำรวจยังพบอีกว่า ราว 1 ใน 3 ของผู้ตอบคำ ถามหรือประมาณ 31% เคยแอบฟังการสนทนาของคู่รักของตน และมีคนกลุ่มเล็กๆยอมรับ ว่า เคยทำถึงขึ้นแอบบันทึกการสนทนาของอีกฝ่ายด้วยการใช้อุปกรณ์ดักฟังรูปแบบ ต่างๆ โดยวิธีนี้มักนิยมในกลุ่มคนอายุ 55 ปีขึ้นไปมากที่ สุด

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 4 เมษายน 2550

***********************************************************



*** มุมมองเกี่ยวกับ "รัก" ที่แตกต่างของชายและหญิง ***

การจีบ หญิง : เขาเข้ามาคุยกะเราบ่อยๆ อย่างงี้กำลังจีบเราจีบเราอยู่แน่เลย ชาย : บางครั้งการจีบก็เป็นแค่การทดสอบความสามารถของตัวเอง ไม่ได้รู้สึกจริงจังมากมายอะไรสักหน่อย ตกหลุมรัก หญิง : การก้าวขาหล่นลงไปในหัวใจของเขาลึกจนยากจะปีนขึ้นมาง่ายๆ ชาย : การเดินสะดุดขาอ่อนของเธอ อาจจะเซไปบ้าง แต่ไม่ถึงกับเสียการ ทรงตัวนานแต่อย่างใด เดทครั้งแรก หญิง : เหตุการณ์ตื่นเต้นที่สุดอีกครั้งในชีวิต เขาจะพาเราไปนั่นกินอาหารร้านไหนนะ ชาย : เหตุการณ์ผลาญเงิน หวังว่าเธอคงไม่เห็นแก่กินเลือกร้านแพงๆ เหมือนยายคนก่อนนะ หัวใจ หญิง : อวัยวะที่ยกให้ใครไปแล้วก็ไม่อยากให้เขาส่งคืน ชาย : อวัยวะที่ใช้ในการหายใจอ่ะดิ ถามด้ายยย! แฟนเก่า หญิง : คนรักของวันวานที่ถ้าบังเอิญเจอหน้าในวันนี้ก็ทำให้ใจสั่น ชาย : ใคร? เธอคือใครเหรอจำไม่ได้แล้วอ่ะ แฟนใหม่ หญิง : คนรักของวันนี้ที่เราอยากให้เป็นคนรักของวันข้างหน้าไปนานๆ ชาย : แฟนของวันนี้แต่วันข้างหน้าค่อยว่ากันอีกที<ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ!> โทรศัพท์ หญิง : เครื่องมือสื่อสารที่ช่วยสื่อความคิดถึง, คำพูดตอนไม่ได้อยู่กะเขา ชาย : เครื่องมือสื่อสารที่เธอมีไว้คอยโทรจิกตามตรวจสอบเราทุกที่ทุกเวลา ความเหงา หญิง : แค่ไม่มีเขาเราก็เหงาเหลือเกินแล้ว ชาย : 365 วันไม่เหงาเพราะเราไม่ขาดเพื่อนสักวัน ความคิดถึง หญิง : เพิ่งแยกจากเขามาเมื่อครู่เดียวเองก็คิดถึงอยากเจอหน้าเขาอีกแล้วน่ะ ชาย : ความคิดถึงก็เหมือนการได้ลงเตะฟุตบอลที่เราอยากเตะ พอได้เตะ แตะแล้วก็หายอยาก ดอกไม้ หญิง : เดินผ่านร้านขายดอกไม้ทีไร อยากให้เขาซื้อให้เรา แค่ดอกเดียวก็พอ ชาย : ก็ดอกไม้แค่ดอกเดียว ทำไม! เธออยากได้อะไรมากมายนะ จูงมือ หญิง : เป็นแฟนตอนแรกๆ เขาจูงมือเราไม่ยอมปล่อย เหมือนกลัวเราหลงทาง แต่ตอนหลังเราต้องเป็นฝ่ายจับมือเขาเสียเอง ชาย : โอ๊ย! ผมไม่ได้เด็กแล้วนะต้องจูงมือข้ามถนนด้วย หึง หญิง : รักคือหึง...หึงคือรัก ไม่รักไม่หึง ไม่หึงถ้าไม่รัก ชาย : ที่ผมเผลอลงมือลงไม้เธอนั้นเพราะผมหึงเธอน่ะ น้ำตา หญิง : เครื่องมือที่ช่วยเราลดความเครียดตามธรรมชาติ ชาย : เครื่องมือเรียกร้องความสนใจของผู้หญิง ช๊อปปิ้ง หญิง : กิจกรรมสุดโปรดได้ทำแล้งเหมือนมีสารความสุขหลั่งออกมา ชาย : เครียดก็ช๊อป...มีสุขก็ช๊อป..อารมณ์ก็ช๊อป ผู้หญิงโรคจิต การสารภาพรัก หญิง : เป็นแฟนกันมาตั้งนาน แค่คำว่ารัก..คำเดียว เขายังไม่เคยพูดให้เราไดยินเล๊ย ชาย : เป็นแฟนกันมาตั้งนาน คำว่า..รัก..คำเดียวจะสำคัญอะไรนัก อกหัก หญิง : ทำลายของๆ เขา, ฉีกรูปคู่ทิ้ง, เก็บตัวอยู่ในห้อง ฯลฯ เจ็บนี้...อีกนาน ชาย : กินเหล้า,จีบดะ,เที่ยวกระจาย ฯลฯ 3 วันห๊ายยยย งอน หญิง : ดูเขาเถอะ! หาเรื่องให้เราต้องงอนอีกแย้ว ชาย : ดูมัน! งอนได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ง้อ หญิง : ดีใจจัง เขาง้อเรา แสดงว่าเขายังรักเราอยู่ ชาย : เซ็ง! แต่ต้องแกล้งง้อไปงั้นๆ ดีกว่าต้องทนเห็นหน้าที่เหมือนตูดของเธอ

