*** มติบอร์ดค่าจ้างขึ้นค่าแรง 71จว. 1-8 บ. ***
|
กรรมการค่าจ้าง เคาะขึ้นค่าแรง 71 จังหวัด 1-8 บาท สูงสุด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 8 บาท ต่ำสุด 1 บาท มี 7 จังหวัด ขณะที่ 5 จังหวัดไม่ปรับ
อย่างไรก็ตามการประชุมได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อย โดยจังหวัดที่ปรับขึ้น 1 บาท มี 7 จังหวัด ได้แก่ น่าน วันละ 151 เป็น152 บาท, พะเยา 150 บาท เป็น 151 บาท, แพร่ 150 บาท เป็น 151 บาท,พิษณุโลก 152 บาท เป็น 153 บาท, อุตรดิตถ์ 152 บาท เป็น 153 บาท, พิจิตร 150 บาท เป็น 151 บาท , เลย 162 บาท เป็น 163 บาท
จังหวัดที่ปรับขึ้น 2 บาท มี 20 จังหวัดได้แก่ ลำปาง 154 บาท เป็น 156 บาท , ตาก 151 บาท เป็น 153 บาท,กำแพงเพชร 156 บาท เป็น 158 บาท , หนองคาย 157 บาท เป็น 159 บาท, อุดรธานี 157 บาท เป็น 159 บาท , หนองบัวลำภู 154 เป็น 156 , นครพนม 153 บาท เป็น 155 บาท, มุกดาหาร 153 บาท เป็น 155 บาท , สกลนคร 155 บาท เป็น 157 บาท , กาฬสินธุ์ 155 บาท เป็น 157 บาท , สุรินทร์ 151 บาท เป็น 153 บาท , บุรีรัมย์ 155 บาท เป็น 157 บาท, อำนาจเจริญ 153 บาท เป็น 155 บาท,ศรีสะเกษ 150 บาท เป็น 152 บาท, ยโสธร 155 บาท เป็น 157 บาท, ชุมพร 158 บาทเป็น 160 บาท, นนทบุรี 203 บาท เป็น 205 บาท, ปทุมธานี 203 บาทเป็น 205 บาท , นครปฐม 203 บาท เป็น 205 บาท, สมุทรสาคร 203 บาท เป็น 205 บาท
จังหวัดที่ปรับขึ้น 3 บาทมี 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 168 บาท เป็น 171 บาท,นครสวรรค์ 155 บาท เป็น 158 บาท, ราชบุรี 164 บาทเป็น 167 บาท,สมุทรสงคราม 160 บาทเป็น 163 บาท,ร้อยเอ็ด 154 บาท เป็น 157 บาท, ขอนแก่น 154 บาท เป็น 157 บาท , มหาสารคาม 151 บาทเป็น 154 บาท,นครราชสีมา 170 บาทเป็น 173 บาท, สระแก้ว 160 บาท เป็น 163 บาท, กรุงเทพมหานคร 203 บาท เป็น 206 บาท,สมุทรปราการ 203 บาท เป็น 206 บาท
จังหวัดที่ปรับขึ้น 4 บาท มี 20 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน 156 บาท เป็น 160 บาท, นครนายก 156 บาท เป็น 160 บาท , ชลบุรี 180 บาท เป็น 184 บาท,จันทบุรี 163 บาท 167 บาท,ตราด 156 บาทเป็น 160 บาท ,ชัยนาท 154 บาท เป็น 158 บาท, สิงห์บุรี 161 บาท เป็น 165 บาท , อ่างทอง 161 บาทเป็น 165 บาท,กาญจนบุรี 165 บาท เป็น 169 บาท, สุพรรณบุรี 154 บาท เป็น 158 บาท, เพชรบุรี 164 บาท เป็น 168 บาท, ประจวบคีรีขันธ์ 160 บาท เป็น 164 บาท, ชัยภูมิ 152 บาท เป็น 156 บาท , ระนอง 169 บาท เป็น 173 บาท ,สุราษฎร์ธานี 155 บาท เป็น 159 บาท , นครศรีธรรมราช 155 บาท เป็น 159 บาท , พัทลุง 155บาท เป็น 159 บาท , สงขลา 157 บาท เป็น 161 บาท , สตูล 155 บาท เป็น 159 บาท , ปัตตานี 155 บาท เป็น 159 บาท
จังหวัดที่ปรับขึ้น 5 บาท มี 6 จังหวัด ได้แก่ ระยอง 173 บาท เป็น 178 บาท , สระบุรี 179 บาท เป็น 184 บาท , พังงา 168 บาท เป็น 173 บาท ,กระบี่ 165 บาท เป็น 170 บาท , ตรัง 157 บาท เป็น 162 บาท , ยะลา 155 บาท เป็น 160 บาท ส่วนจังหวัดที่ปรับขึ้น 6 บาท มี 1 จังหวัด คือ อุบลราชธานี 154 บาท เป็น 160 บาท ขณะที่จังหวัดที่ปรับขึ้น 7 บาท มี 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา 173 บาท เป็น 180 บาท , ปราจีนรี 163 บาท เป็น 170 บาท ,ลพบุรี 163 บาท เป็น 170 บาท , นราธิวาส 153 บาท เป็น 160 บาท , ภูเก็ต 197 บาท เป็น 204 บาท
สำหรับจังหวัดที่ปรับขึ้น 8 บาท คือ พระนครศรีอยุธยา 173 บาท เป็น 181 บาท
ส่วนจังหวัดที่ไม่ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างมี 5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย เชียงราย เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี ทั้งนี้ บอร์ดค่าจ้างกลางจะเสนอเรื่องให้นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน เพื่อลงนามเสนอให้ ครม.เห็นชอบในวันที่ 29 ธ.ค. และประกาศให้มีผลบังคับในวันที่ 1 ม.ค.2553 เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ
|
ที่มา : คมชัดลึก
*********************************************************** |
*** ค้นพบพันธุ์บุหรงชนิดใหม่ของโลก ***
|
"บุหรงช้าง"และ"บุหรงดอกขู่"พืชชนิดใหม่ของโลก นักวิจัยพบครั้งแรกบนผืนแผ่นดินไทย เตรียมต่อยอด ขยายพันธุ์นอกถิ่นกำเนิดเพื่ออนุรักษ์ และศึกษาสรรพคุณด้านสมุนไพร หลังมีสารต้านเชื้อมะเร็งในห้องปฏิบัติการ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้โดยตรง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ธ.ค. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จัดแถลงข่าวสรุปผลงานวิจัยเด่นประจำปี 2552 พร้อมเปิดตัว “บุหรงช้าง” และ “บุหรงดอกทู่” พรรณไม้ในสกุลบุหรงชนิดใหม่ของโลก โดยนายอนันต์ รุ่งพรทวีวัฒน์ รองผู้ว่าการกลุ่มพัฒนาธุรกิจและการตลาด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ วว.ได้ค้นพบและตั้งชื่อบุหรงชนิดใหม่ของโลก 2 ชนิด คือ บุหรงช้างและบุหรงดอกทู่ โดยพรรณไม้ทั้ง 2 ชนิด ได้มีการตรวจสอบการตั้งชื่อและนำไปตีพิมพ์รายงานในวารสาร Systematic Botany ปีที่ 34 ฉบับที่ 2 หน้า 252-265 ประจำปี 2552 เป็นวารสารการจำแนกพรรณไม้นานาชาติที่ออกในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนต้นแบบของตัวอย่างแห้ง ของบุหรงช้างและบุหรงดอกทู่ได้มีการเก็บไว้ที่หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งนับเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย
ด้าน ดร.ปิยะ กล่าวว่า ได้สำรวจพบบุหรงช้างครั้งแรกเมื่อปี 2544 ในป่าดิบชื้นของ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ที่ระดับความสูง 300-500 เมตร
ลักษณะพิเศษของบุหรงช้าง คือ เป็นบุหรงเพียงชนิดเดียวที่เป็นเถาเลื้อย ขณะที่บุหรงชนิดอื่นเป็นไม้พุ่ม ซึ่งเถาเลื้อยไปได้ไกล 15 เมตร มีดอกยาวประมาณ 17 เซนติเมตร และผลเป็นรูปทรงกระบอกยาว 3-6 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในสกุลบุหรง ดอกบานในเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน ปัจจุบันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Dasymaschalon gran diflorum Jing Wang, Chalermglin & R.M.K. Saunders”
ส่วนบุหรงดอกทู่ มีการสำรวจพบมา นานหลายปี พบในป่าดิบเขาของ อ.แม่ฟ้าหลวงและ อ.เมือง จ.เชียงราย
ที่ ระดับความสูง 800-1,600 เมตร มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Dasymaschalon obtusipetalum Jing Wang, Chalermglin and R.M.K. Saunders” โดยมีลักษณะพิเศษคือ เป็นไม้พุ่ม สูง 4-6 เมตร ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ดอกออกที่ปลายยอด ขนาด 1.5-3 เซนติเมตร ขอบกลีบบรรจบกันเป็นแท่งสามเหลี่ยม ตอนปลายดอกทู่และไม่บิด ดอกบานในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน
ดร.ปิยะ กล่าวอีกว่า หลังจากค้นพบดังกล่าวได้มีการวิจัยต่อยอดด้านการขยายพันธุ์ นอกถิ่นกำเนิดเพื่ออนุรักษ์พรรณไม้หายาก
โดยขณะนี้ได้ทำการศึกษาขยายพันธุ์บุหรงดอกทู่ โดยวิธีการทาบกิ่ง เสียบกิ่ง และทำการศึกษาสรรพคุณด้านสมุนไพรจากสารเคมีในลำต้นของบุหรง ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อมะเร็งในระดับห้องปฏิบัติการ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้โดยตรงหรือออกฤทธิ์ได้ผล ภายในสารชนิดเดียว จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนขยายผลการใช้ประโยชน์ด้านเภสัช กรรม สำหรับบุหรงช้างนั้นเนื่องจากเป็นพืชที่เติบโตอยู่ในพื้นที่ที่ยากลำบากในการเข้า ไปสำรวจ และเป็นพื้นที่อันตรายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้จึงยังไม่ได้ทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
|
ที่มา : เดลินิวส์
*********************************************************** |
*** 'หลวงตาบัว'ขนทองช่วยชาติ มอบอีก 412 กิโลกรัม 9 ม.ค.นี้ ***
|
“หลวงตาบัว”สานต่อโครงการช่วยชาติ เตรียมมอบทองคำครั้งที่ 15 เข้าท้องคลังหลวงช่วยหนุนเศรษฐกิจอีก 412 กิโล รวมเป็น 12 ตัน ซึ่ง “เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์” จะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีรับมอบในวันที่ 9 มกรา 53 ที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
วานนี้ (22 ธ.ค.) ศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 มกราคมปี 53 ที่จะถึงนี้ จะมีการมอบทองคำเข้าคลังหลวงเพื่อนำ ไปช่วยชาติ ครั้งที่ 15 อีกจำนวน 412.5 กิโลกรัม โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานพีธีรับมอบที่ วัดป่าบ้านป่าตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เล็งเห็นถึงสภาวะความเดือดร้อนของประเทศชาติ สังคม และประชาชน หลังจากที่ประเทศประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 จึงจัดโครงการช่วยชาติ เพื่อเชิญชวนประชาชนช่วยกันบริจาคทองคำ เงินดอลลาร์ เงินสกุลต่างประเทศ และเงินบาท นำเข้าคลังหลวง โดยครั้งแรกที่หลวงตามหาบัวนำมามอบให้นั้น เป็นเงินตราต่างประเทศจำนวน 1,278,000 เหรียญสหรัฐ และการรับบริจาคได้ดำเนินมาเรื่อยๆจนปิดรับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2547 แต่หลังจากนั้นก็ยังคงมีประชาชนผู้มีจิตศรัทธา และมีความเชื่อมั่นในหลวงตามหาบัว ได้ถวายทองคำเพื่อให้รวบรวมเข้าคลังหลวงอีกอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุดการมอบทุนช่วยชาติครั้งที่ 14 มีผู้บริจาคทองคำแท่งบริสุทธิ์ 99.99 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 48 แท่ง น้ำหนัก 600 กิโลกรัม ซึ่งถ้านับรวมการมอบเข้าคลังหลวง ทั้งหมดมีจำนวนถึง 931 แท่ง น้ำหนัก 11,637.5 กิโลกรัม หรือประมารณ 11 ตัน และเงินดอลลาร์สหรัฐ 10,214,600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 10,300,000,000 บาท จวบจนปัจจุบันทองคำที่มาจากแรงศรัทธาของประชาชนที่จะมอบเพิ่มอีก 412.5 กิโลกรัม คิดเป็นเงินประมาณ 478,929,400บาท ในครั้งที่ 15 ในวันที่ 9 มกราคม 53 ที่จะถึงนี้ เพิ่มขึ้นเป็น12 ตันกว่าเเล้ว
นอกจากนี้ ศิษยานุศิษย์ของหลวงตามหาบัวยังเปิดเผยอีกว่า สาเหตุที่หลวงตาบัวได้ระดมทุนทรัพย์เป็นทองคำนั้นเนื่องจากจะเป็นเครื่องหนุนเศรษฐกิจ ให้เงินธนบัตรมีค่าซึ่งโดยที่มาของคลังหลวงนั้นในปี 2451 (ร.ศ.127) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเงินท้องพระคลังจำนวน 12 ล้านบาท มาตั้งเป็นทุนสำรองเงินตรา (คลังหลวง) สำหรับรักษาอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราต่างประเทศ เพื่อให้การค้าขายได้อาศัยหลักที่มั่นคงยั่งยืน และให้กันเงินส่วนนี้ออกจากเงินส่วนอื่น เป็นพระมรดกที่ได้รับการรักษาและเพิ่มพูนตราบมาจนทุกวันนี้
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ธันวาคม 2552
*********************************************************** |
*** ชาวสุพรรณบุรีคึก รับรางวัลยูเนสโก ชุมชนสามชุก ***
|
เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. นายสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำประเทศไทยแจ้งมาว่า ยูเนสโกได้ประกาศผลการประกวดโครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก ประจำปี 2552 ให้แก่ชุมชนสามชุกและตลาดเก่าร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี ประเทศไทยนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้จัดพิธีรับมอบรางวัลโดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธี
|
ที่มา : -
*********************************************************** |
*** ว่าที่ ปธน.ฮอนดูรัสเล็งนิรโทษกรรมให้เซลายาพร้อมคณะรัฐประหารทั้งหมด ***
 ปอร์ฟิริโอ โลโบ ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฮอนดูรัส
เอเจนซี - ปอร์ฟิริโอ โลโบ ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฮอนดูรัสเผยวานนี้ (8) ต้องการขอนิรโทษกรรมทางการเมืองให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในการรัฐประหารล้มอำนาจอดีตประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา และทำให้ประเทศถูกโดดเดี่ยวทั้งหมด
เซลายา สมาชิกพรรคฝ่ายซ้าย ถูกโค่นลงจากตำแหน่งโดยกองทัพเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่โรแบร์โต มิเชลเลตติ ผู้นำรักษาการณ์ซึ่งรับช่วงอำนาจต่อ ก็ฝ่าฝืนแรงกดดันจากประชาคมโลกที่จะให้คืนเก้าอี้ประธานาธิบดีให้แก่เซลายา ทั้งยังทำให้เกิดความแตกแยกภายในประเทศ และถูกระงับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
"ผมเชื่อว่าควรมีการนิรโทษกรรมให้แก่พวกเขาทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วันที่ 28 มิถุนายน" โลโบกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองซานโฮเซ หลังการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีคอสตาริกา และปานามา ซึ่งรับรองชัยชนะในการเลือกตั้งของเขาทั้ง 2 คน
"ควรต้องมีการนิรโทษกรรมสำหรับทุกคน" โลโบย้ำ
การนิรโทษกรรมอาจช่วยยุติวิกฤตทางการเมือง ที่ยืดเยื้อมานาน 5 เดือน และเป็นการยอมให้เซลายาออกจากสถานทูตบราซิลในกรุงเตกูซิกัลปา ซึ่งให้ที่ลี้ภัยแก่เขา นับตั้งแต่แอบกลับเข้าฮอนดูรัสในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
สหรัฐฯ และบราซิลผลักดันให้มีการคืนอำนาจให้แก่เซลายา ทว่า ชะตาชีวิตของเขายังคงไม่มีความแน่นอน เมื่อในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐสภาฮอนดูรัสลงมติไม่ยอมให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมกราคมปีหน้า
สหรัฐฯ และบราซิลผลักดันให้มีการคืนอำนาจให้แก่เซลายา ทว่า ชะตาชีวิตของเขายังคงไม่มีความแน่นอน เมื่อในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐสภาฮอนดูรัสลงมติไม่ยอมให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งจนครบวาระ ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมกราคมปีหน้า
ทั้งนี้ โลโบ ซึ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้าน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนที่ผ่านมา แต่บราซิล ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีอิทธิพลมากในภูมิภาค ยืนยันว่าจะไม่รับรองผลการเลือกตั้งดัวกล่าว เนื่องจากถูกจัดขึ้นโดยรัฐบาลรักษาการณ์
อย่างไรก็ดี บราซิลส่งสัญญาณว่าอาจจะพิจารณายอมรับชัยชนะของโลโบ เนื่องจากเขาไม่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร และเป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างถูกต้อง
ขณะที่เซลายาก็ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยมองว่าเป็นการหลอกลวง แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่ปฏิเสธการเจรจากับโลโบ ซึ่งเป็นลางว่าเขามีความตั้งใจจะประนีประนอม
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ธันวาคม 2552
*********************************************************** |
*** ฟองสบู่ดูไบ ภาพลวงตาในทะเลทราย ***
|

ปรากฎการณ์ฟองสบู่ดูไบแตก ก็เหมือนกับฟองสบู่ไทยแตก เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ที่มีสาเหตุมาจาก การเอาเงินคนอื่นมาลงทุน จนทำให้ภาระหนี้ที่สูงมาก ถึงเวลาไม่มีปัญญาชำระคืน และส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถูกปั่นราคาสินทรัพย์เกินความเป็นจริง จากกระแสเก็งกำไร
การประกาศหยุดพักชำระหนี้มูล ค่า 59,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 2 ล้านล้านบาท โดยประมาณ ของบริษัทดูไบ เวิล์ด เป็นเวลา 6 เดือนนั้น เป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกของรัฐบาลดูไบว่า ถังแตก หลังจากปฎิเสธมาตลอด เป็นเวลานานเกือบปีว่า ไม่มีปัญหา
เมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ อาบู ดาบี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 นครรัฐ ที่รวมตัวกันเป็น สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือ ยูเออี ( UAE – United States of Arab Emirates) เมื่อ ปี 1971 หลังอังกฤษถอนกำลังออกจากอ่าวเปอร์เซีย และเป็นนครรัฐที่ร่ำรวยที่สุด เพราะมีน้ำมันมากที่สุด ต้องให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับดูไบ เป็นเงิน 10,000 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ แต่ก็ยังเอาไม่อยู่
สัปดาห์ ที่ผ่านมานี้เอง อาบู ดาบี เพิ่งจะใส่เงินลงไปให้ดูไบอีก 5 พันล้านเหรียญ แต่มีเงื่อนไขว่า เงินก้อนนี้ ห้ามนำไปชำระหนี้ของดูไบ เวิล์ด แสดงว่า นอกจากของหนี้ดูไบ เวิล์ด ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลดูไบที่ไปลงทุนในกิจการต่างทั่วโลกแล้ว ดูไบยังมีหนี้อื่นที่ซุกไว้อีก
ดูไบ เป็นนครรัฐที่ร่ำรวย แต่ไม่ได้รวยล้นฟ้าอย่างที่เข้าใจกัน เพราะดูไบไม่ได้มีน้ำมันมาก น้ำมันและแก๊สธรรมชาติส่วนใหญ่ไปอยู่กับ อาบู ดาบี ดูไบมีรายได้จากน้ำมันและแก๊สธรรมชาติเพียง 6 % เท่านั้น รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ การท่องเที่ยว การค้า และภาคการเงิน
ดูไบเติบโตมาจากการเป็นเมืองท่าเสรี ที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรือสินค้าจากตะวันตก ราชวงศ์ อัล มัคทูม (Al Maktoum) ซึ่งปกครองดูไบ ตระหนักว่า ไม่อาจพึ่งพารายได้จากน้ำมันเพียงอย่างเดียวได้ จึงวางแผนเศรษฐกิจให้ดูไบ เป็นศูนย์กลางการค้า การเงิน การบริการ และการท่องเที่ยวในตะวันออกกลาง ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามต้องการ
เมื่อขึ้น ศตวรรษใหม่ ปี 2000 ดูไบหันมาเน้นการลงทุนด้านอสังหา ริมทรัพย์ และการท่องอเที่ยว มีการลงทุนสร้างโรงแรม ศูนย์การค้า โครงการที่พักอาศัยอย่างพิสดาร โดยหวังว่า จะใช้กลยุทธ์ ใหญ่ที่สุด สูงที่สุด แปลกที่สุด เป็นจุดขายดึงนักลงทุน และเศรษฐีใหม่จากทั่วโลกเข้ามา อย่างเช่น โรงแรม เบิร์จ ซึ่งสูงที่สุดในโลก และโครงการเดอะปาล์ม ซึ่งเอาทรายมาถมทะเล ให้เป็นหมู่เกาะ ภายใต้โครงที่เหมือนต้นปาล์ม แล้วสร้างบ้านหรู ราคานับร้อยล้านบาทบนเกาะเหล่านี้
หกเจ็ดปีที่ผ่านมา ใครๆก็ไปดูไบ ไปเที่ยว ไปลงทุน ไปซื้อบ้าน เหมือนดูไบเป็นขุมทรัพย์ในตะวันออกกลาง เหมือนประเทศไทยก่อนฟองสบู่แตก ราคาอสังหาริมทรัพย์ถูกปั่นขึ้นไปหลายสิบเท่าตัว
หนึ่งปีก่อน เกิดวิกฤติเศรษฐกิจการเงินจากปัญหาซับไพร์ม ส่งผลกระทบอย่างเงียบๆ แต่ลุกลามใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ต่อดูไบ ประการแรก ดูไบเป็นศูนย์กลางการเงินในตะวันออกกลาง เมื่อเกิดวิกฤติขึ้น บริษัทการเงินที่มาตั้งสำนักงานในดูไบ ต้องปิดกิจการลง หรือ ลดการจ้างพนักงาน ทำให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตก ที่มาทำงานในศูนย์กลางการเงินต้องกลับบ้าน กำลังซื้อจึงหายไปไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคอสังหาริมทรัพย์
คนดูไบมีแค่ 2 แสนกว่าคน เป็นกำลังการบริโภคที่ไม่สามารถรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ได้ จึงต้องอาศัยนักท่องเที่ยว และผู้บริหารต่างชาติที่มาทำงานในดูไบ
ประการที่ สอง มีนักลงทุนชาวตะวันตก จำนวนมาก มาลงทุนเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ เพราะสามารถทำกำไรมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยการปั่นกระดาษใบจอง เมื่อเกิดวิกฤติซับไพร์ม สถาบันการเงินที่ปล่อยเงินกู้ให้นักลงทุนเหล่านี้มาใช้เก็งกำไร เรียกเงินคืน คนที่ทำงานในภาคการเงินต้องตกงาน กลับบ้าน วงจรการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์จึงสะดุดลง นักเก็งกำไรต่างชาติ หนีกลับบ้าน ทิ้งหนี้สิน และความเสียหายเอาไว้เบื้องหลัง
การลงทุนของดูไบเวิล์ด ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นเดียวกัน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ จึงมีปัญหากระแสเงินสด ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ เงินลงทุนของดูไบเวิล์ดมาจากการกู้ ถึงเวลาก็ต้องชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ปัญหาความไม่สามารถในการชำระหนี้ของดู ไบ เวิล์ด เป็นสิ่งที่นักการเงินทั่วโลก คิดว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ แต่ ชีค โมฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มัคทูม (Sheikh Mohammed bin Rashid Al Maktoum) เจ้าผู้ครองนครดูไบ ปฏิเสธมาตลอด และแก้ปัญหาด้วยการ ออกข่าวประชาสัมพันธ์ถึงความสำเร็จของโครงการต่างๆเป็นการตอบโต้
เศรษฐกิจของดูไบ นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เป็นของเก๊ ทั้งในแง่ที่มาของการลงทุน ซึ่งเป็นการก่อหนี้ กู้เงินมาลงทุน
ความเทียมอีกด้านหนึ่งคือ โครงการจำนวนมาก รวมทั้งโครงการเดอะปาล์มของดูไบ เวิล์ด เป็นการสร้างบนที่ดินเทียม คือ ถมทะเลขึ้นมา นอกจากจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงแล้ว ยังมีผลต่อพื้นดิน โครงสร้างอาคารด้วย เป็นสาเหตุสำคัญให้มูลค่าของสินทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่ปี 2001 – 2008 มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ จึงลดลงถึง 60 %
ดูไบจึงเป็นเหมือนภาพลวงตาในทะเลทราย ที่นักเดินทางคิดว่าเป็นโอเอซีส พากันวิ่งเข้าใส่ แต่เมื่อไปถึง ปรากฏว่า มีแต่ทรายกับทรายเท่านั้น
เทียบกับบริษัทเลห์ แมน บราเธอร์ส ซึ่งเป็นชนวนของวิกฤติซับไพร์มแล้ว หนี้ของดูไบเวิล์ด นับว่าเล็กน้อย แต่นัยนะมหาศาล เพราะนี่คือ การผิดนัดชำระหนี้ของประเทศ ( sovereign default) เหมือนการผิดนัดของอาร์เจนตินาในปี 2001 และรัสเซียในปลาย ทศวรรษ 1990 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดการเงินทั่วโลก
การประกาศเลื่อนการชำระหนี้ ของดูไบ ทำให้ ค่าธรรมเนียม การรับประกันเงินกู้ ของกรีซและลิธัวเนีย เพิ่มขึ้น 16 และ 6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนของดูไบเองเพิ่มขึ้นถึง 67 %
เจ้าหนี้ต่างชาติรายใหญ่ของดูไบเวิลด์ คือ อังกฤษ โดยโรแยล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ซึ่งล้มละลายจากกรณีซับไพร์ม จนรัฐบาลอังฤษต้องเข้าซื้อกิจการ เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ รองลงมาคือ สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ,บาร์เคลย์ และ เอชเอสบีซี
แต่เจ้าหนี้ที่ปล่อยกู้มากๆ เป็นธนาคารของอาบูดาบี และดูไบ
ปัญหาของดู ไบเวิลด์ จะทำให้ธนาคารเจ้าหนี้ ต้องตัดหนี้สูญ ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ของธนาคาร และหากมีการปรับโครงสร้างหนี้ โดยการขายสินทรัพย์ของดูไบเวิลด์จะทำให้ราคาสินทรัพย์ทั่วโลกตกต่ำลง
ดูไบเวิล์ด เป็นเจ้าของ ดีพี เวิลด์ ซึ่งเป็นกิจการท่าเรือที่ซื้อมาจาก P&O ของอังกฤษ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว บริหารท่าเรือกว่า 30 แห่งทั่วโลก ถือหุ้นครึ่งหนึ่งในเอ็มจีเอ็มแกรนด์ คาสิโนในลาสเวกัส เป็นเจ้าของเรือสำราญ ควีน อลิซาเบทที่ 2 เจ้าของตลาดหุ้นลอนดอน และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆอีกมากมายในยุโรปและสหรัฐ
ดูไบ มีความหวังว่า อาบู ดาบี จะเข้ามาอุ้ม เพราะถ้าดูไบมีปัญหารุนแรง จะกระทบต่อยูเออีโดยรวม แต่อาบู ดาบีประกาศแล้วว่า จะไม่ช่วยทั้งหมด จะเลือกดูเป็นกรณีๆไป
ราชวงศ์ อัล มัคทูม ที่ครองดูไบ และราชวงศ์ อัล นายาน ผู้ปกครอง อาบูดาบี เป็นคู่แข่งกันอยู่ในที ดูไบ ชอบทำตัวฟู่ฟ่า โดดเด่น เป็นข่าวอยู่เสมอ ในขณะที่อาบู ดาบี ซึ่งรวยจริง เป็นพวกโลว์โปรไฟล์ อาบูดาบี อาจจะอยากให้ดูไบได้รับบทเรียนในครั้งนี้ก็ได้ หรืออาจจะเลือกดูว่า จะเอาสินทรัพย์อะไรของดูไบเวิลด์ เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือ อาจจะให้ดูไบ ยุบสายการบินแห่งชาติทิ้ง หรือโอนให้อาบูดาบี เพราะอาบู ดาบีก็มีสายการบินแห่งชาติเหมือนกัน ซึ่งเป็นความซ้ำซ้อน ที่ยูเออี จะมีสายการบินถึง สองสาย
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤศจิกายน 2552
*********************************************************** |
*** ดูไบ"ฟองสบู่แตกแจงพักชำระหนี้ 8หมื่นล.ดอลล์ ผู้รับเหมาเอเชียหวั่นถูกเบี้ยว หุ้นยุโรป-เอเชียร่วง ***
|
"ดูไบ" ออกโรงแจงพักชำระหนี้ "ดูไบเวิลด์" นักวิเคราะห์เชื่อรัฐบาลกลาง "ยูเออี" ควบคุมสถานการณ์ได้คาดมีหนี้กว่า 8 หมื่นล้านดอลล์ "กรณ์" ยันไม่กระทบไทย สภาอุตฯห่วงเรื่องเวียดนามลดค่าเงิน"ด่อง"มากกว่า ชี้ทำ"สิ่งทอ-อาหารกระป๋อง-ข้าว"ของไทยได้รับผลกระทบ
ปธ.กมธ.งบ"ดูไบ"ยันศก.ยังปึ้ก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าตามที่ทางการของรัฐดูไบแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนว่าจะขอให้เจ้าหนี้รายใหญ่ของดูไบเวิลด์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีรัฐดูไบเป็นเจ้าของพักชำระหนี้ระยะสั้นของดูไบเวิลด์ไปอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกนั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน เชค อาเหม็ด บิน ซาอีด อัล-มัคทัม ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณของดูไบออกมาชี้แจงว่า การขอให้เจ้าหนี้พักชำระหนี้แก่ดูไบเวิลด์ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ทางการดูไบได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังและตระหนักอย่างเต็มที่อยู่แล้วว่าตลาดจะมีปฎิกริยาอย่างไร รวมทั้งเข้าใจเป็นอย่างดีว่าดีว่าเจ้าหนี้มีความกังวล
"รัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้เพราะจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างเฉียบขาดในการแก้ปัญหาเรื่องภาระหนี้ ซึ่งข้อมูลเพิ่มเติมเราจะแถลงในต้นสัปดาห์หน้า" เชค อาเหม็ด บินฯ กล่าวและยืนยันว่าการที่ดูไบและรัฐในยูเออีทั้งหมดเติบโตมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้รากฐานเศรษฐกิจของดูไบมีความยั่งยืนบนฐานที่กว้าง ไม่ใช่เพียงอาศัยการขายทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น เพราะดูไบมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างมาก,เป็นศูนย์กลางการขนส่งและสื่อสารตลอดจนศูนย์กลางการเงิน
สิ่งเหล่านี้จะยังทำให้ดูไบเป็นตลาดที่น่าดึงดูดในภูมิภาคนี้
เผย"ดูไบ"มีหนี้รวม8หมื่นล้านดอลล์
รายงานข่าวระบุว่า ดูไบเวิลด์ เป็นเจ้าของดีพีเวิลด์ซึ่งบริหารท่าเรือ 49 แห่งทั่วโลกและยังเป็นเจ้าของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นาคีล
โดยปัญหาการขอพักชำระหนี้ครั้งนี้เกิดจากการบูมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดูไบพยายามจะเนรมิตทะเลทรายให้เป็นตึกสูงและถมทะเลสร้างเกาะ ทำให้ดูไบกลายเป็นเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดในระยะไม่กี่ปีมานี้ ทั้งนี้ ณ เดือนสิงหาคมที่ผ่านมารัฐดูไบมีหนี้ทั้งหมด 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นหนี้ของดูไบเวิลด์ 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ทางการของดูไบยังไม่ยอมเปิดเผยวงเงินที่จะพักชำระหนี้ แต่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์
(เอสแอนด์พี) ประเมินว่าบริษัทที่มีรัฐเป็นเจ้าของในดูไบทั้งหมดครบกำหนดต้องชำระหนี้ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งคิดเป็น 70 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวม(จีดีพี)ของดูไบ ขณะที่บริษัทนาคีลครบกำหนดชำระหนี้ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้จำนวน 3.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนธนาคารดอยช์แบงก์ประเมินว่าหนี้ที่ครบกำหนดชำระเดือนธันวาคมของรัฐบาลดูไบและบริษัทต่างๆอ
ยู่ที่ 4.3 พันล้านดอลลาร์ และอีก 4.9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกปีหน้า
ตลาดหุ้น"ยุโรป-เอเซีย"ร่วงระนาว
รายงานข่าวระบุว่า การขอพักชำระหนี้ของดูไบเวิลด์ ทำให้นักลงทุนเกิดความวิตกว่าจะส่งผลกระทบในลักษณะโดมิโนต่อบริษัทอื่นๆ ในดูไบที่มีรัฐเป็นเจ้าของด้วย การพักชำระหนี้ยังทำให้นักลงทุนยุโรปขาดความเชื่อมั่นเพราะในช่วงวิกฤตการเงินโลกนักลงทุนยุโรปได้หันไปขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย
ซึ่งเมื่อกระแสข่าวนี้ปรากฏออกมาส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปและทั่วโลกร่วงลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคาร อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถทราบได้ว่ามีธนาคารสหรัฐเป็นเจ้าหนี้ของดูไบ เวิลด์ด้วยหรือไม่เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 26 พฤศจิกายนปิดทำการเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ข่าวการพักชำระหนี้ของดูไบเวิลด์ ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียวันที่ 27 พฤศจิกายน ปรับตัวลงอย่างรุนแรง อาทิเกาหลีใต้ลดลง 4.69 % ฮ่องกงลดลง 1.78 % ญี่ปุ่นลดลง 3.2 % เพราะนักลงทุนเกรงว่าวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกที่กำลังฟื้นตัวจะได้รับผลกระทบอีกรอบจากปัญหาของดูไบ
นายแดเนียล แท็บบุช นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เครดิต ลียองเนส์ ในกรุงเทพฯ กล่าวว่า วิกฤตดูไบ อาจส่งผลกระทบต่อธนาคารในเอเชีย โดยเฉพาะสแตนดาร์ด ชาเตอร์ด,เอสเอชบีซี และดีบีเอสของสิงคโปร์ จะได้รับผลกระทบมากที่สุด
คาดลดเครดิตสถานบันการเงินดูไบ
รายงานข่าวระบุว่า บริษัทจัดอันดับทั้งฟิตซ์ เรทติ้ง,มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสและสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ต่างปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทและสถาบันการเงินที่มีการลงทุนในดูไบเวิลด์ รวมทั้งอีกหลายบริษัทที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าของ และยังอาจทำให้บริษัทของรัฐในภูมิภาคนี้ถูกทบทวนความน่าเชื่อถือไปด้วย
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่ารัฐอาบู ดาบี ซึ่งเป็นรัฐเมืองหลวงของยูเออีจะไม่ปล่อยให้ดูไบล้มละลาย เพราะหากปล่อยให้ล้มละลายจะกระทบต่อสถานะของอาบู ดาบีด้วย นอกจากนี้เชื่อว่ายูเออีซึ่งมีน้ำมันสำรองอยู่มากตลอดจนเป็นเจ้าของกองทุนเพื่อความมั่งคั่งขนาดใหญ่ที่สุดของโลกจะสามารถควบคุมสถานการณ์ของดูไบได้
ผู้รับเหมาเอเซียหวั่นถูกเบี้ยวหนี้
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ผู้รับเหมาจากเอเชียหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ที่ไปรับงานก่อสร้างในดูไบต่างรู้สึกกังวลว่าจะไม่ได้รับการชำระหนี้ ทั้งนี้ ดูไบได้ก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่จำนวนมาก โดยโครงการที่ขึ้นชื่อก็อย่างเช่น ตึก " เบิร์จ " สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 160 ชั้น หรือกว่า 800 เมตร มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำหนดจะเปิดบริการในวันที่ 4 มกราคมปีหน้า
นอกจากนี้ยังมีโครงการเกาะเทียมรูปต้นปาล์ม ซึ่งประกอบด้วยอพาร์ตเม้นท์ หมู่บ้านและโรงแรมหรู ซึ่งมีข่าวว่าดาราฮอลลีวู้ด แบรด พิตต์ และนักฟุตบอล เดวิด เบ๊กแฮม ได้ซื้อโครงการด้วย
ดูไบ เป็น 1 ใน 7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มีรัฐอาบู ดาบี เป็นเมืองหลวง แต่ละรัฐมีรัฐบาลท้องถิ่นของตัวเอง โดยดูไบถือเป็นหนึ่งในรัฐสำคัญที่สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจแก่ยูเออี
"กรณ์"ยันวิกฤต"ดูไบ"ไม่กระทบไทย
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการรคลังถึงกรณีที่ดูไบ เวิลด์ บริษัทเพื่อการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี)ประกาศพักชำระหนี้ ว่า ดูไบประสบปัญหาภาวะฟองสบู่เหมือนที่เคยเกิดในเอเชียเมื่อปี 2540 ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการทรัพยากรที่ไม่สมดุล และถือเป็นปัญหาภายในของดูไบเอง เพราะแม้แต่ในจีนเองเริ่มเข้ามากำกับการปล่อยสินเชื่อ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะฟองสบู่ ขณะที่ในไทยยังไม่มีสัญญาณที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ เพราะราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เพิ่มสูงมาก ขณะที่ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่มาจาการกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และราคาก็ไม่ได้มากกว่าในอดีตแต่อย่างใด
“การที่ดูไบ เวิลด์ ประกาศพักชำระหนี้ ผมเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการส่งออกของไทย เพราะดูไบไม่ใช่ยูเออีทั้งหมด และไม่ใช่ตลาดตะวันออกกลาง ขณะที่เศรษฐกิจประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางยังเติบโตได้ดี จากราคาน้ำมันที่ยังสูงถึง 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงไม่ได้เป็นปัญหาต่อประเทศอื่นในภูมิภาคนั้น” นายกรณ์กล่าว
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า เชื่อว่าผลกระทบจากกรณีการเลื่อนการชำระหนี้ของดูไบ เวิลด์จะส่งผลกระทบต่อไทยน้อยมาก จึงไม่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว
"โฆสิต"ชี้ค่า"ด่อง"ลดทำบาทผันผวน
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า กรณี ดูไบเวิลด์ประกาศพักการชำระหนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายประเทศดำเนินมาก่อนหน้านี้ ทั้งการอัดฉีดเม็ดเงิน การดำเนินนโยบายขาดดุลอาจกระทำต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ต้องดูในระยะต่อไปว่าจะมีมาตรการอื่นต่อไปอีกหรือไม่
นายโฆษิตกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ประเทศเวียดนาม
ลดค่าเงินด่องและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นคาดว่าเป็นผลมาจากการที่หลายประเทศใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใส่เม็ดเงินเป็นจำนวนมากเข้าสู่ระบบส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งราคาอสังหาริมทรัพย์ ราคาน้ำมันและราคาทองคำ
การปรับลดค่าเงินด่องในครั้งนี้อาจส่งผลต่อค่าเงินบาทให้ผันผวนในระยะสั้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทยด้วย อย่างไรก็ต่ามถือว่าเป็นการดำเนินนโยบายของประเทศเวียดนามเพียงประเทศเดียว จึงไม่ส่งผลกระทบในวงกว้าง
"ผู้ประกอบการเอกชนของประเทศไทย ควรประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรองรับความผันผวนของค่าเงิน แต่เบื้องต้นผลกระทบไม่เกิดในวงกว้างแน่นอนเพราะเป็นการดำเนินนโยบายของเวียดนามเพียงประเทศเดียว" นายโฆษิตกล่าว
บล.บัวหลวงเชื่อ"ด่อง"ลดค่าอีก
นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.)บัวหลวง จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การที่เวียดนามปรับลดค่าเงินด่องลง 5% ถือว่าน้อยมาก ตลาดเงินจึงไม่มั่นใจว่าค่าเงินจะลดลงแค่นี้ เพราะตามปกติแล้วหากประเทศใดปรับลดค่าเงินลง ก็จะต้องปรับลดลงอีก ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการปรับลดประมาณ 20-25% นอกจากนี้เวลาปรับลดค่าเงิน ตลาดหุ้นจะต้องปรับขึ้น ตามราคาสินทรัพย์ที่มีมูลค่าลดลง แต่เห็นได้ว่าตลาดหุ้นในเวียดนามยังคงปรับลดลง แสดงว่าตลาดไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะลดค่าเงินเพียงแค่ 5%
"ค่าเงินด่องที่ลดลง 5% กระทบกับไทยน้อยมาก อย่างไรก็ตามหากมีการปรับลดลงไปถึง 20-25% ก็จะกระทบกับภาคการเกษตรของไทยที่มีการส่งออกสินค้าแข่งกันอยู่ โดยเฉพาะการส่งออกข้าวที่แข่งกันมาตลอด" นายชัยพรกล่าว
สอท.ชี้ค่าด่องลดกระทบ"สิ่งทอ-ข้าว"
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า กรณีดูไบเวิลด์ เชื่อว่าจะไม่กระทบกับไทยมากนัก แต่ที่น่ากังวลคือการประกาศลดค่าเงินด่องของเวียดนาม ลง 5.2% ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการแข่งขันลดลง 3-4% คาดว่าอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบมาก คือ อุตาสหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง และข้าว จึงต้องติดตามอย่างอย่างใกล้ชิด
|
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
*********************************************************** |
*** นายกฯเบลเยี่ยม นั่งประธานอียูคนแรก ***
|

เฮอร์แมน แวน รอมพาย
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ เฮอร์แมน แวน รอมพาย นายฯเบลเยี่ยม ดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรปคนแรก เป็นระยะเวลา 2 ปี...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวัน ที่ 20 พ.ย. ว่า การประชุมผู้นำสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียู ทั้ง 27 ประเทศ ที่กรุงบรัสเซล มีมติเห็นชอบให้ นายเฮอร์แมน แวน รอมพาย นายกรัฐมนตรีแห่งเบลเยียม ดำรงตำแหน่งประธานอียูคนแรก
นายแวน รอมพาย วัย 62 ปี ได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศส และเยอรมนี เป็นผู้มีความสามารถเยี่ยมยอดในการประสานรอยร้าว อีกทั้งสามารถประคองรัฐบาลเบลเยี่ยมกระทั่งผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งนี้นายแวน รอมพาย จะดำรงตำแหน่งประธานอียูเป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง
|
ที่มา : ไทยรัฐ 20 พ.ย. 52
*********************************************************** |
*** “บิ๊กบัง” เปิดตัว! นั่งว่าที่ หน.มาตุภูมิ หวังสร้างสมานฉันท์ให้ประเทศ ***
|
“บิ๊กบัง” เปิดตัวรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค “มาตุภูมิ”
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. เปิดตัวเป็นว่าที่หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ พร้อมให้เหตุผลที่เข้าสู่การเมืองเพราะต้องการสร้างความสมานฉันท์ และแก้ปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ โดยอ้างอิงจากการวิจัยของนักวิชาการสถาบันสันติวิธี ที่เสนอแนวคิดในรูปแบบทบวงมาใช้เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ ทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านงบประมาณ และการบังคับบัญชา


|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤศจิกายน 2552
*********************************************************** |
*** โอบามาประกาศเป็นเจ้าภาพซัมมิตเอเปค 2011 ในฮาวาย ***
|

ชุดฟอร์มของผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่มเอเปก ซึ่งสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพในปีนี้
เอเอฟพี - ประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ ประกาศจะให้มลรัฐฮาวายเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิก ในปี 2011
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤศจิกายน 2552
*********************************************************** |
*** ปธน.เปรู ถอนตัวจากการประชุมเอเปก ***
|

อลัน การ์เซีย ประธานาธิบดีเปรู
เอเอฟพี - อลัน การ์เซีย ประธานาธิบดีเปรู และคณะผู้แทน ถอนตัวจากการประชุมซัมมิตกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่สิงคโปร์ในวันนี้ (15) เพื่อประท้วงรัฐบาลชิลี ซึ่งถูกกล่าวหาว่า จ้างทหารเปรูเป็นสายลับ
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤศจิกายน 2552
*********************************************************** |
*** ราคาทองคำเอเชียทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์!! ***
|

เอเอฟพี - ราคาทองคำในฮ่องกงเปิดตลาดวันนี้ (12) ขยับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,120.00-1,121.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ จากราคาปิดวันก่อน (11) ที่ 1,100.00-1,111.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ราคาทองคำขยับขึ้นเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ ส่งผลให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ ดังเช่นน้ำมัน ทองคำ ซึ่งซื้อขายกันด้วยเงินดอลลาร์ มีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลที่แข็งกว่าดอลลาร์ ส่งผลให้ดีมานด์ทองคำเพิ่มสูงขึ้น
เจมส์ สตีล นักวิเคราะห์จากเอชเอสบีซีในนครซิดนีย์มองว่า ราคาทองคำจะสูงขึ้นต่อเนื่องสวนทางกับทิศทางค่าเงินดอลลาร์
ราคาทองคำทำลายสถิติสูงสุดครั้งนี้ ยังเป็นผลมาจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ในระดับต่ำเตี้ยใกล้ 0% ต่อไป “อีกระยะเวลาหนึ่ง” ด้วยความมุ่งหมายที่จะช่วยฉุดดึงเศรษฐกิจให้หลุดพ้นภาวะทรุดต่ำเลวร้ายที่สุดนับแต่คราวภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อ 80 ปีก่อน
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 พฤศจิกายน 2552
*********************************************************** |
*** ครม.เลิก MOU พื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมร ***
|