***********************************************************



*** ความรักทำให้ชีวิตมีความสุข แต่ต้องดูแลเทคแคร์อย่างไรละ ความรักถึงจะไม่จากไป ***

1. อย่าเขินที่จะบอกรัก

2. จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน 
กิจกรรมสุดโปรด คืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขา เสมอ ๆ

3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ 
แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม 
ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ดีกว่ามั้ย

4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ

5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เรา 
แล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง

6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้ง 
แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง

7. ปล่อยให้ อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย 
ปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด

8. พูดกันตรง ๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ

9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน 
แต่ก็ควรมีลิมิตด้วย ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง 
จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก

10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก

11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? 
เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ 
หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม 
แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย

12. ดูแลตัวเองให้เก๋กู๊ดอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง

13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ 
จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ 
จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ 
มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด

15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ 
หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนสองคน

17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้ และกับคนที่เรารัก 
เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง

18. อย่าอายที่จะขอโทษ

19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อย ๆ 
นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิตอีกด้วย

20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา ??? 
มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล

21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า 
รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) 
แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง 
และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมาก ๆๆ

22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะ ๆ 
จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น

23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้นะจ๊ะ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใคร ๆ 
ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว

24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว 
พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน 
แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ 
เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่น ๆ ไม่ได้

25. รักตัวเองให้มาก ๆ 
เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า

***********************************************************



*** 10 คำคม จาก 10 หนังรัก ***


"Love mean never having to say you're sorry"

ถ้าจะรักต้องไม่มีคำว่าเสียใจ


"We can't have the happiness of yesterday without the pain of today"

เราไม่มีวันจะมีความสุขในอดีตได้ หากปราศจากความปวดร้าวในวันนี้


Caroline : "You love with your mind and soul, not your heart."
Adam : [Touching his chest] "Then how come I hurt here when you're not with me"

แคโรไลน์ : คุณรักด้วยจิตใจและวิญญาณ ไม่ใช่ด้วยหัวใจของคุณ
อดัม :(จับที่หน้าอกของเขา) แล้วทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บตรงนี้ ทุกครั้งที่คุณไม่ได้อยู่กับผมล่ะ


"If you ever want something badly, let it go. If I come back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then I was never yours to begin with."

ถ้าคุณต้องการบางสิ่งบางอย่างมากๆ จงปล่อยมันไป ถ้ามันกลับมาหาคุณ มันจะเป็นของคุณตลอดไป แต่ถ้ามันไม่กลับมา แสดงว่ามันไม่ชอบคุณตั้งแต่แรกแล้ว


George : "Hey, would you, uh, love me the rest of my life?"
Lace : "No. I'm gonna love you for the rest of mine."

จอร์จ : คุณจะรักผมไปจนชั่วชีวิตของผมหรือเปล่า
เลซ : ไม่ค่ะ ฉันจะรักคุณจนชั่วชีวิตของฉัน


"It's not because I'm lonely, and it's not because it's New Tear's Eve. I came here tonight because when you realize you want to spend the rest of your life with some body, you want the rest of your life to start as soon as possible."

ไม่ใช่เพราะว่าผมเหงา และไม่ใช่เพราะว่าเป็นคืนวันปีใหม่ ผมมาที่นี่คืนนี้ เพราะเมื่อคุณรู้ว่าคุณต้องการจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกับใครสักคน คุณต้องการจะเริ่มต้นเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตของคุณให้เร็วที่สุด


Melvin : "You make me want to be a better man."
Carol : "That's maybe the best compliment of my life."

เมลวิน : คุณทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม
คารอล : นั่นอาจจะเป็นคำชมที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน


"Look, I guarantee that we'll have tough times. And I guarantee that as some point, one or both of us will want to get out of this thing. But I also guarantee that if I don't ask you to be mine I'll regret it for the rest of my life. Because I know in my heart you're the only one for me"

ฉันรับประกันได้เลยว่าเราจะต้องพบกับช่วงเวลาที่ลำบาก และฉันก็รับประกันได้เลยว่า เมื่อถึงจุดหนึ่งใครคนใดคนหนึ่งต้องการจะจากไป แต่ฉันก็รับประกันด้วยว่า ถ้าฉันไม่ขอร้องคุณให้มาเป็นของฉัน ฉันจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะฉันรู้อยู่ในหัวใจว่า คุณคือผู้เดียวสำหรับฉัน


Wiliam : "I live in Notting Hill. You live in Beverly Hills. Everyone in the world knows who you are."
Anna : "I'm also just a girl, standing in front of a boy, asking him to love her."

วิลเลี่ยม : ผมอยู่น็อตติ้งฮิลล์ คุณอยู่เบเวอรี่ ฮิลล์ คนทั้งโลกรู้จักคุณ
แอนนา : ฉันก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่หน้าผู้ชายคนหนึ่ง อ้นวอนให้เขารักเธอ


Jerry : "I love you. You... complete me."
Dorothy : "Shut up. Just shut up. You had me at "hello".

เจอรี่ : ผมรักคุณ คุณ... เติมเต็มชีวิตผม
โดโรธี : หยุดพูด หยุดพูดเดี๋ยวนี้ ฉันเสร็จคุณตั้งแต่ "ฮัลโหล" แล้ว

ขอบคุณที่มา : www.anamai.moph.go.th

***********************************************************