มติครม.ยกเลิกเอ็ม โอยูพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-เขมรสมัยรัฐ บาล “ทักษิณ” ด้านก.การต่างประเทศทำหนังสือขอเทปสัมภาษณ์ทักษิณ”จากไทม์ส เพื่อตรวจสอบคำสัมภาษณ์หมิ่นสถาบัน
(10พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยุติบันทึกความเข้าใจหรือMOUระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ ที่ไทยและกัมพูชา ต่างอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนบนอ่าวไทยฉบับ ลงนามวันที่ 18 มิ.ย.2544 สมัยรัฐบาล พล.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
พร้อมเตรียมส่งให้สภาฯดำเนินการต่อไป นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.กรทะรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือแจ้งไปสถานทูต เพื่อให้แจ้งไปยังไทม์สออนไลน์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงทุกอย่างทั้งสถานะของพ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และสถาบันของไทย หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ลักษะเช่นนี้รัฐบาลก็ชี้แจงมาตลอด แต่เขาก็เข้าใจ
อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อไปยังไทม์สออนไลน์ เพื่อขอเทปสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณมาตรวจสอบว่าพูดจาอะไรไปบ้างจะได้ไม่ต้องมา กล่าวว่าไทม์สมีการบิดเบือนหรือไม่ทุกอย่างดูไปตามข้อมูลข้อเท็จจริงซึ่งเรา จะดูเนื้อหาหลักและมีใครรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ขอให้ทุกอย่าง ดำเนินไปตามกฏหมาย สำหรับการพิจารณายกเลิกเอ็มโอยูเมื่อปี 2544 เกี่ยวกับพื้ที่ทับซ้อนทางทะเลนั้นเราพิจารณายกเลิกเอ็มโอยูบนพื้นฐานความ เป็นจริงเพื่อความยุติธรรมและโปร่งใส การที่เริ่มจากเอ็มโอยูฉบับนี้ก่อน เพราะคนให้ความสนใจ
ส่วนฉบับอื่นก็ขอเวลาสักระยะ ส่วนมาตรการที่เราดำเนินการในการเรียกทูตส่วนอีกสองเรื่องไม่ได้เป็นการตอบ โต้แต่เป็นการแก้ปัญหาการขยายยกเลิกเอ็มโอยูฉบับอื่นเพราะมีการไปตกลงอะไร ร่วมกันหรือไม่ดังนั้นจึงต้องเรียกทุกอย่างมาดูทั้งหมด นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ถ้าหากพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปกัมพูชานั้นเราก็เริ่มดำเนินการตามกระบวนการกฏ หมายไทยไปตามปกติโดยขณะนี้ทางอัยการเตรียมทุกอย่างแล้วแต่การจะส่งเรื่องมา ยังกระทรวงการต่างประเทศนั้น คงต้องรอให้ทุกอย่างแน่นอนก่อน
|
ที่มา : คม ชัด ลึก
*********************************************************** |
*** ประชาชน พอใจมาตรการตอบโต้กัมพูชาของรัฐบาลไทย หลังตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา ***
|
สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชน ต่อบทบาทในการดำเนินงาน นายกฯอภิสิทธิ์ ร้อยละ 38.53 ค่อนข้างพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหา กรณี สมเด็จฮุนเซน แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ เพราะเห็นได้จากการเรียกทูตไทยกลับ เป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า ฝ่ายไทยไม่พึงพอใจกับเรื่องนี้
|
ที่มา : http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=197529
*********************************************************** |
*** เปิดปูม "ราเกซ สักเสนา" พ่อมดทางการเงิน ฝีมือทำ "โรคต้มยำกุ้ง" ***
ราเกซ สักเสนา ฉายา "พ่อมดการเงิน" อดีตที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ(บีบีซี)กลับมาเป็นข่าวอีก ครั้ง หลังเงียบหายไปเกือบ 10 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์มณฑลบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา พิพากษายืนตามคำตัดสินของ นายมาร์ติน คูชอน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมแคนาดา ที่จะให้ส่งตัวนายราเกซ มาให้ทางการไทยดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน และไม่ให้ประกันตัว
คดีบันลือ โลก เกิดจาก นายราเกซ มีโอกาสเข้ามาเป็นที่ปรึกษา นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ซึ่งถูกทางการไทยยื่นฟ้องเมื่อปี 2539 ฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์บีบีซี 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 3,000 ล้านบาท) อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธนาคารเก่าแก่แห่งนี้ ต้องตกอยู่ในภาวะล้มละลายในปี 2538
นายเกริกเกียรติ นายราเกซ พร้อมพวก ใช้วิธีการปล่อยกู้ที่มีความเสี่ยงสูง และกิจกรรมที่ใช้เงินจำนวนหลายหมื่นล้านบาทให้พรรคพวกที่เป็นนักการเมือง จากนั้น ตบแต่งบัญชีให้มีผลกำไรนับพันล้านบาท ทั้งที่ขาดทุนย่อยยับ ทำให้ บีบีซี ต้องตกอยู่ในภาวะล้มละลายในปี 2538 เนื่องจากมีหนี้สิน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท) หลังจากนั้นไม่นาน สถาบันการเงินกว่า 50 แห่ง ก็ต้องปิดตัวลงจนเป็นเหตุให้เกิดการขาดความเชื่อมั่นในระบบธนาคารไทย และนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจการเงินในเอเชียหรือที่เรียกว่า "โรคต้มยำกุ้ง" ในปี 2540
การเปิดปมปัญหาการคอรัปชั่นใน บีบีซีเริ่มต้นจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายแฉกลโกงบีบีซี ด้วยวิธีเซียนเรียกพี่ ต่อสภาผู้แทนราษฏร เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2539 ซึ่งตรงกับสมัย นายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา
ผลการ อภิปรายในครั้งนั้น ทำให้ นายกฯบรรหาร สั่งให้ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในขณะนั้น ดำเนินการสั่งปิดบีบีซี ตามมาด้วยปฏิบัติการล้างบาง ในธนาคารแห่งประเทศไทย
กระทั่ง 17 พฤษภาคม 2539 กระทรวงการคลัง ได้ตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมธนาคารแห่งนี้แบบเบ็ดเสร็จจากนั้นนายเกริก เกียรติ เดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็กลับมาสู้คดีในประเทศไทยในเดือนถัดมา
และเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548 นายเกริกเกียรติ ถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ตัดสินจำคุกรวมทั้งหมด 3 คดี คดีละ 10 ปี รวมเป็น 30 ปี และปรับรวมกันทั้งหมด 3,330 ล้านบาท
ส่วน นายราเกซ หลบหนีไปประเทศแคนาดาตั้งแต่ปี 2539 และถูกทางการไทยออกหมายจับเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2539 จากนั้นถูกตำรวจแคนาดาจับกุมที่เมืองวิสต์เลอร์ มณฑลบริติช โคลัมเบีย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ปีเดียวกัน
แต่นายราเกซ ได้สู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อจะไม่ต้องถูกส่งตัวกลับมาไทย โดยอ้างว่าถูกใส่ร้ายให้เป็นแพะรับบาป จากกลุ่มผู้บริหารบีบีซี และผู้กำกับดูแลระบบการเงินของไทย ซึ่งพยายามปกปิดเรื่องอื้อฉาวในบีบีซี และการต่อสู้คดีดังกล่าวได้จารึกไว้ ว่ากินเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์แคนาดา
|
ที่มา : นสพ.แนวหน้า
*********************************************************** |
*** ยูเนสโก ยกย่อง “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์–ครูเอื้อ” เป็นบุคคลสำคัญของโลกแล้ว ***
|
ข่าว ดี!! ยูเนสโกประกาศยกย่อง “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์-ครูเอื้อ” เป็นบุคคลสำคัญของโลกร่วมกับ เทเรซา-ฟรานซิส เบคอน-ทา ลอง ฮานอย ขณะที่ วธ.ฉลอง 100 ปี ชาตกาล 53-54 ไปรษณีย์ไทยพิมพ์แสตมป์รูปครูเอื้อ
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากผู้แทน วธ.ของไทยเข้าร่วมประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 22-23 ตุลาคม พ.ศ.2552 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) สำนักงานใหญ่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทางคณะกรรมการฝ่ายพิจารณาบุคคลสำคัญ และเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของยูเนสโก มีมติประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล สำคัญและเหตุการณ์ของโลก รวม 63 ท่าน/แห่ง ในวาระครบรอบ 50 ปี 100 ปี 150 ปี 200 ปี และมากกว่านั้น ประจำปี พ.ศ.2553-2554 โดยมีบุคคลสำคัญของไทย 2 ท่าน ตามที่ วธ.เสนอ ได้แก่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ.2528 ยกย่อง 4 สาขา การศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ สาขาวัฒนธรรมดนตรีไทยสากล
นายธีระ กล่าวอีกว่า ยูเนสโกยังได้ยกย่องบุคคลสำคัญของโลกอีก อาทิ คุณแม่เทเรซา หรือชื่อเดิม “แอ็กเนส กอนจา โบยาจู” เสนอโดยอินเดีย เฟรเดริก ฟรองซัวส์ โชแปง นักประพันธ์เพลงชาวโปแลนด์ เสนอโดยโปแลนด์ ฟรานซิส เบคอน นักเขียนและนักปรัชญาชาวอังกฤษ เสนอโดยสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ เหนือ ไฮน์ริช ฟอน ไคลสท์ นักเขียนชาวเยอรมัน อาเธอร์ โชเปนฮอยเออร์ นักปรัชญาชาวเยอรมัน และมีสถานที่ ทาลอง ฮานอย ของเวียดนาม รวมอยู่ด้วยฉลองครบรอบ 1,000 ปี ทั้งนี้ ยูเนสโกได้ยกย่องบุคคลสำคัญของไทยมาแล้วในอดีต 17 ท่าน และเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์จำนวน 1 รายการ ซึ่งครูเอื้อจะจัดอยู่ในลำดับที่ 19 ครบวาระ 100 ปี ชาตกาล ในวันที่ 21 มกราคม 2553 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ จะอยู่ในลำดับที่ 20 ครบวาระ 100 ปี ชาตกาล ในวันที่ 20 เมษายน 2554
รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อว่า การเฉลิมฉลอง ครูเอื้อ สุนทรสนาน รัฐบาลร่วมกับมูลนิธิสุนทราภรณ์ กระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานภาคอื่นๆ ร่วมกันจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี 2553 อาทิ การแสดงคอนเสิร์ตพิเศษ บรรเลงโดยวงดนตรีสุนทราภรณ์ในประเทศไทย อเมริกา จีน และ ลาว ติดป้ายชื่อถนนครูเอื้อ ที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และบริษัท ไปรษณีย์ไทย ได้จัดจำหน่ายดวงตราไปรษณีย์ยากรรูปครูเอื้อ และจัดทำอัลบัมพิเศษย่อขนาดเอกสารชุดที่ยื่นเสนอต่อยูเนสโก เป็นต้น
“ในส่วนของการเฉลิมฉลอง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช รัฐบาลร่วมกับมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 พระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ วธ.หน่วยงานอื่นๆ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาล 2554 ตลอดทั้งปี อาทิ นิทรรศการเคลื่อนที่ชีวิตและผลงานของท่านไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จัดแสดงละครสี่แผ่นดินจากบทประพันธ์ของท่าน และจัดการแสดงเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมที่อยู่ในความสนใจของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อีกด้วย” รมว.วัฒนธรรม กล่าว
สำหรับ ประวัติและผลงาน ครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2453 ชาวอัมพวา จ.สมุทรสงคราม สิ้นชีวิตเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2524 รวมอายุ 71 ปี เป็นลูกศิษย์พระเจนดุริยางค์ เรียนโรงเรียนพรานหลวง ในรัชกาลที่ 6 ตั้งขึ้นมาเพื่อสอนดนตรีคลาสสิก ครูเอื้อ เล่นไวโอลินเป็นอันดับแรก และเข้าวงมหรสพตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ได้รับพระราชทานรางวัลจากรัชกาลที่ 6 เป็นประจำเนื่องจากตัวเล็กที่สุด ชีวิตรับราชการที่กรมศิลปากร ท่านเป็นนักดนตรีคนแรกได้รับมอบหมายให้เขียนโน้ตเพลงดนตรีไทย เดิม มีความสามารถด้านการประพันธ์ ทำนอง และคำร้อง นักร้อง และผู้ควบคุมวงดนตรีสุนทราภรณ์ ผลงานแต่งเพลงไทยมีมากกว่า 2,000 เพลง อาทิ รำวงวันลอยกระทง รำวงวันสงกรานต์ ขอให้เหมือนเดิม ขวัญใจเจ้าทุย เป็นต้น
ประวัติ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ.2528 เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2454 ชาวสิงห์บุรี อสัญกรรมเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2538 รวมอายุ 84 ปี การศึกษาปริญญาตรีเกียรตินิยมสาขาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ (P.P.E) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เป็นบุคคลที่มีความโดดเด่นหลายด้าน เป็นนักเขียนเรื่องสั้นที่ได้รับการ ยกย่องว่าดีที่สุด คือ “มอม” นวนิยายชิ้นโบแดง “สี่แผ่นดิน” และ “หลายชีวิต” แปลภาษาอังกฤษ “A river boat sank and many drown” และเขียนเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถเลือกใช้ภาษาไทยให้เหมาะกับวรรณกรรมแต่ละเรื่องได้อย่างลงตัวที่สุด
ในด้านวัฒนธรรม ท่านให้ความใส่ใจมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เรื่อง นาฏศิลป์โขน (โขนธรรมศาสตร์) รวมถึงดนตรีไทย บทบาทสื่อสารมวลชน เป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์สยาม รัฐ (25 มิถุนายน พ.ศ.2493) นักเขียนประจำผ่านคอลัมน์ ซอยสวนพลู ข้างสังเวียน ข้าวนอกนา ตอบปัญหาประจำวัน ฯลฯ และปกป้องเสรีภาพทางความคิด และจุดสูงสุดทางการเมือง คือ การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดำเนินการเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากที่ขาดความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลมาเป็นเวลานาน 20 ปี
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ตุลาคม 2552
*********************************************************** |
*** "นายกฯอภิสิทธิ์" เปิดประชุมสุดยอดอาเซียน ***
|

ผู้นำไทยเรียกร้องอาเซียนร่วมมือกันเผชิญกับปัญหาท้าท้ายต่างๆ
เอเจนซี/เอเอฟพี - นายกรัฐมนตรีอถิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียครั้งที่ 15 อย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ (23) โดยพิธีประกอบด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ และการแสดงศิลปะวัฒนธรรมสะท้อนเอกลักษณ์ของชาติไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ ซึ่งวาดหวังว่า จะหารือกันถึงหนทางเพิ่มความผูกพันทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้แน่นแฟ้น และพัฒนาเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนการผลักดันกลไกลอาเซียนเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
อนึ่ง อาเซียนประกอบด้วย 10 ชาติสมากชิก ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม อาเซียนนั้นมีประชากรรวมกันประมาณ 570 ล้านคน มากกว่ากลุ่มสหภาพยุโรป (EU) และกลุ่มข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกา เหนือ (NAFTA) ที่ประกอบด้วยสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก จีดีพีอาเซียนรวมกัน 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1 ใน 3 ของจีน และมูลค่าการค้ารวมประมาณ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ย 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคน


 การแสดงโขนในพิธีเปิด
 เอกลักษณ์ชาติสยาม
 นายกฯต้อนรับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เหวียนเติ๋นยวุ๋ง
 ทักทายอย่างเป็นกันเองกับนายกรัฐมนตรีบัวสอน บุปผาวัน แห่งลาว
 นายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง แห่งสิงคโปร์ ซึ่งเดินทางมาถึงตั้งแต่เมื่อวานนี้
 พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีรัฐบาลทหารแห่งพม่า
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ตุลาคม 2552
*********************************************************** |
*** ประธานศาลฎีกาคนใหม่ ***
|
นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกาคนใหม่
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ตุลาคม 2552
*********************************************************** |
*** UN ระบุฝิ่นร้ายกว่าสงครามในอัฟกานิสถาน ***
|

ไร่ฝิ่นในเมืองกันดาฮาร์ ประเทศอัฟกานิสถาน
เอเอฟพี - สำนักงานยาเสพติดและ อาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations's Office on Drugs and Crime - UNODC) เผยรายงานเมื่อวันพุธ (21) ว่าในแต่ละปีประเทศในกลุ่มนาโตมีผู้เสียชีวิตจากการใช้ฝิ่นมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากการต่อสู้กับกลุ่มตอลีบันของอัฟกานิสถานนานถึง 8 ปี เป็นสัดส่วน 5 เท่าตัว หรือเท่ากับว่ามีผู้เสียชีวิตจากฝิ่นถึงราว 10,000 คนทีเดียว
ยูเอ็นโอดีซียังคาดการณ์ด้วยว่าในแต่ละปีมีผู้ใช้ยาเสพติดราว 15 ล้านคน ซึ่งเป็นต้นตอให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีและเอดส์ด้วย และมีผู้เสียชีวิตจากฝิ่นสูงถึง 100,000 คนต่อปี
ทั้งนี้ อัฟกานิสถานเป็นผู้ผลิตฝิ่นถึง 92 เปอร์เซ็นต์ของการการผลิตทั่วโลกซึ่งมีมูลค่ารวมถึงราว 65,000 ล้านดอลลาร์ และในแต่ละปีกลุ่มตอลีบันมีรายได้จากการค้าฝิ่นถึงราว 160 ล้านดอลลาร์
อันโตนิโอ มาเรีย คอสตา ผู้อำนวยการของยูเอ็นโอดีซีได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกระดมทรัพยากรเพื่อต่อสู้กับการค้าฝิ่นในอัฟกานิสถาน โดยระบุว่า “การจับกุมฝิ่นอัฟกันจากแหล่งผลิตเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่าและถูกกว่าการจับกุมจากด้านของผู้บริโภค และนี่ไม่ใช่การรับผิดชอบร่วมกันเท่านั้น แต่มันเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างชัดเจน”
ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา การผลิตฝิ่นได้เพิ่มขึ้นอย่างมากโดยมีการผลิตถึง 6,900 ตันในปี 2009 ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงเกินกว่าการบริโภคในทั่วโลก
ยูเอ็นโอดีซีเชื่อว่าการหยุดการค้าฝิ่นจะเป็นกุญแจสำคัญในการทำลายกลุ่มตอลีบัน เพราะรายได้จากฝิ่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวขยายสงครามออกไป และยังสนับสนุนกองกำลังอื่นๆ ในปากีสถานและเอเชียกลางด้วย นอกจากนั้น ปัญหายังทวีความซับซ้อนขึ้นเมื่อมีการร่วมมือกับพวกองค์กรอาชญากรรมต่างๆ ดังนั้นคอสตาจึงระบุว่า “เราจำเป็นจะต้องค้นหาและทำลายฝิ่นที่อยู่ในมือของปีศาจร้ายให้ได้เร็วกว่าก่อน”
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2552
*********************************************************** |
*** รบ.รักษาการฮอนดูรัสเปิดเสียงดังป่วนสถานทูตบราซิล ***
|
 มานูเอล เซลายา
เอเจนซี - คณะผู้นำรัฐบาลรักษาการฮอนดูรัสวานนี้ (21) ตามเวลาท้องถิ่น สั่งให้ทหารบรรเลงเพลงเสียงดังครึกโครมป่วนนอกสถานทูตบราซิลประจำกรุงเตกูซิกัลปา อันเป็นสถานที่ที่ประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา ซึ่งถูกรัฐประหารยึดอำนาจ อาศัยลี้ภัยการเมือง พร้อมทั้งไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทุกขณะจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ประธานาธิบดีเซลากลับสู่อำนาจ
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2552
*********************************************************** |
*** “ซุซิโล” สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีอิเหนาสมัย 2 ***
|
 ประธานาธิบดีซุซิโล บัมบัง ยุโธโยโนของอินโดนีเซียสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2
เอเอฟพี - อดีตนายพลฝ่ายเสรีนิยม ซุซิโล บัมบัง ยุโธโยโน สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย หลังชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2
ประธานาธิบดี ผู้พูดจานุ่มนวล สาบานตนกับคัมภีร์อัลกรุอ่าน คัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ของ ศาสนาอิสลาม ว่าจะยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ และจะพลีตนเพื่อประเทศ และประชาชน ในพิธีที่จัดขึ้นรัฐสภา ในกรุงจาการ์ตา ซึ่งถ่ายทอดสดให้ประชาชนราว 234 ล้านคนทั่วประเทศได้ชม
ยุโธโยโน วัย 60 ปี เอาชนะอดีตประธานาธิบดีเมกาวาตี ซูการ์โนบุตรีได้ในปี 2004 ขึ้นเป็นผู้นำประเทศคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง นับตั้งแต่การนำประเทศโดยนายพลซูฮาร์โตล่มสลายลงในปี 1998
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถเอาชนะการเลือกตั้งได้อีกครั้งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอย่างถล่มทลาย และกลายเป็นผู้นำแดนอิเหนาคนแรก ที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย 2 สมัย
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 ตุลาคม 2552
*********************************************************** |
*** “โอบามา” ซิวโนเบล “สันติภาพ” ***
|

โอบามา ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้
เอเจนซี/เอเอฟพี - ประธานาธิบดี บารัค โอบามา คว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปีนี้ไปครอง โดยคณะกรรมการยกย่อง “ความพยายามทางการทูตอันยอดเยี่ยมของเขาในเวทีระหว่างประเทศ” เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือจากมวลชลทั่วโลก เพื่อผลักดันให้โลกปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ แม้เพิ่งจะทำหน้าที่ผู้นำสหรัฐฯได้ไม่ถึงปี
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ตุลาคม 2552
*********************************************************** |
*** 'ริโอ เดอ จา เนโร' ได้เจ้าภาพโอลิมปิก 2016 ***
|

คณะกรรมการโอลิมปิกสากลหรือไอโอซี กรุงริโอ ของบราซิล เลือกกรุงริโอ ของบราซิล เป็นเจ้าภาพจัดงานโอลิมปิกประจำปี 2016 โดยชิคาโก และโตเกียวหลุดโผก่อน...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ ( 3 ต.ค. ) ว่า ผลชิงเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนประจำปี 2016 จากการคัดเลือกเจ้าภาพของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ล่าสุดสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ของประเทศบราซิล ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนในอีก 7 ปีข้างหน้า
สำหรับ ผลการชิงชัยในรอบแรก เมืองชิคาโก ของสหรัฐฯ และกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น หลุดโผก่อนที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร จะชิงชัยกับกรุงมาดริด ของประเทศสเปน
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมานายบารัค โอบามา ประธานาธบดีสหรัฐฯ และ หลุยส์ อิกนาซิดอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีของบราซิล ได้แลกคารมกัน ในการประชุม กลุ่มประเทศจี-20 ที่เมือง พิตต์เบิร์ก สหรัฐฯ เรื่องการแย่งสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพ จัดกีฬาโอลิมปิก เกมส์ ฤดูร้อน ปี 2016 หลังจากที่ บราซิล เลือกซื้อเครื่องบินเจ็ตจาก ฝรั่งเศส แทนที่จะเลือกสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามผลสรุปอย่างเป็นทางการระบุ กรุงริโอ เดอจาเนโร ของบราซิล ชนะชิคาโกของสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อย
|
ที่มา : ไทยรัฐ 3 ต.ค. 52
*********************************************************** |
*** กิสนาที่เวียดนาม-ฟิลิปปินส์ ***
|

29 ก.ย. 52 - พายุไต้ฝุ่นกิสนา พัดกระหน่ำที่ฟิลิปปินส์ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเกิน 280 คน
ต่อมาไต้ฝุ่นกิสนาขึ้นฝั่งพัดถล่มพื้นที่ 6 จังหวัดตอนกลางของเวียดนาม ด้วยความเร็วลม 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก พายุรุนแรง น้ำท่วมสูง และไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 คน ทางการต้องอพยพชาวบ้าน 170,000 คน ออกนอกพื้นที่ นอกจากนี้สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ยังต้องระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่จะไปยังเมืองดานัง และเมืองเว้ ล่าสุด ไต้ฝุ่นกิสนาได้อ่อนกำลังลงเล็กน้อย ขณะเคลื่อนตัวต่อไปยังประเทศลาว
ส่วนที่ฟิลิปปินส์ซึ่งเกิดน้ำท่วมหนักที่สุดในกรุงมะนิลาในรอบ 40 ปี ขณะนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 284 คน สูญหาย 38 คน และมีผู้ไร้ที่อยู่อีกเกือบ 400,000 คน ส่วนผู้รอดชีวิตก็กำลังรีบเร่งทำความสะอาดบ้านเรือนให้กลับสู่สภาพเดิม ขณะที่มีรายงานว่า มีพายุอีก 2 ลูกก่อตัวขึ้นเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปฏิบัติช่วยเหลือผู้ประสบภัย.
|
ที่มา : สำนักข่าวไทย
*********************************************************** |
*** จุดสำคัญที่ตกลงกันใน'ซัมมิตจี20 พิตส์เบิร์ก' ***
|

เอเอฟพี/เอเยนซีส์ - การประชุมระดับผู้นำกลุ่ม จี 20 ที่เมืองพิตส์เบิร์ก, สหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 25-26 กันยายนที่ผ่านมา มีเรื่องสำคัญๆ ที่ตกลงกันได้ ดังนี้
**จี 20 แทนที่ จี8** กลุ่ม จี 20 ซึ่งประกอบด้วยชาติพัฒนาแล้วและชาติกำลังพัฒนารายใหญ่ๆ รวมแล้วเป็นประมาณ 90% ของเศรษฐกิจโลก จะเข้าแทนที่ กลุ่ม จี 8 (กลุ่ม 8 ประเทศอุตสาหกรรมสำคัญของโลก) ในการเป็นเวทีหลักเพื่อการร่วมมือประสานงานนโยบายเศรษฐกิจของโลก
**เพิ่มสิทธิเสียงชาติกำลังพัฒนา** ชาติกำลังพัฒนาจะได้รับสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอย่างน้อยอีก 5% ในไอเอ็มเอฟ และประเทศที่ได้สิทธิออกเสียงน้อยเกินไปในเวลานี้ก็จะได้เพิ่มอย่างน้อย 3% ในธนาคารโลก
**ระบบตรวจสอบกันและกัน** กลุ่มจี 20 จะริเริ่มใช้ระบบที่เพื่อนสมาชิกทบทวนตรวจสอบซึ่งกันและกัน โดยที่นักเศรษฐศาสตร์ในแต่ละชาติสมาชิกสามารถแนะนำนโยบายต่างๆ ให้สมาชิกอื่นๆ ทั้งนี้จี 20 ตกลงกันที่จะจัดทำรูปแบบวิธีต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ในเดือนพฤศจิกายน ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะนำเอารูปแบบวิธีการเหล่านี้มาใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2010
**การเติบโตของเศรษฐกิจโลก** กลุ่มจี 20 จะร่วมมือประสานงานกันเพื่อหาช่วงเวลาอันเหมาะสมที่จะลดเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะ "นำเอาโลกคืนกลับสู่การเติบโตในอัตราสูง, ยั่งยืน, และมีความสมดุล" บรรดารัฐมนตรีคลังจี 20 จะหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเดือนพฤศจิกายนนี้
**การเพิ่มระเบียบกฎเกณฑ์คุมภาคการเงิน** กลุ่มจี 20 เห็นชอบให้ปรับปรุงการจัดระเบียบ, การทำหน้าที่, และความโปร่งใส ของตลาดการเงินและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ "เพื่อแก้ไขสภาพการณ์ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เคลื่อนไหววูบวาบอย่างล้นเกิน" พวกสถาบันการเงินก็ "จะต้องได้รับการกำกับตรวจสอบและจัดระเบียบอย่างสม่ำเสมอและอย่างรวมศูนย์ ด้วยมาตรฐานอันสูง"
**ค่าตอบแทนผู้บริหารแบงก์** กลุ่มจี 20 เห็นว่า ควรต้องยุติการให้ค่าตอบแทน "อย่างล้นเกิน" แก่พวกผู้บริหารในภาคการเงินการธนาคาร เนื่องจากเป็นการส่งเสริมความเสี่ยง จี 20 ยังคัดค้านเรื่องการรับประกันที่จะจ่ายโบนัสกันหลายๆ ปี, เรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น, และเรียกร้องให้ คณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน เสนอมาตรการใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ภายในเดือนมีนาคม 2010
**เงินทุนธนาคาร** กลุ่มจี 20 จะนำเอากฎเกณฑ์ใหม่เข้ามาใช้เป็นขั้นๆ เพื่อปรับปรุงทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของเงินทุนของธนาคารต่างๆ จี 20 กำหนดเป้าหมายที่จะจัดทำกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2010 และนำเอามาปฏิบัติให้ได้ภายในสิ้นปี 2012
**มาตรฐานการบัญชี** หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบด้านการบัญชีระหว่างประเทศ ควรกำหนดมาตรฐานระดับโลกออกมาภายในเดือนมิถุนายน 2011 เพื่อลดความลักลั่นที่มีอยู่ในประเทศเศรษฐกิจสำคัญต่างๆ
**แหล่งหลบเลี่ยงภาษี** รัฐบาลต่างๆ ควรกำจัดแหล่งหลบเลี่ยงภาษีต่างๆ ภายในเดือนมีนาคม 2010 มิฉะนั้นจะต้องยอมรับผลที่จะตามมา
**การค้า** กลุ่มจี 20 คัดค้านลัทธิกีดกันการค้า เรียกร้องให้เร่งใช้โครงการริเริ่มด้านเทรดไฟแนนซ์มูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์ และคัดค้านการตั้งกำแพงใหม่ๆ มากีดกันการลงทุนหรือการค้าในภาคตัวสินค้าและภาคบริการ
**เชื้อเพลิงฟอสซิล** กลุ่มจี 20 จะดำเนินการเป็นขั้นๆ เพื่อยุติการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไร้ประสิทธิภาพ และผลักดันให้มีการลงทุนในแหล่งพลังงานที่สะอาดมากกว่า รวมทั้งจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้สามารถทำข้อตกลงเรื่องโลกร้อนฉบับใหม่ในการประชุมที่กรุงโคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก เดือนธันวาคมนี้
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กันยายน 2552
*********************************************************** |
*** ซัมมิตG20ตกลงชู 'จี20'แทนที่'จี8'เวทีถาวรกำหนดนโยบายศก.โลก ***
|
 ที่ประชุมระดับสุดยอด จี 20 วันแรก เห็นพ้องให้ยกสถานะ "จี 20" ขึ้นแทนที่ "จี 8
เอเอฟพี/เอเจนซี- ที่ประชุมระดับสุดยอด จี 20 วันแรก เห็นพ้องให้ยกสถานะ "จี 20" ขึ้นแทนที่ "จี 8" เพื่อให้เป็นเวทีถาวรแห่งใหม่ในการหารือและกำหนดนโยบายเศรษฐกิจโลก เปิดทางให้บรรดาชาติเฟื่องฟูใหม่ได้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกกับประเทศพัฒนาแล้ว พร้อมเห็นชอบการควบคุมการจ่ายโบนัสให้นายแบงก์ต้องคำนึงถึงความสำเร็จระยะยาวแทนการเสี่ยงระยะสั้น รวมทั้ง การคงไว้ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างมั่นคง
บรรดาผู้นำกลุ่มจี 20 ที่ประกอบด้วยประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ กับชาติกำลังพัฒนาที่เป็นเขตเศรษฐกิจเฟื่องฟูใหม่ 12 ประเทศซึ่งมีสัดส่วนจีดีพีรวมกันร้อยละ 90 ของโลก เห็นพ้องกันเมื่อวันพฤหัสบดี (24) ที่จะยกสถานะจี20ให้ก้าวขึ้นมาแทนที่กลุ่มจี8ในการเป็น "เวทีหลักที่ถาวร" ด้านนโยบายเศรษฐกิจระดับโลก
ประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ ในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดจี 20 คราวนี้ออกมาแถลงการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยระบุว่า "ในวันนี้ บรรดาผู้นำทั้งหลายต่างเห็นชอบอย่างเป็นทางการที่จะยกระดับจี20ให้กลายเป็นเวทีหารือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแทนความร่วมมือภายใต้กลุ่มจี 8 ซึ่งมีบทบาทต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศมาตั้งแต่ปี 1975 "
โอบามายังกล่าวต่อไปว่าที่ประชุมต่างเห็นพ้องกันว่า ถึงเวลาที่ต้องสร้างเวทีปรึกษาหารือทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดความสมดุลระหว่างชาติอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วและชาติกำลังพัฒนา เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมมือกันปฏิรูประบบการเงินของโลกและยกระดับความเป็นอยู่ของกลุ่มประเทศที่ยากจนที่สุดร่วมกัน
นอกจากการประกาศยกระดับกลุ่มจี 20 ขึ้นแทนที่จี 8 ซึ่งหมายถึงการเปิดโอกาสให้บรรดาชาติเศรษฐกิจเฟื่องฟูใหม่รายใหญ่ เช่น จีน อินเดีย บราซิล อียิปต์ และแอฟริกาใต้ได้เข้ามามีบทบาทในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศมากขึ้นเป็นครั้งแรกแล้ว ที่ประชุมซึ่งเริ่มต้นหารือกันเป็นวันแรกจากทั้งสิ้น 2 วัน ณ นครพิตส์เบิร์ก มลรัฐเพนซิลเวเนีย ยังเห็นชอบร่วมกันในอีก 2 ประเด็น คือ การจำกัดขอบเขตการจ่ายค่าตอบแทนและโบนัสแก่บรรดาผู้บริหารธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ รวมทั้ง การคงไว้ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป
โดยในร่างคำแถลงบางส่วนซึ่งมีการเปิดเผยออกมาหลังเสร็จสิ้นการประชุมวันแรก ระบุว่าที่ประชุมเห็นพ้องในหลักการว่า การจ่ายค่าตอบแทนและโบนัสผู้บริหารสถาบันการเงิน ต้องมีการควบคุมและมีขอบเขตที่เหมาะสมโดยต้องพิจารณาถึงความสำเร็จจากการบริหารงานระยะยาว แทนการเสี่ยงเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าเช่นที่ผ่านมา แม้ที่ประชุมยังไม่อาจตกลงกันได้ในเรื่องการกำหนดเพดานค่าตอบแทนขั้นต่ำของผู้บริหารสถาบันการเงินอย่างชัดเจนก็ตาม
ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และเฟรดริก ไรน์เฟลด์ต นายกรัฐมนตรีสวีเดนซึ่งเป็นประธานสหภาพยุโรปในขณะนี้ ต่างออกมาระบุตรงกันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สมาชิกจี20 ต่างเห็นพ้องกันว่านับจากนี้ควรจะต้องมีการกำหนด "มาตรการบางประการ" เพื่อควบคุมความเสี่ยงในการบริหารงานของสถาบันการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคการเงินของโลกต้องตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นอีกต่อไป ทั้งคู่ยังระบุว่าพฤติกรรมของผู้บริหารสถาบันการเงินที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และไม่สมควรเกิดขึ้นอีก
ขณะเดียวกันที่ประชุมจี 20 วันแรกยังเห็นพ้องกับการที่นานาประเทศยังต้องคงไว้ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป โดยจะไม่มีการยกเลิกหรือผ่อนคลายการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนกำหนดจนกว่าทุกฝ่ายจะแน่ใจตรงกันว่าเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพแล้ว
นอกจากนั้น แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งเข้าร่วมการประชุมในวันแรกเปิดเผยว่า ที่ประชุมมีแนวโน้มที่จะบรรลุความเห็นชอบเพิ่มเติมในอีก 3 ประเด็น คือ การปฏิรูปการตรวจสอบภาคการเงิน การผลักดันการเจรจาการค้าโลกรอบโดฮา และการยกเลิกการให้เงินอุดหนุนพลังงานฟอสซิล
โดยในส่วนของการปฏิรูปการกำกับตรวจสอบภาคการเงินนั้นที่ประชุมจะผลักดันให้มีการบังคับใช้ " กติกาใหม่ " ภายในสิ้นปี 2012 ในการปรับปรุงภาคการเงิน ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการเงินซ้ำรอยอีกในอนาคต แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกติกาใหม่ดังกล่าวแต่อย่างใด
ส่วนการเจรจาการค้ารอบโดฮาซึ่งยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร นับตั้งแต่ที่การเจรจาการค้ารอบนี้เปิดฉากขึ้นเมื่อปลายปี2001 มีการเปิดเผยว่าผู้นำกลุ่มจี20ต่างให้คำมั่นว่าจะร่วมกันผลักดันการเจรจารอบโดฮาให้มีความคืบหน้าภายในต้นปีหน้า โดยแต่ละประเทศจะพยายามหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจา เช่น การตัดลดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรม รวมทั้ง ปัญหาการให้เงินอุดหนุนภาคเกษตรของหลายประเทศ
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังเห็นพ้องกันที่จะยกเลิกการให้เงินอุดหนุนน้ำมันและพลังงานฟอสซิลอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน โดยมีการกำหนดเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 10 ภายในอีก 41 ปีข้างหน้าคือในปี 2050 แต่ที่ประชุมยังคงมีความเห็นแตกต่างในเรื่องเงินช่วยเหลือที่ประเทศร่ำรวยจะต้องจ่ายให้กับประเทศยากจน เพื่อช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน โดยได้มีการมอบหมายให้รัฐมนตรีคลัง และรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านพลังงานของแต่ละประเทศกลับไปศึกษาหาแนวทางที่เหมาะสมก่อนจะกลับมาหารือกันอีกครั้งในการประชุมจี 20 ครั้งต่อไป
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กันยายน 2552
*********************************************************** |
*** น้องหม่อง สุดเจ๋ง!คว้าที่ 3 แข่งพับเครื่องบินบุคคล ***
|

น้องหม่อง สุดเจ๋ง! คว้าที่ 3 ประเภทบุคคล การแข่งขันเครื่องบินพับกระดาษ ที่ประเทศญี่ปุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ ด.ช.หม่อง ทองดี เด็กไร้สัญชาติ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านห้วยทราย จ.เชียงใหม่ ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ย. ล่าสุด น้องหม่องได้แข่งขันเครื่องบินก ระดาษพับ ประเภทบุคคล อายุไม่เกิน 12 ปี โดยผลการแข่งขัน สามารถได้ที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ได้ชนะเลิศ ประเภททีม 3 คน จากทีมที่เข้าแข่งขันทั้งหมด 30 ทีม โดยน้องหม่อง ได้ร่วมทีมกับ นายประเสริฐ เฉลิมกานนท์ และ นายสุรินทร์ อินทโชติ เครื่องบินของน้องหม่อง ลอยอยู่กลางอากาศได้นานถึง 11 วินาทีหลังจากทราบผลได้โทรศัพท์มาบอกพ่อแม่ ด้วยความดีใจ
ขณะที่นายยุ้น ทองดี พ่อของ ด.ช.หม่อง กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ลูกได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย และทำดีที่สุด
|
ที่มา : ไอเอ็นเอ็น
*********************************************************** |
*** พิพากษาแล้ว! จำคุกตลอดชีวิตอดีตปธน.ไต้หวันโทษฐานคอรัปชั่น ***
|

ภาพอดีตประธานาธิบดีไต้หวัน นายเฉิน สุยเปี่ยน ในวันที่ถูกจับเพื่อนำตัวมายังที่คุมขังเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2551 เขาชูมือที่ถูกสวมกุญแจมือ พลางร้องตระโกนก้อง “ศาลทำร้ายผม การเมืองทำร้ายผม” -ภาพเอเอฟพี
เอเจนซี—ศาลไทเปพิพาก ษาอดีตประธานาธิบดีไต้หวัน เฉิน สุยเปี่ยน และภรรยา จำคุกตลอดชีวิต ปรับกว่า 6 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมริบสิทธิสาธารณะชั่วชีวิต โทษฐานยักยอกเงินหลวง, ใช้ตำแหน่งหน้าที่กอบโกยผลประโยชน์, รับสินบน, ปลอมแปลงเอกสาร และฟอกเงิน
จำเลยเฉินยังร้องลั่น การดำเนินดคีเขา เป็นการแก้แค้นทางการเมือง สืบเนื่องจากการที่เขาพยายามผลักดันอิสรภาพแก่ไต้หวันอย่างกัดไม่ปล่อยมาตลอดชีวิต
บ่ายวันนี้(11 ก.ย.) ศาลไทเปประกาศคำพิพากษาคดีคอรัปชั่นอดีตผู้นำสูงสุดแห่งไต้หวัน ได้แก่ นาย เฉิน สุยเปี่ยน มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาของอัยการ ได้แก่ ยักยอกเงินของรัฐ ใช้ตำแหน่งหน้าที่กอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัว, ปลอมแปลงเอกสาร, รับสินบน, และฟอกเงิน
ดังนั้น ศาลจึงตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 200 ล้านเหรียญไต้หวัน (6.1 ล้านเหรียญสหรัฐ) ริบสิทธิสาธารณะตลอดชีวิต
ศาลไทเปยังได้ตัดสินคดีนาง อู๋ ซูเจิน ภรรยาผู้พิการของอดีตประธานาธิบดีเฉิน มีความผิดคล้ายคลึงกันกับสามี ได้แก่ ฟอกเงิน, ยักยอกเงินหลวง, ใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวง หาประโยชน์, ปลอมแปลงเอกสาร, และรับสินบน จึงตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 300 ล้านเหรียญไต้หวัน (9.1 ล้านเหรียญสหรัฐ) และริบสิทธิสาธารณะตลอดชีวิตเช่นกัน
“เหตุผลที่ศาลตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตแก่นายเฉิน เพราะเขาได้ใช้ภูมิหลัง และตำแหน่งหน้าที่ สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติ” โฆษกศาลไทเป นาย หวง จวิ่นหมิง กล่าวระหว่างแถลงคำพิพากษาคดี “เฉิน สุยเปี่ยน และครอบครัว” ของศาลไทเปในบ่ายวานนี้
ทั้งนี้ ตามกฎหมายไต้หวัน คำตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต จะได้รับการอุทธรณ์โดยอัตโนมัติ
ระหว่างที่ศาลอ่านคำพิพากษา กลุ่มผู้สนับสนุนเฉิน สุยเปี่ยน หลายร้อยคนก็ได้แห่มาประท้วงที่นอกศาลไทเป ตระโกน “อา เปี่ยน บริสุทธิ์” “ปล่อยอา เปี่ยน” ทั้งนี้ “อา เปี่ยน” คือ ชื่อเล่นของ เฉิน สุยเปี่ยน
โฆษกของเฉิน นาย เจียง จื้อหมิง โต้คำตัดสินดังกล่าว “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” และผิดกฎหมาย”
“อดีตประธานาธิบดีเฉิน ตกเป็นเหยื่อของการข่มเหงรังแกทางการเมือง” เจียงกล่าว
นาย เฉิน วัย 58 ปี นับเป็นอดีตผู้นำไต้หวันคนแรกที่ถูกดำเนินคดีอาญา เขาถูกจับกุมในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว (2551) หลังจากที่สำนักงานอัยการได้ตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าว และถูกคุมขังไว้ที่ศูนย์ควบคุมตัวชานเมืองไทเปนับจากนั้นมา
การดำเนินคดีฯนี้ ยังรวมถึงสมาชิกใน “อดีตครอบครัวหมายเลขหนึ่ง” โดยนอกจากการดำเนินคดีเฉิน และภรรยาแล้ว ยังมีจำเลยที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาพัวพันในการคอรัปชั่นได้แก่ ลูกชาย-ลูกสาวของเฉินคือ นายเฉิน จื้อจง และนางเฉิน ซิ่งอี๋ว์ตามลำดับ, ลูกเขยคือ นาย จ้าว เจี้ยน หมิง และลูกสะใภ้ นาง หวง รุ่ยจิ้ง
นอกจากนี้ ยังมีการพิพากษาโทษวงศาคณาญาติและพวกพ้องของอดีตผู้นำเฉิน อาทิ นาย เฉิน จื้อจง ต้องโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน ในความผิดฟอกเงิน
ลูกสะใภ้ นาง หวง รุ่ยจิ้ง ต้องโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 1.5 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยรอลงอาญา 5 ปี ในความผิดฟอกเงิน
อดีตหัวหน้าเลขาฯรัฐบาลเฉิน นาย หม่า หย่งเฉิง จำคุก 20 ปี และริบสิทธิสาธารณะ 10 ปี ในความผิดยักยอกเงินหลวง ใช้ตำแหน่งกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัว และปลอมแปลงเอกสาร
คำตัดสินดังกล่าวเสมือนไคลแม็กซ์ของละครสะเทือนอารมณ์ในศาล ที่ยึดกุมจิตใจและแบ่งแยกประชาชน 23 ล้านคนบนเกาะไต้หวันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
เฉินตระโกนลั่นมาตลอดนับจากวันที่โดนจับกุมและนำตัวมาคุกขัง ว่าการดำเนินคดีต่อเขานั้น เป็นการแก้แค้นทางการเมืองของกลุ่มที่ต่อต้านการเคลื่อนไหวแยกตัวเป็นอิสระจากจีน ที่เขาได้ผลักดันระหว่างนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี 8 ปี
ทั้งนี้ ไต้หวันได้ตั้งรัฐบาลปกครองดินแดนแยกต่างหากจากจีนนับจากปี 2492 แต่ผู้นำรัฐบาลในกรุงปักกิ่งยืนกรานมาตลอดว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ที่ต้องกลับมารวมชาติในที่สุด แม้จะต้องใช้กำลังหากจำเป็น
อดีตปธน.เฉินแห่งพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า(ดีพีพี) ยังกล่าวหาประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่วแห่งพรรคก๊กมินตั่งที่เป็นมิตรกับปักกิ่ง ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำที่เขา(เฉิน) กล่าวหาว่าเป็น “ขบวนการล่าพ่อมด” ซึ่งหมายถึงการไล่ล่าเขาและคอรบครัว มาดำเนินคดี
เฉิน สุยเปี่ยน ครองอำนาจประธานาธิบดีไต้หวัน 2 เทอม 8 ปี และลงจากอำนาจฯในเดือนพฤษภาคม 2551 เขาถูกกล่าวหายักยอกเงินประมาณ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อมา เฉินยอมรับว่าได้ปลอมแปลงเอกสารเพื่อเรียกเก็บเงินจากรัฐบาล แต่ก็ยังยืนยันว่าเขาใช้เงินเหล่านั้น “ในภารกิจลับทางการทูต” มิใช้เก็บเข้ากระเป๋าส่วนตัว
สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่าภรรยาของเขาส่งเงินออกนอกดินแดน 20 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ก็มาจากทุนในโครงการเดียวกัน แต่เธอได้กระทำไปโดยที่เขาไม่รู้.
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2552
*********************************************************** |
*** ผลวิจัยชี้วัคซีน'โดสเดียว'ป้องกันหวัด 2009 อยู่หมัด ***
|
เอเจนซี/เดอะ นิว อิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซีน- ซีเอสแอล อิงค์ บริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของออสเตรเลียเปิดเผยผลวิจัยล่าสุดที่พบว่าวัคซีนเพียงโดสเดียวสามารถป้องกันผู้คนไม่ให้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009ได้
ทางซีเอสแอลได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยล่าสุด ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ของสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (10) โดยระบุว่า ได้ทดลองฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จำนวน 1 โดสให้แก่อาสาสมัครจำนวน 240 คน และพบว่าวัคซีนเพียงโดสเดียวนี้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายอาสาสมัครต่อไวรัสชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ได้ราวร้อยละ 93.3-96.7 โดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพิ่มเติม
ผลการศึกษาครั้งนี้ก็สอดคล้องกับการวิจัยที่บริษัทยาอีก 2 แห่ง คือโนวาร์ติสของสวิตเซอร์แลนด์ และชิโนวัคของจีนยืนยันว่า สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ด้วยวัคซีนเพียงโดสเดียวเช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อหลายรายจะเคยระบุว่าอาจต้องฉีดวัคซีนให้ผู้ป่วยถึงคนละ 2 โดส จึงจะทำให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้อย่างเต็มที่ก็ตาม
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กันยายน 2552
*********************************************************** |
*** ศิษย์เก่า คณะเภสัชฯ มช. สร้างชื่อเสียงสู่สถาบัน คว้ารางวัลแมกไซไซ ***
|
ศิษย์เก่า คณะเภสัชฯ มช. สร้างชื่อเสียงสู่สถาบัน คว้ารางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจำปี 2552 ฐานะเป็นผู้คิดค้นยาต้านไวรัสเอดส์รวมเม็ดเพื่อช่วยเหลือประชาชนในประเทศต่าง ๆ
ขอแสดงความยินดีกับ ภกญ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรยิปซี ศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (รหัส 13) อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจำปี 2552 จาก มูลนิธิแม็กไซไซ ในฐานะเป็นผู้คิดค้นยาต้านไวรัสเอดส์รวมเม็ดเพื่อช่วยเหลือประชาชนในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในแอฟริกา โดยเข้ารับรางวัลเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2552 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมา
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2552
*********************************************************** |
*** หนูทดลองใกล้พ้นเคราะห์ "หนอนผีเสื้อ” ทดสอบยาได้ผลเร็ว-ถูกกว่า ***
|

ไม่น่าเชื่อว่าผีเสื้อกลางคืนที่สวยงามจะมีกลไกต่อสู้เชื้อโรคที่บุกรุกเข้าสู่ร่างกายคล้ายกับกลไกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (ภาพประกอบจาก www.yates.co.nz)
อาจเป็นโชคดีของประชากรหนู เมื่อนักวิทย์ไอร์แลนด์เสนอวิธีใหม่ในการใช้สัตว์ทดลอง โดยมี "หนอนผีเสื้อ" เป็นตัวตายตัวแทน ให้ได้ผลใน 48 ชั่วโมง ขณะที่หนูทดลองต้องรอผลนับเดือน แถมต้นทุนต่ำกว่าหลายร้อยเท่า หลังศึกษาพบกลไกกำจัดเชื้อโรคด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวในแมลงคล้ายกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

หนอนผีเสื้ออาจกลายเป็นสัตว์ทดลองชนิดใหม่แทนที่หนูทดลองก็ได้ (ภาพประกอบจาก www.laspilitas.com)
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 กันยายน 2552
*********************************************************** |
*** คลอดแล้ว! สัญลักษณ์เรตติ้งภาพยนตร์ เร่งสำรวจความเห็นคอหนังหลังติดเรต ***
|
ปรับโฉมสัญลักษณ์เรตติ้งภาพยนตร์รอบสองเสร็จแล้ว เร่งชง “ธีระ” ทำคลอด ชี้ ปรับเลขไทยเป็นอารบิกเพื่อเป็นสากล

วันนี้(3 ก.ย.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ความคืบหน้าการปรับแก้ตราสัญลักษณ์ใช้ประกอบการจัดระดับความเหมาะสมภาพยนตร์ หรือ เรตติ้ง 7 ประเภท ตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติที่ให้มีการนำกลับไปปรับแก้สัญลักษณ์ใหม่นั้น ขณะนี้คณะอนุกรรมการพิจารณาและให้ความเห็นด้านกฎหมายและด้านวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่ง ตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยมีนายโกเมน ภัทรภิรมย์ เป็นประธานได้ดำเนินการปรับแก้ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวใน 2 ส่วน ได้แก่
1. จากเดิมใช้ตัวเลขไทย เช่น น ๑๓+, น ๑๕+, น ๑๘+ ได้ปรับเปลี่ยนเป็นตัวเลขอารบิก คือ 13+, น 15+, น 18+ และ ฉ 20 – การปรับเปลี่ยนสัญลักษณ์ดังกล่าวเพื่อความเป็นสากลและเข้าใจง่ายมากขึ้น
2. แก้ไขตราสัญลักษณ์ประเภทที่ 6 (ฉ ๒๐+) เป็น ฉ 20 – รวมทั้งเปลี่ยนเครื่องหมายถูกผิด หน้าตัวอักษร ฉ 20 – เป็นเครื่องกากบาท เพื่อสร้างความแตกต่างและป้องกันประชาชนเกิดความสับสน เนื่องจากสัญลักษณ์ดังกล่าวใกล้เคียงกับประเภทที่ 4 และ 5
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์
*********************************************************** |
*** "ฮาร์วาร์ด" เริ่มเห็นทางรักษาเบาหวาน เปลี่ยนเซลล์ผิวหนังให้ผลิตอินซูลินได้ ***
|
ทีมนักวิทย์สหรัฐฯ สร้างนวัตกรรมใหม่ ใช้เทคนิคเปลี่ยนเซลล์ผิวหนังเป็นสเต็มเซลล์ตัวอ่อน แล้วจัดการกระตุ้นให้เป็นเซลล์ที่ผลิตอินซูลินได้ หวังใช้รักษาผู้ป่วยเบาหวาน ที่ร่างกายบกพร่องสร้างอินซูลินช่วยย่อยน้ำตาลในเลือดไม่ได้
สถาบันสเต็มเซลล์ฮาร์วาร์ด (Harvard Stem Cell Institute: HSCI) สหรัฐฯ รายงานความสำเร็จครั้งแรก ในการสร้างประชากรเซลล์ใหม่ที่สามารถผลิตอินซูลินได้ จากการใช้เซลล์ผิวหนังของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเทคนิคใหม่ ในการสร้างสเต็มเซลล์โดยไม่ต้องใช้ตัวอ่อนมนุษย์ และเป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่การนำไปใช้เพื่อการรักษาผู้ป่วยเบาหวานในอนาคต
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2552
*********************************************************** |
*** พระราชทานชื่อ กัลยาณิวัฒนา อำเภอแห่งใหม่ ***
|

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้ใช้ชื่อ "กัลยาณิวัฒนา" เป็นชื่ออำเภอที่ 25 ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยต้องรอให้มีแจ้งจากสำนักราชเลขาธิการอย่างเป็นทางการต่อไป
นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ให้จัดตั้งอำเภอวัดจันทร์เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานขอพระราชทานชื่ออำเภอไปยังสำนักราชเลขาธิการนั้น
จังหวัดเชียงใหม่ได้รับแจ้ง ว่า สำนักราชเลขาธิการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทต่อไป ซึ่งบัดนี้ได้รับแจ้งว่า ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่ออำเภอแห่งใหม่นี้ว่า "กัลยาณิวัฒนา ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 โดยกระทรวงมหาดไทยจะได้แจ้งให้จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประกาศจัดตั้งอำเภอกัลยาณิวัฒนาอย่างเป็นทางการต่อไป
ในการนี้ จังหวัดเชียงใหม่อนุมัติงบประมาณจำนวน 500,000 บาท เพื่อปรับปรุงอาคารภายในศูนย์ศิลปาชีพ เป็นที่ว่าการอำเภอชั่วคราว โดยทางคณะกรรมการจัดเตรียมสถานที่ก่อสร้างสำหรับศูนย์ราชการอำเภอชั่วคราว วัดจันทร์เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
โดยมีนายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน ได้มีความเห็นให้ใช้พื้นที่ประมาณ 83 ไร่ ของบ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 2 ตำบลแจ่มหลวง ซึ่งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ(วัดจันทร์) เป็นพื้นที่สร้างอาคารที่ว่าการอำเภอและศูนย์ราชการอำเภอกัลยาณิวัฒนา พร้อมกับได้ประสานส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อมีประกาศจัดตั้งอำเภออย่างเป็นทางการต่อไป
|
ที่มา : ไทยรัฐ
*********************************************************** |
*** อินเดียเชื่อ "จันทรายาน" โหม่งพื้นดวงจันทร์หลังติดต่อไม่ได้ ***
|

อินเดียเผยถึงความล้มเหลวของปฏิบัติการส่ง "จันทรายาน" สำรวจดวงจันทร์ ซึ่งขึ้นไปโคจรและสำรวจดวงจันทร์เป็นเวลาเกือบปี แต่ระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารขัดข้องจนติดต่อไม่ได้ คาดยานสำรวจดาวบริวารดวงแรกของแดนภารตะโหม่งพื้นดวงจันทร์แล้ว
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 กันยายน 2552
*********************************************************** |
*** บราซิลมีผู้เสียชีวิตจากหวัด 2009 สูงสุดในโลก ***
|

บราซิลมียอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สูงถึง 557 รายแล้ว
เอเอฟพี - กระทรวงสาธารณสุขของบราซิลเผยในวันพุธ (26) ว่ามียอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สูงถึง 557 รายแล้ว กลายเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐฯ ซึ่งมีสถิติผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 522 รายนับถึงวันที่ 20 ส.ค.
ขณะนี้รัฐบาลบราซิลกำลังจัดสรรงบประมาณราว 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อวัคซีนต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 73 ล้านโดส รวมทั้งสต็อกยาทามิฟลูและอุปกรณ์วินัจฉัยโรคสำหรับโรงพยาบาลต่างๆ
ทว่า อัตราการติดเชื้อในบราซิลก็ดูเหมือนกำลังลดลง เนื่องจากภูมิภาคในซีกโลกใต้กำลังจะผ่านพ้นฤดูหนาวในช่วงปลายเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขของบราซิลย้ำว่า หากเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นสัดส่วนต่อประชากรทั้งหมด 190 ล้านคนแล้ว อัตราการเสียชีวิตในบราซิลยังอยู่ในอันดับ 7 ของโลก โดยอาร์เจนตินา ชิลี คอสตาริกา อุรุกวัย ออสเตรเลีย และปารากวัย อยู่ในอันดับสูงกว่า ส่วนสหรัฐฯ ซึ่งมีประชากรราว 300 ล้านคน อยู่ในอันดับที่ 13
อนึ่ง อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 439 ราย
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 สิงหาคม 2552
*********************************************************** |
*** “ในหลวง” ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรฝนหลวง ***
|

“ในหลวง” ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรฝนหลวง มีผลคุ้มครอง 30 ประเทศ ในกลุ่มสหภาพยุโรป พร้อมทรงมีพระราชดำรัส ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาบ้านเมือง ทรงห่วงประเทศกำลังล่มจม เพราะมีแต่คนแก่งแย่งชิงกัน ขอให้ผู้มีความรู้พาบ้านเมืองรอดพ้นภัย สร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 สิงหาคม 2552
*********************************************************** |
*** คนพิการเฮ! “จุรินทร์” เซ็นให้เรียนฟรีถึง ป.ตรี ***
|

จุดประกายโอกาสเพื่อผู้ด้อยโอกาส! “จุรินทร์” เผยที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาคนพิการมีมติอนุมัติให้คนพิการเรียนฟรีตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนจบปริญญาตรี ทั้งรัฐและเอกชน เว้นทั้งค่าเรียน ค่าธรรมเนียม และค่าอื่นๆ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาคนพิการว่า ที่ประชุมมีมติให้คนพิการเรียนฟรีตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับปริญญาตรี ไม่ว่าคนพิการจะเลือกเรียนใน มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือมหาวิทยาลัยเอกชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บ เป็นต้น
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะเบิกจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา แต่หากงบไม่พอให้เบิกจากกองทุนส่งเสริมสำหรับคนพิการในกำกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวสามารถขอกู้ได้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งหลังจากนี้สภามหาวิทยาลัยจะต้องไปกำหนดหลักเกณฑ์การรับคนพิการเข้าเรียนว่าจะรับจำนวนเท่าไหร่ สาขาใดบ้าง ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2553
“ผมได้ลงนามในประกาศระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาสำหรับคนพิการ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีการศึกษา 2553 เป็นต้นไป”
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการกำหนดหลักสูตรล่ามภาษามือ 3 ระดับ คือหลักสูตรล่ามภาษามือขั้นพื้นฐาน หลักสูตรล่ามภาษามือเพื่อการสื่อสาร และหลักสูตรล่ามภาษามือเพื่อการปฏิบัติจริง โดยแต่ละหลักสูตรจะใช้เวลาเรียนหลักสูตรละ 1 สัปดาห์ หรือ 42 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่สนใจเรียนต้องเป็นคนปกติ หรือหูตึง แต่ต้องสามารถสื่อสารด้วยวาจรได้ และจบการศึกษาขั้นต่ำมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยไปเรียนที่สมาคมคนหูหนวก
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2552
*********************************************************** |
*** ลับแล,แก่งคอย คว้าซีไรต์ฯ ปี 52 ***
|

วันนี้เวลา 14.15 น. ที่โรงแรมโอเรียลเต็ล คณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม แห่งอาเซียน (ซีไรต์) แห่งประเทศไทยได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้นวนิยายเรื่อง ลับแล,แก่งคอย ของอุทิศ เหมะมูล ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม แห่งอาเซียน (ซีไรต์ ) ประจำปี 2552
ด้วยแนวคิดและบทบาทการนำเสนอของ นวนิยายเรื่อง "ลับแล,แก่งคอย" ที่สามารถเอาชนะใจกรรมการได้นั้น ได้นำเสนอมิติอันซับซ้อนของตัวตนมนุษย์ที่แยกไม่ออก จากรากเหง้า ชาติพันธุ์ ชุมชน ความเชื่อ และเรืองเล่า ผู้เขียนเล่าเรื่องชีวิต มนุษย์ที่ต้องเผชิญความคาดหวัง ซึ่งไม่อาจต้านทานได้ และพยายามดิ้นรนหาทางออก ผู้เขียนใช้กลวิธีการเล่าเรื่อง อันแสนแยบยล สร้างตัวละครที่มีเลือดเนื้อ และอารมณ์ราวกับมีตัวตนจริง สร้างฉากและบรรยากาศได้อย่างมีชีวิตชีวา ใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง แสดงจินตนการอย่างกระจ่างและงดงาม
อุทิศ เขียนเรื่อง ลับแล,แก่งคอย โดยนำประสบการณ์ในวัยเด็กมาผสมผสานกับเหตุการณ์สมมุติ ผ่านภาพคำบอกเล่าจากเด็กชายลับแล อายุ 15 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมก้าวร้าว เนื่องจากสูญเสียพ่อที่เค้ารักและชื่นชม อีกทั้งเค้ายังมีความรู้สึกคัดแย้งกับผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้าในทุกๆเรื่อง จึงกลายเป็นปมขัดแย้งขึ้นภายในจิตใจ ดังนั้นแม่กับพ่อบุญธรรมจึงพาลับแลไปอาศัยอยู่ที่วัด เพื่อให้หลวงพ่อท่านช่วยดูแลปัดเป่าเหตุร้ายออกไปจากตัว เพราะคิดว่าลูกชายนั้นถูกผีเข้า
ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่เด็กชายลับแลอยู่กับหลวงพ่อที่วัด ลับแลได้รับการอบรมสั่งสอนเกี่ยวกับหลักธรรมศาสนาจากหลวงพ่ออย่างดี จนทำให้เด็กชายลับแลได้รับรู้การกำจัดความกลัวภายในจิตใจที่เค้าสร้างขึ้นมา จนเป็นเหตุให้ทำร้ายตัวเค้าเองและคนรอบข้าง สุดท้ายด้วยคำสอนจากหลวงพ่อทำให้ชีวิตนั้นกลับมาดีอีกครั้ง
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.กุสุมา รักษมณี ประธานคณะกรรมการตัดสิน ให้ความเห็นว่า ครั้งนี้ทางคณะกรรมการทุกคนต่างมีมติเป็นเอกฉันท์ซึ่งน้อยครั้งมากที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เห็นพ้องต้องกันหมด และที่สำคัญไม่มีข้อขัดแย้งใดๆเกิดขึ้นระหว่างการตัดสิน ซึ่งความโดดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่เรื่องเล่า ซึ่งผู้เขียนเล่าเรื่องได้น่าติดตามมาก ทำให้เสมือนกับว่าเราได้เข้าไปเห็นตัวตนของตัวละครตัวนั้น ได้เข้าไปถึงจิตใจของเค้า ที่สำคัญมีการสร้างภาพที่ดี ด้านภาษาที่ใช้เขียนเป็นภาษาที่ไม่ค่อยจะได้พบบ่อยในงานเขียนปัจจุบัน คือ ใช้ภาษาที่ไม่ยาก เป็นเหตุเป็นผลทำให้เข้าใจพฤติกรรมของตัวละครเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน
ความซับซ้อนในเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของเรื่อง มันโยงเข้าหากันถ้าเราแกะออกมาทีละชั้นก็จะรู้ว่าเค้ามีเหตุผล ที่สำคัญวิธีที่เค้าคลี่คลายในตอนท้ายของเนื้อเรื่องนั้นดีมาก ในเรื่องตบท้ายด้วยคำสอนตามหลักพุทธศาสนาที่ บอกว่าให้สกัดความลวงออกไปแล้วจะพบกับความจริง จึงไม่ได้ซับซ้อนจนทำให้ผู้อ่านถึงขั้นมึนงง
เล่มนี้บอกได้คำเดียวว่าอ่านแล้วอิ่มจริงๆ...
ประวัติของ อุทิศ เหมะมูล
เกิด เมื่อ พ.ศ. 2518 ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนแก่งคอย จ.สระบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เอกวิชาจิตรกรรม จากคณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร
ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ และยังคงทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องอาทิ ผลงานรวมเล่มที่ผ่านมาคือ ผลงานเรื่องสั้น ปริมาตรรำพึง (สำนักพิมพ์หวีกล้วย) และ ไม่ย้อนคืน (แพรวสำนักพิมพ์) ส่วนนวนิยาย ได้แก่เรื่อง ระบำเมถุน จากสำนักพิมพ์ สเกล และ กระจกเงา / เงากระจก (สำนักพิมพ์หวีกล้วย) และบทความ ได้แก่ 151 CINEMA จาก(สำนักพิมพ์ open books) และ OUTSIDER IN CINEMA จาก(สำนักพิมพ์ open books) เป็นต้น
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2552
*********************************************************** |
*** ตินเยือนแคว้นกบฏจอร์เจียครั้งแรกนับตั้งแต่รับรองเอกราชปีก่อน ***
เอเอฟพี - นายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียเดินทางเยือนอับคาเซียในวันพุธ(12) ซึ่งถือเป็นการเยือนแคว้นที่แตกออกมาจากจอร์เจียครั้งแรก นับตั้งแต่มอสโกประกาศรับรองให้แคว้นแห่งนี้ในฐานะรัฐเอกราชเมื่อปีที่แล้ว
ปูติน เริ่มต้นการเดินทางเยือนแคว้นแห่งนี้ด้วยการวางพวงหรีด ณ อนุสรณ์ที่สร้างขึ้นรำลึกถึงเหยื่อที่เสียชีวิตในสงครามระหว่างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอับคาซกับรัฐบาลจอร์เจียช่วงปี 1992-1993 หลังจากที่จอร์เจียแตกออกจากสหภาพโซเวียต
"นี่นับเป็นการเยือนดินแดนแห่งนี้ครั้งแรกของเขา" นับตั้งแต่รัสเซียรับรองอับคาเซียและเซาต์ออสซีเซีย 2 แคว้นที่แตกออกจากจอร์เจียในฐานะรัฐเอกราช ตามหลังสงคราม 5 วันกับจอร์เจียเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน โฆษกของปูตินระบุ
นายกรัฐมนตรีปูติน ยังได้พบหารือกับนายเซอร์เก บากาพส์ ผู้นำอับคาเซีย ซึ่งนายปูติน ย้ำว่า รัสเซียพร้อมจะสนับสนุนงบประมาณกว่า 465 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 16,200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานทัพรัสเซียในแคว้นอับคาเซีย
รัสเซียก่อเสียงโวยวายออกมาจากชาติตะวันตก เมื่อพวกเขารับรองอับคาเซียในฐานะรัฐเอกราชหลังจากทำสงครามกับจอร์เจียในเดือนสิงหาคมปี2008 ขณะที่มีเพียงนิการากัวเพียงชาติเดียวที่ให้การรับรองอับคาเซียและเซาต์ออสซีเซียตามหลังเครมลิน
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอับคาซ ก่อนการเยือนครั้งนี้ ปูติน ได้แถลงว่ารัสเซียมีเจตนาส่งเสริมปฏิบัติการความมั่นคงของพวกเขาในแคว้นแห่งนี้ท่ามกลางความตึงเครียดกับจอร์เจียที่มีอยู่อย่างไม่ลดละ
นอกจากนี้ ปูติน ก็ไม่ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ในความขัดแย้งอีกครั้งระหว่างรัสเซียกับจอร์เจีย ต่อดินแดนเคาคาซัส ตราบใดที่ประธานาธิบดี มิเคอิล ซาคัชวิลี แห่งจอร์เจีย คู่อริของมอสโก ยังคงอยู่ในอำนาจ
แต่ ปูติน ก็มองว่าความพยายามใดๆของจอร์เจียที่จะใช้กำลังกับ 2 แคว้นกบฏอาจจะยากลำบากกว่าเดิมตามหลังสงครามเมื่อปีที่แล้ว
ด้านรัฐบาลจอร์เจียออกมาประณามท่าทีดังกล่าวของรัสเซีย โดยระบุว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งที่รัสเซียแสดงท่าทีคุกคาม และหวังให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่ขึ้นมาอีกครั้ง
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 สิงหาคม 2552
*********************************************************** |
*** พระราชินีพระราชทานชื่อ “หนังสือดีเด่น 6 เรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน” ***
|

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาพระราชทานรายชื่อ “หนังสือดีเด่น 6 เรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน” แก่ ศธ.ในงาน “รักการอ่าน เทิดมหาราชินี”
วันนี้ (11 ส.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาพระราชทานรายชื่อ “หนังสือดีเด่น 6 เรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน” มายัง ศธ.เพื่อเผยแพร่และส่งเริมให้เกิดการอ่านโดยทั่วไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่กระทรวงศึกษาธิการเป็นอย่างยิ่ง สำหรับรายชื่อหนังสือดังดีเด่น 6 เรื่อง ที่เด็กควรอ่าน ตามพระราชวิจารณ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้แก่ พระอภัยมณี, รามเกียรติ์, นิทานชาดก, อิเหนา, พระราชพิธีสิบสองเดือน, กาพย์เห่เรือเจ้าฟ้ากุ้ง(เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร)
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 สิงหาคม 2552 17:23 น.
*********************************************************** |
*** วันนี้ที่รอคอย แพนด้าน้อยได้ชื่อ “หลินปิง” ***
|

แพนด้าน้อยได้ชื่อจาก การโหวตของคนไทย “หลินปิง” นอนมา 13 ล้านฉบับ “ขวัญไทย” ตามมาห่างๆ 3.5 ล้านฉบับ อันดับ 3 “ไทจีน” 2.5 ล้านฉบับ อันดับ 4 “หญิงหญิง” 2 ล้านฉบับ
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 สิงหาคม 2552
*********************************************************** |
*** มีมติให้ปี52-61เป็นทศวรรษการอ่านของประเทศ ***
|

คณะรัฐมนตรีมีมติให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน และกำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน และรู้หนังสือ ภายในปี 2555 ...
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า ที่ประชุมมีมติให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านของประเทศ และกำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ รวมถึงให้วันที่ 2 เม.ย.ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันรักการอ่านด้วย โดยให้คณะกรรมการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนส่งเสริมการอ่านให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินการ เพื่อให้คนไทยได้รับการพัฒนาความสามารถในการอ่านและรู้หนังสือภายในปี 2555 ดังนี้ โดยให้ประชากรวัยแรงงานเป็นผู้รู้หนังสือและใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 97.21 เป็นร้อยละ 99 และให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.64 เป็นร้อยละ 95 รวมถึงให้ค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของคนไทยเพิ่มขึ้นจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 เล่ม ขณะเดียวกัน ให้เพิ่มแหล่งการอ่านครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง และสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อปลูกฝังการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืนทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม จะมีการดำเนินการใน 3 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการอ่าน สร้างนิสัยการอ่านและการสร้างบรรยากาศในการส่งเสริมการอ่าน อย่างไรก็ตาม ตนจะเร่งประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านฯ เพื่อกำหนดกิจกรรมต่างๆให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด รวมถึงการเพิ่มหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาเป็นคณะกรรมการ เพื่อร่วมส่งเสริมการอ่านให้มากขึ้น.
|
ที่มา : ไทยรัฐ 6 ส.ค. 52
*********************************************************** |
*** ตำรวจ จับ-ปรับจริงวันนี้ คนไม่ข้ามทางม้าลาย ***
|
เริ่มวันแรกจับปรับคนไม่ข้ามทางม้าลาย หรือ สะพานลอย และผู้ที่ไม่หยุดรถให้คนข้ามถนนอัตราโทษของผู้ขับรถที่ไม่หยุดรถให้คนข้ามถนนปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนคนข้ามถนนที่ไม่ใช้ทางม้าลาย หรือ สะพานลอย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (1 ส.ค.) ว่า พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผู้บังคับการตำรวจจราจร ประชาสัมพันธ์ว่า ตั้งแต่วันที่1 ส.ค. 2552 ตำรวจจะเริ่มกวดขันจับกุมคนข้ามถนน ที่ไม่ใช้ทางม้าลาย หรือ สะพานลอย ในรัศมี 100 เมตร ของจุดที่มีทางม้าลาย หรือ สะพานลอย ส่วนถนนที่มีความยาวทางม้าลาย หรือ สะพานลอยแต่ละจุดมีรัศมีอยู่เกิน 100 เมตรและการ จราจรไม่หนาแน่นอาจอนุโลมได้
“สำหรับกรณีของผู้ที่ไม่หยุดรถให้คนข้ามถนนนั้น กฎหมายกำหนดไว้ว่า จะ ต้องอยู่ในความเร็วที่สามารถหยุดรถได้ ซึ่งทั้งหมดมีกฎหมายกำหนดไว้แล้ว แต่ทั้งคนข้ามถนน และคนขับรถละเลยมาตลอด”ผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าว และว่า อัตราโทษของผู้ขับรถที่ไม่หยุดรถให้คนข้ามถนนบริเวณทางม้าลายมีโทษปรับไม่เกิน 1, 000 บาท ส่วนคนข้ามถนนที่ไม่ใช้ทางม้าลาย หรือ สะพานลอย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท โดยในส่วนของคนข้ามถนนจะมีพนักงานสอบสวนตั้งจุดปรับบริเวณทางข้าม ส่วนกรณีผู้ขับรถไม่หยุดรถให้คนข้ามถนนเจ้าพนักงานจะออกใบสั่งและสามารถไปเปรียบเทียบปรับได้ที่จุดปรับ
|
ที่มา : ไทยรัฐ
*********************************************************** |
*** ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเอกสารสำคัญ ร.5 เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ***
|
กระทรวงศึกษาธิการ 31 ก.ค.- ยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียนเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของรัชกาลที่ 5 เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกปี 2552 เป็นเอกสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสยาม รวมพระอัจริยภาพทุกด้านที่ทรงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงส่งเสริมให้สยามอยู่ได้อย่างสงบ
คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ประธานคณะกรรมการว่าด้วยแผนงานมรดกความทรงจำโลก ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก ประเทศไทย แถลงว่า การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาระหว่างประเทศของโครงการมรดกความทรงจำแห่งโลก ที่ประเทศบาร์เบโดส ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคม มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นทะเบียนเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสยาม เป็นมรดกความทรงจำโลก ซึ่งเอกสารดังกล่าวประกอบด้วยเอกสารการเลิกทาสและเอกสารอื่นที่แสดงให้เห็นถึงนโยบายและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้กรุงสยาม ดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ทำให้ประเทศสามารถอยู่ในความสงบได้อย่างดี โดยเป็นเอกสารต้นฉบับทั้งหมด 8 แสนหน้า ปัจจุบันจัดเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
คุณหญิงแม้นมาส กล่าวด้วยว่า ได้จัดทำเอกสารนำเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ 8 กลุ่มด้วยกันคือ 1.เลิกทาส และจัดระบบการศึกษาแบบใหม่ 2.ระบบการสาธารณสุข 3.ปรับปรุงการสาธารณูปโภค 4. รถไฟ 5.จัดระบบบริหารราชการ 6.ปรับปรุงระบบเศรษฐกิจ การจัดเก็บรายได้ 7.จัดระบบการประปา ไฟฟ้าให้ไปได้ทั่วถึง 8.พระราชนิพนธ์และวรรณกรรม เช่น พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เงาะป่า
|
ที่มา : http://news.mcot.net/
*********************************************************** |
*** 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตจากหวัด 2009 อยู่ในละตินอเมริกา ***
เอเอฟพี - รัฐบาลทั่วโลกกำลังวิตกกังวลกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่จนถึงตอนนี้ภูมิภาคที่มีการระบาดอย่างหนักหนาสาหัสที่สุดคือ ละตินอเมริกา โดยมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 มากถึง 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตทั่วโลกจำนวน 816 ราย
แนวโน้มดังกล่าวสร้างความระส่ำระสายอย่างหนัก เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประชากรราว 380 ล้านชีวิต กำลังต่อสู้กับฤดูหนาวในแถบอเมริกาใต้ ที่ซึ่งไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว
มิหนำซ้ำรัฐบาลต่างๆ ในภูมิภาคแถบนี้ยังค้นพบว่า วัคซีนต้านหวัด 2009 ชุดแรกๆ ทั้งหมด ซึ่งจะผลิตออกมาในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ถูกประเทศแถบยุโรป, สหรัฐฯ และชาติร่ำรวยแห่งอื่นๆ ทุ่มเงินกว้านซื้อไปหมดแล้ว
ที่อาร์เจนตินาพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 165 ราย ทำให้ประเทศแห่งนี้มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากหวัด 2009 จำนวนมากที่สุดในโลก รองจากสหรัฐฯ ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 302 ราย
ตามมาด้วยเม็กซิโก ซึ่งเกิดการระบาดของหวัด 2009 ครั้งแรก มียอดผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 138 คน ส่วนชิลีรายงานยอดผู้เสียชีวิตที่ 79 ราย
สำหรับบราซิล ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแถบละตินอเมริกา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอย่างรวดเร็วจาก 6 รายเป็น 56 ราย จนเกรงว่าจะเกิดภัยฉุกเฉินระดับชาติ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตรวจพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ ทั้งที่ไม่ได้ติดต่อสัมผัสกับนักเดินทาง ขณะที่อุรุกวัยพบผู้เสียชีวิตแล้ว 23 คน
จำนวนผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในแถบละตินอเมริกา มีมากกว่า 570 ราย ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลย่างเป็นทางการของแต่ละรัฐบาล
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2552
*********************************************************** |
*** องค์การนิรโทษกรรมฯ มอบรางวัลสูงสุด แก่นางซูจี ***
|
 นางออง ซาน ซูจี ได้รับรางวัลทูตแห่งความดี ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุด จากองค์การนิรโทษกรรมสากล จากการปกป้องสิทธิมนุษยชน มาอย่างยาวนาน
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันนี้ (28 ก.ค.) ว่า องค์การนิรโทษกรรมสากลมอบรางวัลทูตแห่งความดี ให้กับนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในพม่า ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดขององค์การฯ เพื่อยกย่องนางซูจี ที่เป็นผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน มาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่า การมอบรางวัลครั้งนี้ จะช่วยปกป้องการลงโทษที่รุนแรงเกินไป จากรัฐบาลทหารพม่า ที่นางซูจีกำลังถูกดำเนินคดี ในข้อหาละเมิดข้อบังคับกักบริเวณ ภายในบ้านพัก
โดยวงยูทู ซึ่งเป็นวงดนตรีร็อคชื่อดัง สัญชาติไอริช จะประกาศการมอบรางวัลดังกล่าว บนเวทีคอนเสิร์ตที่กรุงดับลิน เมืองหลวงของประเทศ ไอร์แลนด์ วันนี้ (28 ก.ค.) ด้านอัยการพม่าเพิ่งแถลงปิดคดีฟ้องนางซูจี ในการพิจารณาคดี วานนี้ (27 ก..ค.) ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการพิจารณาคดี แต่ศาลยังไม่ตัดสินโทษ อย่างไรก็ตาม หากนางซูจีได้รับการตัดสิน ว่ามีความผิดจริง จะต้องรับโทษจำคุก สูงสุดถึง 5 ปี
|
ที่มา : ไทยรัฐ 28 ก.ค. 52
*********************************************************** |
*** เปิดโผ 28 รายชื่อ ชิง 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติใหม่ของโลก ***
|

หุบเขาแกรนด์ แคนยอน สหรัฐอเมริกา
รายงานข่าวจากสำนักข่าวเอพีระบุว่า มูลนิธิ 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ องค์กรเอกชนที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของนายเบอร์นาร์ด เวเบอร์ นักผจญภัยชาวสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดเผยรายชื่อ 28 สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายที่จะได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติใหม่ของโลก ที่มูลนิธิแห่งนี้เปิดให้ประชาชนทั่วโลกร่วมกันโหวตผ่านทางเว็บไซต์ www.new7wonders.com และโทรศัพท์
สำหรับรายชื่อ 28 สถานที่ที่เข้ารอบสุดท้ายเพื่อลุ้นชิงตำแหน่ง 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติใหม่ของโลก มีดังนี้
1.หุบเขาแกรนด์ แคนยอน สหรัฐอเมริกา 2.ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น สวิตเซอร์แลนด์ 3.แนวประการังเกรท แบร์ริเออร์ รีฟ ออสเตรเลีย 4.ป่าอะเมซอน บราซิล 5.ทะเลเดดซี จอร์แดน 6.ภูเขาคีรีมานจาโร แทนซาเนีย 7.หมู่เกาะกาลาปากอส เอกวาดอร์ 8.น้ำตกแองเจิล ฟอลส์ เวเนซุเอลา 9.ป่าดำ เยอรมนี 10.อ่าวฟันดี แคนาดา 11.หมู่เกาะบู ทินาห์โชล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 12.ป่าเอลยุงเก เปอร์โตริโก 13.อ่าวฮาลองเบย์ เวียดนาม 14.น้ำตกอิกวาซู บราซิล
15.ถ้ำแก้วเจตากรอตโต เลบานอน 16. เกาะเจจู เกาหลีใต้ 17.หมู่เกาะมัลดีฟส์ 18.วนอุทยานแห่งชาติโคโมโด อินโดนีเซีย 19.ทะเลสาบมาสุเรียน โปแลนด์ 20.มิลฟอร์ด ซาวด์ นิวซีแลนด์ 21.ถ้ำลอดเปอร์โตพรินเซซา ฟิลิปปินส์ 22.ปากแม่น้ำซานดาร์บานส์ อินเดีย 23.ภูเขาเทเบิลเมาเท่น แอฟริกาใต้ 24.ภูเขาหินทรายอูลูรู ออสเตรเลีย 25.ภูเขาไฟเวซูวิอุส อิตาลี 26.ภูเขาไฟมัด อาเซอร์ไบจาน 27.วนอุทยานแห่งชาติวี่ซัน ไทเป 28.ผาโมเฮอร์ ไอร์แลนด์
ทั้งนี้การประกาศผลจะประกาศในปี 2554
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์
*********************************************************** |
*** ลูกช้างไทยเกิดในออสเตรเลียได้ชื่อ ลูกชาย ***
|
 เจ้า ลูกชาย ช้างไทยตัวแรกที่เกิดในออสเตรเลีย
ลูกช้างไทยที่เกิดจากพังทอง ดี ในสวนสัตว์ทารองกา ของออสเตรเลีย ได้รับการตั้งชื่อว่า “ลูกชาย” โดยเลือกจากกว่า 3 หมื่นชื่อ ที่ส่งเข้าประกวด
|
ที่มา : ไทยรัฐ
*********************************************************** |
*** ปธน.ฮอนดูรัสผู้ถูกขับไล่เหยียบแผ่นดินเกิดท่ามกลางเหตุปะทะตร.- ผู้สนับสนุน ***
|
เอเอฟพี - มานูเอล เซลายา ประธานาธิบดีผู้ถูกขับไล่ ก้าวข้ามพรหมแดนจากนิการากัวเหยียบแผ่นดินเกิดฮอนดูรัสช่วงสั้นๆเมื่อวัน ศุกร์(24) ในความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ หลังจากถูกทหารเนรเทศนานเกือบเดือน แต่ก็ต้องกลับคืนสู่นิการากัวอีกรอบท่ามกลางการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ รัฐบาลและกลุ่มผู้สนับสนุนเขา
เหตุปะทะกันระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้สนับสนุนของเซลายา ปะทุขึ้นในเขตแดนของฮอนดูรัส ขณะที่อดีตประธานาธิบดี เดินทางถึงจุดผ่านแดนของนิการากัว ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนของฮอนดูรัสเพียงไม่กี่เมตร ก่อนหน้าที่เขาจะก้าวผ่านพรหมแดนเข้าไป
ท่ามกลางการห้อมล้อมของฝูงชนกลุ่มผู้สนับสนุนและสื่อมวลชน เซลายาซึ่งสวมเสื้อหนังและหมวกคาวบอยตามเอกลักษณ์ ได้ย่างเท้าเข้าสู่ฮอนดูรัส แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เดินกลับมายังนิการากัว
กองทัพฮอนดูรัสได้เนรเทศเซลายาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ในความเคลื่อนไหวที่ได้รับการสนับสนุนจากศาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากไม่พอใจที่เขาพยายามจัดประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้ตน เองดำรงตำแหน่งต่อไปอีกสมัย
เซลายา เดินทางไปถึงด่านลาส มานอส จุดข้ามพรมแดนในนิการากัว ด้วยรถจิ๊ปในช่วงเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่น(ตรงกับเมืองไทย 01.00น.เช้าวันเสาร์) ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลของฮอนดูรัสได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้สนับสนุนเขาที่ รวมตัวกันอยู่อีกฟากหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ไม่นาน รัฐบาลรักษาการณ์ของฮอนดูรัสได้ประกาศเคอร์ฟิว 18 ชั่วโมงตามพื้นที่ชายแดน ขณะที่ทหารปิดชายแดนที่ติดกับนิการากัวและประกาศไม่รับประกันความปลอดภัยของ เซลายา
ขณะที่สถานีโทรทัศน์นานาชาติออกอากาศการเดินทางกลับสู่มาตุภูมิของเซลายา สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆของฮอนดูรัสไม่มีการรายงานข่าวดังกล่าวและยังคงออก อากาศรายการปกติ
ในนิการากัว อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศภายใต้รัฐบาลของเซลายา ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับเขา บอกว่าผู้นำที่ถูกขับไล่รายนี้จะพบกับกลุ่มภาคสังคมเพื่อตัดสินใจถึงวิธีการ เดินทางกลับสู่บ้านเกิด ประเทศที่บรรดาผู้นำโดยพฤตินัยได้ออกคำสั่งจับกุมตัวเขา
อย่างไรก็ตาม เซลายา บอกว่าเขาพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการข้ามพรมแดนทั้งทางภาคพิ้นดินและทางอากาศ
เซลายา เมื่อวันพฤหัสบดี(23) ประกาศว่าเขาจะเดินทางกลับบ้านหลังการเจรจากับรัฐบาลรักษาการณ์ผ่านผู้ไกล่ เกลี่ยประธานาธิบดีออสการ์ อาริอัส แห่งคอสตาริกา มีอันต้องพังทลายลงในช่วงกลางสัปดาห์
ในความพยายามครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เครื่องบินของเขาพยายามลงจอด ณ สนามบินในกรุงเตกูชิกัลปาแต่ถูกทหารปิดกั้นรันเวย์และกระจายกำลังรอบสนามบิน ขณะเดียวกัน บนพื้นดิน ผู้สนับสนุนของเขาได้ปะทะกับกองกำลังความมั่นคงที่ภักดีต่อประธานาธิบดี รักษาการณ์ โรแบร์โต มิเชเลตตี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
ชาติมหาอำนาจในจำนวนนั้นรวมไปถึงสหรัฐอเมริกา ได้สนับสนุนความพยายามกลับคืนสู่ตำแหน่งของเซลายา แต่เรียกร้องขอให้เขาอย่าเพิ่งเดินทางกลับ เหตุมีความกังวลว่าอาจจุดชนวนเหตุนองเลือดในประเทศ ขณะที่บางส่วนบอกว่าอาจถึงขั้นนำไปสู่สงครามกลางเมืองเลยก็ได้
เซลายา เดินทางมาถึงเมืองชายแดนด้านนิการากัวพร้อมกับคาราวานรถกว่า 50 คัน และในจำนวนที่ผู้เดินทางมาด้วยมี ปาทริเซีย โรดาส รัฐมนตรีต่างประเทศสมัยที่เขาครองอำนาจ นิโกลัส มาดูโร รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา และอดีตผู้นำกลุ่มกบฏนิการากัว อีเดน ปัสโตรา
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กรกฎาคม 2552 06:11 น.
*********************************************************** |
*** โปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อ สวนนาคราภิรมย์ สวนแห่งใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา ***
|
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ สวนนาคราภิรมย์ สวนแห่งใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา
น.ส.อัญชลี ปัทมาสวรรค์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักผังเมืองได้ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณกรมการค้าภายใน (เดิม) ให้เป็นสวนสาธารณะในลักษณะเปิดโล่ง และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ดำเนินการขอพระราชทานนามสวนสาธารณะ ซึ่งราชเลขาธิการได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนสาธารณะดังกล่าวว่า “สวนนาคราภิรมย์” หมายถึง สวนเป็นที่น่ารื่นรมย์ยิ่งของชาวพระนคร
ทั้งนี้ สวนนาคราภิรมย์ ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ไร่ 3 งาน 69.90 ตารางวา นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นเพื่อเปิดมุมมองพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สู่พระบรมมหาราชวัง และส่งเสริมความสำคัญของพื้นที่ ความสง่างามของอาคารที่สำคัญทางประวัติศาสตร์โดยรอบแล้ว พื้นที่แห่งนี้ ยังรองรับกิจกรรมของชุมชนและประชาชนผู้สนใจทั่วไป ตลอดจนท่าเรือรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างฝั่งธนบุรี และเกาะรัตนโกสินทร์ อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีแก่พื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และสภาพแวดล้อมชุมชนต่อไป
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์
*********************************************************** |
*** เด็กๆ เตรียมท่อง "Cp - โคเปอร์นิเซียม" ชื่อธาตุใหม่ตั้งยกย่อง "โคเปอร์นิคัส" ***
|
ทีมนักวิทยาศาสตร์เยอรมัน ผู้พบธาตุลำดับที่ 112 ในตารางธาตุ เสนอให้ตั้งชื่อธาตุใหม่ล่าสุดว่า "โคเปอร์นิเซียม" เพื่อยกย่อง "โคเปอร์นิคัส" นักดาราศาสตร์โปแลนด์ ผู้เปลี่ยนแปลงความเชื่อของมนุษยชาติไปตลอดกาล ด้วยการค้นพบว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

ตารางธาตุ (ภาพจาก http://www.webelements.com/)
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์
*********************************************************** |
*** สรุปสาระการประชุมสุดยอดG8 ***
|

บรรดาผู้นำของกลุ่ม 8 ชาติอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก(จี8) และผู้นำของประเทศแอฟริกา
และประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมที่เมืองลาควิลา ประเทศอิตาลี เมื่อวันศุกร์(10)
กำลังเข้าประจำที่เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามธรรมเนียม
เอเจนซี/เอเอฟพี - กลุ่ม 8 ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (จี8) เปิดการประชุมซัมมิตเป็นเวลา 3 วันซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์(10) ณ เมืองลาควิลา ประเทศอิตาลี โดยที่ได้เชื้อเชิญผู้นำกลุ่ม 5 ประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่(จี5) ตลอดจนหลายชาติในแอฟริกาเข้าร่วมในหลายๆ วาระ ทั้งนี้หัวข้อของการหารือมีหลากหลาย ตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ไปจนถึงการแก้ปัญหาโลกร้อน, การค้า,และความมั่นคงด้านอาหาร
ผลสรุปและสีสันการประชุมคราวนี้พอจะสรุปได้ดังนี้
**การลดปล่อยไอเสียสู่บรรยากาศโลก**
บรรดาผู้นำต่างต้องการลดจุดยืนที่ยังแตกต่างระหว่างกันในเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่บรรยากาศ รวมทั้งเรื่องการสนับสนุนด้านการเงินสำหรับให้ชาติยากจนหันมาใช้เทคโนโลยีที่ปล่อยไอเสียคาร์บอนในระดับต่ำ ให้ได้ก่อนการประชุมในเดือนธันวาคมของสหประชาชาติ ที่กำหนดจะประกาศใช้สนธิสัญญาเกี่ยวกับการต่อต้านภาวะโลกร้อนฉบับใหม่ แทนที่ พิธีสารเกียวโต ที่จะหมดอายุลง
อย่างไรก็ตาม ผู้นำกลุ่มจี 8 ไม่สามารถโน้มน้าวให้อินเดียและจีนเข้ามาร่วมการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 50% ภายในปี 2050 แม้จะประสบความสำเร็จในการเกลี้ยกล่อมให้เห็นชอบกับเป้าหมายไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นไปเกิน 2 องศาเซลเซียส จากระดับก่อนหน้าที่โลกเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม
นอกจากนั้น ในกลุ่มจี8 เอง ข้อเสนอที่จะลดการปล่อยก๊าซร้อนลง 80% ภายในปี 2050 ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะตกลงกันได้ โดยเมื่อการประชุมวาระนี้สิ้นสุดลง แคนาดาได้แถลงว่าเป้าหมายนั้น "ทะเยอทะยาน" ขณะที่รัสเซียก็บอกตรง ๆว่าไม่สามารถจะทำตามเป้าหมายได้
บันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติจึงวิจารณ์ว่า การต่อสู้กับภาวะโลกร้อนของกลุ่มจี 8 นั้น ยังคืบหน้า "ไม่เพียงพอ"
**การค้า**
นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายฝ่ายคาดว่าต้องมีความก้าวหน้า
กลุ่มจี8, จี5, เกาหลีใต้, อียิปต์, ออสเตรเลีย เห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องสรุปการประชุมการค้าเสรีรอบโดฮากันภายในปี 2010 และตั้งเป้าจะจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีก่อนการประชุมซัมมิตกลุ่มจี 20 ที่สหรัฐฯ ในเดือนกันยายนนี้ พวกนักการทูตกล่าวว่าการตั้งเส้นตายไว้เช่นนี้ อาจทำให้สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้เสียที เนื่องจากได้มีการตั้งกรอบโครงเพื่อการเจรจารายละเอียดเอาไว้แล้ว
**ความช่วยเหลือและความมั่นคงทางด้านอาหาร**
กลุ่มประเทศจี 8 ถูกกดดันให้รับประกันว่าจะทำตามให้คำมั่นที่เคยไว้ว่าจะเพิ่มความช่วยเหลือให้แก่โลกกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอฟริกา
แต่ที่เป็นรูปธรรมก็คือ คำแถลงในวันสุดท้ายของการประชุม ผู้นำจี8ตกลงที่จะให้เงินจำนวน 20,000 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อเพิ่มการลงทุนด้านการเกษตรในประเทศยากจนและในการต่อสู้ความอดอยาก
เงินจำนวนดังกล่าวนับว่ามากกว่าที่คาดหมายตอนแรกถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ แม้ยังไม่มีการให้รายละเอียดว่าแต่ละประเทศจะออกเงินกันเท่าใด โดยมีแต่สหรัฐฯที่ประกาศยืนยันแล้วว่าจะให้อย่างน้อย 3,500 ล้านดอลลาร์ ขณะที่คาดหมายว่าญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปน่าจะให้รายละ 3,000 ล้านดอลลาร์
สิ่งที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งคือแม้ยังคงสัญญาให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านอาหาร แต่เงินช่วยเหลือก้อนใหม่นี้จะเน้นให้ความช่วยเหลือด้านพัฒนาการเกษตร เพื่อให้พวกชาติยากจนผลิตอาหารมาเลี้ยงตัวเองได้มากขึ้น
**วิกฤตการเงินและเศรษฐกิจ**
ใครก็ตามที่คาดว่ากลุ่มประเทศจี8จะผ่านแผนการลดเลิกการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็คงจะต้องผิดหวัง เพราะพวกเขาดูระมัดระวังในประเด็นนี้อย่างยิ่ง และกล่าวเน้นว่าต้องแน่ใจเสียก่อนว่าแผนกระตุ้นที่ออกมาก่อนหน้านี้นั้นได้ผลอย่างแท้จริง จากนั้นแล้วจึงจะหันมาแก้ไขภาวะการขาดดุลทางการคลังในระยะกลาง
"สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน และยังคงมีความเสี่ยงอยู่มากที่อาจจะสั่นคลอนเสถียรภาพของเศรษฐกิจและการเงิน" คำแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อสิ้นสุดการประชุมวันแรกในวันพุธ(8)ระบุ
เมื่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลยังไม่เห็นเด่นชัด รัฐบาลหลายแห่งจึงบอกว่า จะหันไปกังวลกับเรื่องการใช้จ่ายอย่างหนักจนขาดดุลรุนแรง ต่อเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วเท่านั้น
**น้ำมัน**
ฝรั่งเศสและอังกฤษกล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการกำกับดูแลตลาดพลังงานเพื่อลดความผันผวนของราคาน้ำมัน ในขณะที่รัสเซียและแคนาดาต่างบอกว่า ไม่สามารถจะควบคุมตลาดนี้ได้ด้วยวิธีการดังกล่าว
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 กรกฎาคม 2552 22:24 น.
*********************************************************** |
*** ผ่าครึ่งเมืองอูหลู่มู่ฉี สกัดคน2เชื้อสายตีกัน ***
|

ทหารจีนเคลื่อนกำลังรักษาความสงบในเมืองอูหลู่มู่ฉี, เมืองเอกของเขตปกครองตนเองอุยกูร์ซินเจียง
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2552 เหตุตีกันล่าสุดระหว่างชาวฮั่นกับชาวอุยกูร์นับเป็นความขัดแย้งด้านเชื้อชาติ
ครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษของจีน
เอเอฟพี – กองทัพจีนพยายามหย่าศึกระหว่างชาวอุยกูร์กับชาวฮั่น โดยผ่าเมืองอูหลู่มู่ฉีเป็น 2 ส่วน เพื่อแยกคู่กรณี ป้องกันศึกปะทะนองเลือดครั้งใหม่ ขณะที่ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวอย่างหวาดกลัวว่า เมืองเอกของเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์มณฑลซินเจียงได้กลายสภาพเป็นกรุงแบกแดดไปแล้ว

การก่อเหตุจลาจลของชาวอุยกูร์เมื่อวันอาทิตย์ (5 ก.ค. 2552) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 156 คน นำไปสู่การล้างแค้นของชาวฮั่นหลายพันคน ซึ่งควงท่อนไม้ และอาวุธเท่าที่หาได้ ไปตามถนนสายต่างๆ และรุมทำร้ายชาวอุยกูร์ทุกคน ที่เจอ กระทั่งตำรวจปราบจลาจลต้องยิงแก๊สน้ำตาสลายฝูงชาวฮั่น
ถนนเหรินหมิน ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมือง ตัดจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ถูกกำหนดให้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างชุมชนสองเชื้อสาย โดยมีกองกำลังทหารถือปืนกลกึ่งอัตโนมัติ และกระบองหนัก ตรึงกำลังบนถนนอย่างแน่นหนา หลังจากเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมา (7 ก.ค.2552) ชาวฮั่นหลายพันคนควงกระบอง, ท่อนเหล็ก และอาวุธปลายแหลม บุกข้ามถนนเหรินหมิน เข้าไปตีชาวอุยกูร์ แก้แค้น ที่ชาวอุยกูร์ก่อจลาจลเมื่อวันอาทิตย์

หญิงมุสลิมอุยกูร์ชูมือระหว่างการชุมนุมประท้วง โดยมีตำรวจปราบจลาจลของจีนเฝ้าดูสถานการณ์ เมื่อวันอังคาร ( 7 ก.ค.2552) ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของเหตุวุ่นวายในเมืองอูหลู่มู่ฉีวฮั่น
พวกชาวบ้านต่างดีใจ ที่กองทัพใช้มาตรการดังกล่าว แต่หลายคน โดยเฉพาะชาวอุยกูร์แสดงความหวาดกลัวกับเหตุการณ์ข้างหน้า

หญิงมุสลิมอุยกูร์กำลังเดินผ่านภัตตาคารในเขตชุมชนชาวอุยกูร์ ซึ่งถูกทำลายเสียหายในเมืองอูหลู่มู่ฉี
เมื่อวันพุธ (8 ก.ค. 2552) ซึ่งกลายเป็นกรุงแบกแดดในสายตาของชาวบ้านไปแล้ว
ทั้งนี้ ชนเชื้อสายฮั่นเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศจีน หรือร้อยละ 91.5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ 1,300 ล้านคน จากตัวเลขล่าสุดของทางการ
อย่างไรก็ตาม ชาวฮั่นกลับเป็นชนกลุ่มน้อยในดินแดนซินเจียง ซึ่งพรมแดนติดเอเชียกลาง และมีชาวอุยกูร์ ซึ่งพูดภาษาเตอร์กิค อาศัยอยู่มากเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรในเขตปกครองตนเองแห่งนี้ กล่าวคือราว 8 ล้านคน โดยชาวอุยกูร์ได้ออกมาร้องทุกข์อย่างต่อเนื่องว่าถูกกดขี่ปราบปราม และแบ่งแยกกีดกันภายใต้การปกครองของจีนในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2552
*********************************************************** |
*** จลาจลในซินเจียงตายแล้ว140เจ็บกว่า 800 จีนโทษ ‘สภาอุยกูร์โลก’ อยู่เบื้องหลัง ***
|

ภาพจากสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ฉายให้เห็นหญิงสาว 2 คนบาดเจ็บจากการจลาจลในเมืองอุรุมชี เขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ ซินเจียงเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา - AFP
รอยเตอร์/เอเอฟพี – จลาจลในซินเจียงมีผู้เสียชีวิตแล้ว 140 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 800 ราย คาดตัวเลขผู้เสียชีวิตยังจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลจีนโทษสภาอุยกูร์โลกอยู่เบื้องหลังเหตุจลาจลครั้งนี้ โดยมีการแบ่งแยกดินแดนเป็นเหตุจูงใจ ขณะที่ผู้แทนชาวอุยกูร์พลัดถิ่นชี้ นโยบายของทางการจีนและการเลือกปฏิบัติต่างหาก ที่ทำให้อารมณ์แค้นฝังลึกของชาวอุยกูร์ระเบิดขึ้นในครั้งนี้
เหตุจลาจลดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ (5 ก.ค.) ที่เมืองอุรุมชี เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ ซินเจียง โดยผู้ประท้วงได้ปิดถนนและเผายวดยานพาหนะต่างๆ ทั้งยังปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยปราบจลาจล โดยการประท้วงครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อปลายเดือยมิ.ย. ได้เกิดการปะทะกันระหว่างชาวฮั่นกับคนงานชาวอุยกูร์ ส่งผลให้มีชาวอุยกูร์เสียชีวิต 2 ราย
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 กรกฎาคม 2552 17:24 น.
*********************************************************** |
*** กลุ่มจี 8 เร่งยกเลิกมาตรการกีดกันการค้า ***
|
คาดผู้นำกลุ่มจี 8 จะได้ข้อสรุปเรื่องการจัดการกับมาตรการกีดกันทางการค้า และทุ่มเงินลงทุนด้านการเกษตรในประเทศกำลังพัฒนา
ในการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 8 ที่ประเทศอิตาลี คาดว่า กลุ่มประเทศผู้นำทั้ง 8 ชาติ จะเห็นพ้องเรื่องการระดมเงินทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอด 3 ปีข้างหน้า เพื่อเพิ่มการลงทุนในด้านการพัฒนาด้านการเกษตร ซึ่งมูลค่าการลงทุนปรับตัวลดลงตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กลุ่มจี 8 ยังจะให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของธุรกิจอาหารทั่วโลก หลังเกิดวิกฤตการณ์ด้านอาหารเมื่อปีที่แล้ว จนส่งผลให้สินค้าโภคภัณฑ์หลักเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ประชาชนทั่วโลกอดอยากและขาดโภชนาการ นอกจากนั้นยังคาดว่า ผู้นำกลุ่มจี 8 จะเห็นพ้องร่วมกันให้เร่งยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้า
|
ที่มา : INN 7 ก.ค. 52
*********************************************************** |
*** กระหึ่ม ‘น้องนก’ โค่นมือ 1 คว้าแชมป์เยาวชนวิมเบิลดัน ***
|
“น้องนก” นพวรรณ เลิศชีวกานต์ สร้างปรากฏการณ์ให้วงการเทนนิสไทย ประกาศศักดาคว้าแชมป์เยาวชนวิมเบิลดัน ประจำปี 2009 หลังพลิกล็อกโค่น คริสตินา มลาเดโนวิช มือ 1 ของรายการจากฝรั่งเศส 2-1 เซต
ศึกเทนนิสแกรนด์สแลมบนคอร์ ตหญ้า รายการวิมเบิลดัน ณ สังเวียน ออล อิงแลนด์ คลับ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ประจำคืนวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2552 ในประเภทเยาวชนหญิงเดี่ยว เดินทางมาถึงการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ
หลังจากเมื่อปีก่อนพลาดท่าให้ ลอว์รา ร็อบสัน ดาวรุ่งแห่งวงการลูกสักหลาดเมืองผู้ดี มาคราวนี้ นพวรรณ เลิศชีวกานต์ ความหวังแห่งอนาคตของวงการเทนนิสไทย มือวางอันดับ 4 ของรายการ เจอศึกหนักอีกครั้งลงดวลแร็กเก็ต คริสตินา มลาเดโนวิช ซึ่งเซตแรก “น้องนก” เจอมือ 1 ของรายการจากฝรั่งเศส เบรกได้ในเกมที่ 8 ก่อนที่ มลาเดโนวิช ปิดเซตลงได้ที่ 6-3 เกม
มาในเซตที่ สอง การแข่งขันยังเป็นไปอย่างสูสี แต่ นพวรรณ มาได้เบรกสำคัญในเกมที่ 8 บ้าง และก็ปิดเซตสองสำเร็จ ตามเสมอ 1-1 เซตที่ 6-3 เกม จึงต้องมาตัดสินชะตาแชมป์กันใน เซตที่สาม ซึ่ง “น้องนก” ประเดิมสวยเบรกได้ในเกมแรก และเกมที่สาม ก่อนทิ้งห่างไปถึง 4-0 เกม แม้ มลาเดโนวิช พยายามฮึดเฮือกสุดท้าย แต่สาวไทยวัย 17 ปี ไม่ปล่อยโอกาสทองหลุดลอย พิชิตชัยอย่างสวยงาม 2-1 เซต 3-6, 6-3, 6-1
จากชัยชนะหนนี้ส่ง นพวรรณ เลิศชีวกานต์ อดีตมือ 1 ของโลกในประเภทเยาวชนหญิง คว้าแชมป์ระดับแกรนด์สแลมแรกสำเร็จในประเภทเดี่ยว หลังจากที่ “น้องนก” เพิ่งเถลิงชัยประเภทคู่ เฟรนช์ โอเพน 2009 มาหมาดๆ
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กรกฎาคม 2552
*********************************************************** |
*** UNยัน'เซลายา'เป็นผู้นำฮอนดูรัส OASสั่งคืนประชาธิปไตยใน72ชม. ***
|

ผู้ประท้วงชูป้ายต่อต้านประธานาบดีเซลายา ด้านนอกขององค์การรัฐอเมริกันในกรุงวอชิงตันดีซี สหรัฐฯ
เอเจนซี/เอเอฟพี- ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติรับรอง มานูเอล เซลายา ว่าเป็นผู้นำที่ชอบธรรมเพียงคนเดียวของฮอนดูรัส ขณะที่ชาติสมาชิกองค์การรัฐอเมริกันมีมติขีดเส้นตายให้รัฐบาลชั่วคราวที่ได้อำนาจจากการก่อรัฐประหารคืนประชาธิปไตยใน 72 ชั่วโมงก่อนถูกขับจากสมาชิก
ที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติที่มหานครนิวยอร์ก ซึ่งมีผู้แทนสมาชิก 192 ประเทศร่วมประชุมมีมติวันนี้(1)ให้การรับรองโฮเซ มานูเอล เซลายา โรซาเลส อดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัส วัย 56 ปีที่ถูกกองทัพยึดอำนาจเมื่อวันอาทิตย์ (28) เป็นผู้นำที่ชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของฮอนดูรัสในเวทีโลก
มติดังกล่าวของสมัชชาใหญ่ยังประณามการทำรัฐประหารของกองทัพฮอนดูรัส ภายใต้การนำของพลเอกโรเมโอ บาสเกซ เบลาสเกซ ที่ขับไล่เซลายาออกนอกประเทศ โดยเรียกร้องให้แต่งตั้งเซลายากลับเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งโดยปราศจากเงื่อนไข
ขณะที่เซลายา ซึ่งยืนยันจะกลับประเทศในวันพฤหัสบดี (2) นี้เพื่อทวงตำแหน่งคืน ก็ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติเพื่อขอบคุณชาติสมาชิกที่ให้การสนับสนุน พร้อมเรียกร้องกองทัพฮอนดูรัสยุติการใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่ออกมาประท้วงการยึดอำนาจโดยเร็ว
ด้านโฮเซ มิเกล อินซุลซา ซาลินาส เลขาธิการใหญ่ชาวชิลีขององค์กรรัฐอเมริกัน หรือ " โอเอเอส" ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกาและมีสมาชิก 35 ประเทศ ออกมาแถลงที่สำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วานนี้ (1) ว่า ทางองค์การจะให้เวลารัฐบาลชั่วคราวของฮอนดูรัสของรักษาการณ์ประธานาธิบดีโรเบร์โต มิเชเล็ตติ 72 ชั่วโมง ในการนำฮอนดูรัสกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย
เลขาธิการใหญ่โอเอเอสระบุว่า ชาติสมาชิกปัจจุบันทั้ง 35 ชาติจะลงมติให้ขับฮอนดูรัสพ้นจากการเป็นสมาชิกทันทีหากฮอนดูรัสยังไม่กลับสู่ประชาธิปไตย และเซลายายังไม่ได้กลับไปดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีภายใน 72 ชั่วโมง แม้ฮอนดูรัสจะถือเป็น 1 ใน 21 ชาติที่เป็นสมาชิกของโอเอเอสตั้งแต่แรกก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 1948 ก็ตาม
อินซุลซายังประณามการโค่นอำนาจประธานาธิบดีเซลายาเมื่อวันอาทิตย์ และเรียกร้องให้กองทัพฮอนดูรัสคืนอำนาจให้เซลายาทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมระบุว่าโอเอเอสไม่อาจยอมให้มีรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตยปรากฏขึ้นในทวีปอเมริกา
อย่างไรก็ตาม เอ็นริเก ออร์เตซ รักษาการณ์รัฐมนตรีต่างประเทศฮอนดูรัส ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ภาคภาษาสเปนเมื่อวันอังคาร (30) โดยระบุว่า รัฐบาลใหม่ของฮอนดูรัสภายใต้การนำของประธานาธิบดีมิเชเล็ตติจะบุกเข้าจับกุมตัวอดีตประธานาธิบดีเซลายาทันทีหากเขาเดินทางกลับมายังฮอนดูรัสตามที่ได้ประกาศไว้ในวันพฤหัสบดีนี้ และจะถูกดำเนินคดีใน 3 ข้อหา คือ กระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญ ค้ายาเสพย์ติด และก่ออาชญากรรมต่อประชาชน
ออร์เตซกล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า"สถานที่แห่งเดียวที่กำลังรอคอยการกลับมาของเซลายาในวันพฤหัสบดีนี้ไม่ใช่ที่ทำเนียบประธานาธิบดี แต่เป็นเรือนจำกลางของรัฐ "
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 กรกฎาคม 2552
*********************************************************** |
*** ยูเนสโกเตรียมลงมติ “ครูเอื้อ-ม.ร.ว.คึกฤทธิ์” บุคคลสำคัญของโลก หลังรายชื่อผ่านรอบ 2 ***
|
 ครูเอื้อ สุนทรสนาน
วธ.เผยชื่อ “ครูเอื้อ สุนทรสนาน” ผ่านพิจารณารอบที่ 2 จากยูเนสโก เตรียมประกาศเป็นบุคคลสำคัญของ โลก ต.ค.นี้ และจะจัดงานเฉลิมฉลองในวาระครบ 100 ปี ต้นปีหน้า ส่วน “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์” จะประกาศยกย่องพร้อมกัน แต่รอจัดงานเฉลิมฉลองครบ 100 ปี พ.ศ.2554
วันนี้ (29 มิ.ย.) นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยได้เสนอชื่อ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ต่อคณะกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO) กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โครงการเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของยูเนสโก ประจำปี 2553-2554 นั้น
นางอรชาต สืบสิทธิ์ รองผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ยืนยัน ผลการประชุมพิจารณารอบที่ 2 ของคณะกรรมการกลั่นกรองคัดเลือกบุคคลสำคัญของโลกทั้ง 5 สาขา การศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้ผ่านการพิจาณาแล้ว
นายธีระกล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนต่อไปคณะกรรมการกลั่นกรองจะนำเข้าสู่คณะกรรมการบริหารของยูเนสโก เพื่อรับรองมติในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 35 เพื่อประกาศให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นบุคคลสำคัญของโลกอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค. ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้ เมื่อยูเนสโกประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้ว ประเทศไทย จะต้องจัดงานเฉลิมฉลองนับตั้งแต่ วันที่ 21 มกราคม 2553 ซึ่งถือเป็นวันเกิดของครูเอื้อ สุนทรสนาน ในวาระครบรอบ 100 ปี จนถึงวันที่ 21 มกราคม 2554 ด้วย ส่วนการเสนอชื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นบุคคลสำคัญของโลกนั้น คาดว่าจะประกาศผลพร้อมกันในเดือนต.ค.และจะมีการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปีในปี 2554 ถึง 2555

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
“ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้มีผลงานมากมาย เป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี นักประพันธ์ทำนองที่มีผลงานเพลงมากมายหลายประเภท เช่น เพลงถวายพระพร เพลงลอยกระทง เพลงปลุกใจ เพลงสดุดี เพลงประจำจังหวัด นอกจากนี้ยังเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์อีกด้วย” รมว.วัฒนธรรม กล่าว
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2552
*********************************************************** |
*** สรุปแล้ว 4 ชื่อแพนด้าน้อยรอการโหวต ***
|

ในที่สุดทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ก็ได้แจ้งให้กับประชาชนทราบการอย่างเป็นทางการแล้วว่าได้ 4ชื่อที่เหมาะสมจะคัดเลือกให้กับแพนด้าน้อยแล้ว ได้แก่ หญิงหญิง, ไทจีน, หลินปิง และขวัญไทย
ทั้งนี้ก่อนหน้าทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งได้ทำการคีย์ชื่อแพนด้าน้อยที่ประชาชนส่งชื่อเข้าประกวดลงในคอมพิวเตอร์ ผลปรากฏว่ามี 10 ชื่อยอดฮิต ได้แก่ ไทไทย ,หลินช่วง,ล้านนา,หลินหลิน,ขวัญใจ,เอื้องหลิน,ไทยไทย,เชียงใหม่,ไทยจีน และหลิงหลิง เป็นที่น่าสังเกตว่า10 ชื่อยอดฮิตมีเพียงชื่อ "ไทจีน" เท่านั้นที่ได้รับการคัดเลือกติด1ใน4
ทั้งนี้คณะกรรมการใช้วิธีการลงคะแนนแบบเดียวกับการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่จะไม่ระบุที่มาของชื่อ เพื่อความเป็นธรรม ซึ่งรายชื่อที่คณะกรรมการเลือกมากที่สุด 10 อันดับ จะถูกคัดเลือกออกมาในรอบแรกนี้ จากนั้นคณะกรรมการขององค์การสวนสัตว์ จะคัดเลือกให้เหลือเพียง 4 ชื่อสุดท้ายอีกครั้ง
เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศโหวตชื่อที่ดีที่สุดต่อไป สำหรับผู้ที่ตั้งชื่อมาจนได้รับคัดเลือกในรอบสุดท้าย 4 ชื่อ ซึ่งอาจจะมีซ้ำกัน จะจับสลากเพื่อหาผู้โชคดีเป็นตัวแทนของการตั้งชื่อทั้ง 4 ชื่อ เพื่อมอบรางวัลให้รางวัลละ 1 แสนบาท รวมรางวัลในรอบแรก 4 แสนบาท
เมื่อได้ชื่อทั้ง 4 ชื่อแล้ว จะพิมพ์ชื่อทั้งหมดลงในไปรษณียบัตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการโหวตชื่อแพนด้าน้อย โดยจะเปิดให้โหวตตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. จนถึงวันที่ 5 ส.ค. และจะประกาศผล พร้อมกับจับสลากผู้โชคดีในวันที่ 12 ส.ค. โดยมีรางวัลใหญ่ เป็นเงินสด 1 ล้านบาท รถยนต์ 1 คัน แพ็กเกจทัวร์ กรุงเทพฯ-เฉิงตู 2 ที่นั่ง รางวัลที่ 2 มี 2 รางวัล เป็นรถยนต์ 1 คัน และแพ็กเกจทัวร์ กรุงเทพฯ-เฉิงตู 2 ที่นั่ง และรางวัลที่ 4-15 เป็นแพ็กเกจทัวร์ กรุงเทพฯ-เฉิงตู รางวัลละ 2 ที่นั่ง ซึ่งทุกรางวัลจะได้เดินทางไปชมศูนย์อนุรักษ์แพนด้าที่เฉิงตู
อนึ่ง สำหรับไปรษณียบัตรเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมโหวต ซึ่งประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถไปซื้อไปรษณียบัตรพิเศษ ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ส่วนต่างจังหวัด ไปรษณียบัตรจะถูกส่งไปอย่างพร้อมเพรียงในวันที่ 22 มิถุนายน2552ที่จะถึงนี้
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 มิถุนายน 2552
*********************************************************** |
*** ไต้หวันเพิ่มกำลังยามฝั่งหมู่เกาะสแปรตลีย์ ***
|

ไฟล์ภาพเรือตรวจการณ์ของยามฝั่งทะเลไต้หวันขณะออกปฏิบัติงาน - เอเอฟพี
ยามฝั่งไต้หวันเผยว่า เตรียมเสริมกำลังยามฝั่งทะเลบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ หมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนใต้ เพื่อตรวจตราหลังจากพบเรือประมงต่างชาติเพิ่มขึ้นผิดสังเกต
ปัจจุบันหน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งของไต้หวันมีสำนักงานอยู่ที่เกาะไท่ผิง ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสแปรตลีย์บริเวณทะเลจีนใต้ รายงานว่าปัจจุบันจำนวนเรือประมงของต่างชาติเข้ามายังบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานโดยอ้างซือ อี้เจ๋อโฆษกหน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งไต้หวันว่า มาตรการเสริมกำลังเรือตรวจการณ์ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ที่อยู่ห่างจากไต้หวันไปทางใต้ราว 1,500 กิโลเมตร มีขึ้นหลังจากที่ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบเรือประมงต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือสัญชาติจีนกว่า 500 ลำ โดยจำนวนเรือทั้งหมดมีมากเป็นสองเท่าจากสถิติตลอดปี 2551
ขณะเดียวกันรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันยืนยันอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ว่าเป็นของไต้หวัน รวมถึงหมู่เกาะอื่นๆ อีก 3 เกาะในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นช่องจราจรทางทะเลที่สำคัญ และกำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างหลายประเทศในขณะนี้
“หมู่เกาะสแปรตลีย์เป็นของไต้หวันไม่ว่าจะพิจารณาในแง่ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ หรือกฎหมายระหว่างประเทศ” เจมส์ จาง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันกล่าว
ทั้งนี้ ไต้หวัน เวียดนาม จีน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ต่างก็อ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ พร้อมทั้งเข้าถือครองเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะนี้ หรือจัดตั้งกองกำลังทหารและสร้างป้อมปราการตามแนวปะการังต่างๆ เนื่องจากตั้งอยู่ในบริเวณที่คาดว่าเป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ แม้ว่าพื้นที่โดยรวมรวมกันไม่ถึง 5 ตารางกิโลเมตร
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 มิถุนายน 2552
*********************************************************** |
*** ยูเอ็นลงมติเอกฉันท์คว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มเติมตอบโต้ทดสอบนุก ***
|
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติลงมติเป็นเอกฉันท์ รับมาตรการคว่ำบาตรต่อโครงการขีปนาวุธและปรมาณูของเกาหลีเหนือเข้มข้นยิ่งขึ้น ตามหลังการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 2 ของเปียงยางเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม
15 ชาติสมาชิกทั้งหมดให้การรับรองมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมที่ผลักดันโดย อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา
ถ้อยคำในมาตรการนี้ไม่ได้ให้อำนาจในการใช้กำลัง แต่เรียกร้องให้ชาติสมาชิกของสหประชาชาติขยายมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมตอบโต้การทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมและการยิงขีปนาวุธบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมคืออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อเรือสินค้าต้องสงสัยผ่านเข้าออกจากท่าเรือของเกาหลีเหนือสู่ทะเลเปิดได้ทุกลำ เพื่อป้องกันเกาหลีเหนือรับหรือส่งออกวัตถุดิบสร้างอาวุธนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธพิสัยยิงไกลข้ามทวีป ตลอดจนสกัดกั้นการดำเนินธุรกรรมทางการเงินของเกาหลีเหนือกับนานาชาติ
มาตรการนี้ได้เรียกร้องชาติคอมมิวนิสต์ ถอนถ้อยแถลงขอถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และคืนสู่โต๊ะเจรจา 6 ฝ่ายในทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องชาติสมาชิกให้ขัดขวางการโอนย้ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นๆที่อาจเป็นการสนับสนุนโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือด้วย
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 มิถุนายน 2552
*********************************************************** |
*** หลินฮุ่ย คลอดฟ้าผ่าลูกแพนด้าตัวแรกในไทย ***
|

“หลินฮุ่ย” คลอดฟ้าผ่าลูกแพนด้าตัวแรกในประเทศไทย หลังเพิ่งผสมเทียมได้เพียง 3 เดือน
อนึ่ง ที่ผ่านมา ทางทีมงานสัตวแพทย์โครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย ได้พยายามทำการผสมพันธุ์แพนด้า “ช่วงช่วง” และ “หลินฮุ่ย” มาตั้งแต่ปี 2550 ที่เป็นครั้งแรก ด้วยการให้ผสมพันธุ์ด้วยวิธีการตามธรรมชาติ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ต่อมาในปี 2551 จึงได้มีการนำวิธีการผสมเทียมมาใช้ด้วย โดยการฉีดน้ำเชื้อของ “ช่วงช่วง” เข้าไปในรังไข่ของ “หลินฮุ่ย” แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย จนกระทั่งในปี 2552 ที่มีการผสมเทียมอีกครั้งและประสบผลสำเร็จในที่สุด
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** เอเชีย-ยุโรปประณามเกาหลีเหนือแต่แหยงพม่า ***
|

ภาพเอเอฟพีวันที่ 26 พ.ค.2552 บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย-โรป (ASEM) ประชุมกันเคร่งเครียดในวันสุดท้ายในกรุงฮานอยขณะเตรียมออกคำแถลงร่วมฉบับหนึ่งประณามเกาหลีเหรือ แต่ไม่สามารถประณามทางกาทหารพม่าได้ เพียงแต่เรียกร้องให้ปล่อยตัวนางอองซานซูจีกับนักโทษการเมืองเท่านั้น
ที่ประชุมรัฐมนตรีเอเชีย-ยุโรปกว่า 30 ประเทศที่ปิดลงในกรุงฮานอยเมื่อวันอังคาร (26 พ.ค.) ออกคำแถลงร่วมฉบับหนึ่งประณามระบอบเผด็จการเกาหลีเหนืออย่างแข็งกร้าวหลังการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินในข่วงสุดสัปดาห์ แต่คำแถลงร่วมดังกล่าวไม่สามารถกล่าวประณามระบอบเผด็จการทหารในพม่าได้
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** เกาหลีเหนือทดลอง‘นุก’รอบใหม่ โลก‘ผวา’ทั้งมิตร-ศัตรูต่างประณาม ***
|

ภาพจากสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ เมื่อวันที่ 5 มกราคม เป็นภาพการทดสอบอาวุธจากสถานที่ไม่เปิดเผยในเกาหลีเหนือ
เอเอฟพี/รอยเตอร์– เกาหลีเหนือเมื่อวันนี้(25)ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ลูกใหม่ซึ่งมีอานุภาพยิ่งกว่าลูกแรกหลายเท่าตัว ทำให้ทั้งศัตรูและพันธมิตรต่างโรกธกริ้ว และเร่งให้สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เรียกประชุมวาระฉุกเฉิน
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** กกต.ไม่รับจดตั้งพรรค “พ.ป.ป.” ชี้ข้อบังคับผิด พ.ร.บ.พรรคการเมืองเพียบ ***
|
เลขาฯ กกต.เผยนายทะเบียนพรรคการเมือง มีมติไม่รับจดแจ้งจัดตั้งพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือชื่อย่อ พ.ป.ป.ชี้ข้อบังคับหลายข้อผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ทั้งชื่อพรรคภาษาอังกฤษที่ซ้ำกับพรรคประชาภิวัฒน์ ขณะคนขอจดบางคนเป็นสมาชิกพรรคมหาชน
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.แถลงว่า กกต.มีมติไม่ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พ.ป.ป.) หรือ P.A.D.ที่มี นางภานุมาศ พรมสูตร หัวหน้าพรรคได้ยื่นขอต่อ กกต. ทั้งนี้ เนื่องจากจากการตรวจสอบของฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง พบว่า นางรุ่งรัตน์ เป็นกระโทก สมาชิกพรรคของผู้ร่วมขอจัดตั้งพรรคฯ มีชื่อปรากฏเป็นสมาชิกพรรคมหาชน และเมื่อพิจารณาชื่อพรรคที่เป็นภาษาอังกฤษและชื่อย่อภาษาอังกฤษก็คล้ายหรือซ้ำกับพรรคประชาภิวัฒน์ ที่ถือว่าขัดกับมาตรา 9 วรรคสอง พ.ร.บ.พรรคการเมือง 50 ที่ห้ามไม่ให้ชื่อพรรคการเมือง ซ้ำ พ้อง หรือมีลักษณะคล้ายคลึงกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของผู้จดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น หรือของพรรคการเมืองที่ได้จดแจ้งไว้ก่อนตามมาตรา 12 หรือของพรรคการเมืองที่ถูกยุบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า ข้อบังคับพรรคพันธมิตรฯ หลายข้อขัดต่อ พ.ร.บ.พรรคการเมือง
อนึ่ง พรรค พ.ป.ป.ดังกล่าว ไม่ใช่พรรคการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีบทบาทในการขับไล่ระบอบทักษิณและต่อต้านคอร์รัปชันในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแต่อย่างใด
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** อิหร่านประกาศศักดา ทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่สำเร็จแล้ว ***
|

ภาพจากสถานีโทรทัศนือัลอลามเผยภาพการยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางรุ่นใหม่ของอิหร่าน จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผย
เอเอฟพี - ประธานาธิบดีมะห์มุด อาห์มาดิเนจัด ผู้นำอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านได้ทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางรุ่นใหม่ พร้อมกับย้ำว่าจะไม่ยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของตน
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** นายกฯลองขับรถพลังงานไฮโดรเจนคันแรกของไทย ***
|


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทดลองขับรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นรถยนต์เชื้อเพลิงคันแรกที่ผลิตโดยคนไทย ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากพลังงานไฮโดรเจนและเซลส์เชื้อเพลิง ซึ่งจะไม่กินน้ำมัน ไม่มีเสียงดังของเครื่องยนต์ และไม่มีควันพิษทำลายสุขภาพ โดยนายกรัฐมนตรีได้ทดลองขับไปบริเวณรอบอาคารสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** สหรัฐฯ-รัสเซียเริ่มเจรจาลด “นุก” ***
|

ประธานาธิบดีดมิตริ เมดเวเดฟ ผู้นำรัสเซีบ พบกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา
เอเอฟพี - สหรัฐฯ และรัสเซีย ประเดิมเจรจาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์รอบแรก วันนี้ (19) โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การจัดทำสนธิสัญญาฉบับใหม่ มาทดแทนสนธิสัญญาลดอาวุธนิวเคลียร์ยุทธศาสตร์ (Strategic Arms Reduction Treaty - START) ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 5 ธันวาคม ปีนี้
อนึ่ง สนธิสัญญา START ลงนามเมื่อปี 1991 ในยุคสงครามเย็น โดยระบุให้สหรัฐฯ ลดอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของหัวรบนิวเคลียร์จาก 9,986 หัวรบลงมาเป็น 8,556 หัวรบ ขณะที่โซเวียตลดจาก 10,237 หัวรบ ลงมาเป็น 6,449 หัวรบ โดยมีกระบวนการตรวจสอบด้วยว่าทั้งสองฝ่ายได้ปฏิบัติตามสนธิสนธิสัญญาหรือไม่
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** ศาลสั่ง “ทนายสมชาย” เป็นบุคคลสาบสูญ-เมียรอยื่นขอเป็น ผจก.มรดกต่อ! ***
|

ศาลแพ่ง สั่งให้ “สมชาย นีละไพจิตร” อดีตประธานชมรมกฎหมายมุสลิม เป็นบุคคลสาบสูญ เนื่องจากหายตัวไปจากภูมิลำเนาครบ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 61 ขณะที่เมียนางอังคณา นีละไพจิตร รอยื่นร้องเป็น ผจก.มรดกต่อ
|
ที่มา : ทีมข่าวอาชญากรรม ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** เปิด“โรงไฟฟ้ากังหันลม”โคราชใหญ่สุดของไทย - กฟผ.เล็งทุ่มอีกพันล้าน - ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว ***
“รมว.พลังงาน” ประธานเปิด “โรงไฟฟ้ากังหันลมลำตะคอง” ใหญ่ที่สุดของไทย บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว เผยเป็นพลังงานสะอาดลดก๊าซเรือนกระจกปัญหาโลกร้อน ประเดิมติดตั้งกังหันลม 2 เครื่องมูลค่า 145 ล้าน ผลิตไฟฟ้าได้ 2.5 เมกะวัตต์ ระบุเอกชนสนใจเข้ามาลงทุนจำนวน มากในหลายพื้นที่ ด้านผู้ว่า กฟผ.เผยทดลองใช้ 1 ปี ก่อนทุ่มงบฯ อีกกว่า 1,000 ล้าน ผุดเพิ่ม 15 เครื่องกำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ พร้อมหวังเนรมิตเป็นทุ่งกังหันลมแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่
วันนี้(15 พ..ค.) ที่ บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนของเขื่อนลำตะคอง เขายายเที่ยง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานพิธีเปิด “โรงไฟฟ้ากังหันลมลำตะคอง” ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จ.นครราชสีมาถือเป็นเมืองแห่งพลังงานทดแทน เพราะเป็นแหล่งผลิตพลังงานทดแทนจากพืชเกษตรโดยเฉพาะมันสำปะหลังและอ้อยใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ , พลังงานจากขยะ, พลังงานน้ำ และภายในปี 2554-55 นี้ โครงการวางท่อส่งแก๊ส NGV ของ ปตท. จะมาถึง จ.นครราชสีมา ซึ่งจะทำให้โคราชเป็นศูนย์กลางกระจายแก๊สNGV ของภาคีสาน
ล่าสุดวันนี้โคราชมีโรงไฟฟ้ากังหันลมซึ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังที่สะอาด และเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย หลังจากก่อนหน้านี้ในพื้นที่เดียวกันนี้ได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองสูบกลับไปแล้ว ซึ่งนับเป็นการพัฒนาการใช้พลังงานสะอาดในประเทศที่มีศักยภาพสูง เพิ่มทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน อีกทั้งจะเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาในด้านการวิจัยด้านพลังงานสะอาดสนองนโยบายรัฐบาล และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจ.นครราชสีมา ด้วย
โดยระบบผลิตไฟฟ้ากังหันลม ดังกล่าว เป็นเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน แต่ผลิตและนำเข้าจากประเทศจีน มีความสูง 68 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 64 เมตร ขนาดกำลังการผลิต 1.25 เมกะวัตต์/ชุด ดำเนินการติดตั้งไปแล้ว 2 ชุด รวมกำลังการผลิต 2.5 เมกะวัตต์ ใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 145 ล้านบาท สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณปีละ 4.6 ล้านหน่วย ทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ 1.1 ล้านลิตรต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,300 ตันต่อปี
สำหรับพื้นที่บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนของเขื่อนลำตะคอง เขายายเที่ยง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ..นครราชสีมา แห่งนี้มีศักยภาพของพลังงานลมดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย สามารถรับกระแสลมได้ทั้งลมมรสุมตะ วันออกเฉียงเหนือ (พ.ย.-เม.ย) และ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (พ.ค.-ต.ค.) มีความเร็วเฉลี่ย 5-6 เมตรต่อวินาที และ พื้นที่ จ.นครราชสีมา ยังมีอีกหลายอำเภอที่มีศักยภาพในการตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้ากังหันลม เช่น อ.ด่านขุนทด เป็นต้น
นพ.วรรณรัตน์ กล่าวต่อว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนั้นแม้ว่าต้นทุนจะสูงกว่าพลังงานทดแทนชนิดอื่นๆ ก็ตาม แต่ถือเป็นพลังงานที่ใช้ไม่มีวันหมดและมองระยะยาวถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาลงทุน โดยรัฐบาลจะรับซื้อไฟฟ้าในราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหน่วยละ 3.50 บาท เพื่อสร้างแรงจูงในให้ภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจเสนอตัวเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่
ทั้งนี้ตามแผนพลังงานทดแทน 15 ปีของไทย เราจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจาก 6.4% ของพลังงานทั้งหมดในปัจจุบัน เป็น 20% ในอีก 15 ปี ข้างหน้า โดยครึ่งหนึ่งหรือ 10% จะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานร่วมทั้ง พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และ พลังงานจากชีวมวล ไบโอแก๊ส เช่น พลังงานลมจาก 2.5 เมกะวัตต์ในวันนี้ จะเพิ่มเป็น 800 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องติดตั้งกังหันลมถึง 670 ตัวเป็นอย่างน้อย ส่วนอีกที่เหลือ 10% เป็น พืชพลังงาน เช่น มันสำปะหลัง, กากน้ำตาลมาผลิตเป็นเอทานอลมาผสมน้ำมันเบนซิน เป็นแก๊สโซฮอล์ และสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV ในภาคการขนส่ง
ด้านนายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าว่า การติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันลมลำตะคอง เป็นหนึ่งในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศปี พ.ศ. 2547-2562 (PDP 2004) ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อน ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกังหันลม ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2550 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กฟผ. ห่วงใยเรื่องพลังงานสะอาดมาก ซึ่งมีแผนใหญ่ที่วางไว้อยู่แล้วแต่ต้องใช้เวลา โดย กฟผ.มีแผนจะสร้างพลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานสะอาดให้ได้ 211 เมกะวัตต์ ภายในปี 2561 ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปมากแล้ว โดยได้สร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำไปแล้ว 84 เมกกะวัตต์ ลงทุนไป 4,000 กว่าล้านบาท
สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า พลังงานลม เริ่มต้นที่ ลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในวันนี้จำนวน 2 เครื่อง ใช้เงินลงทุน 145 ล้านบาท ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุด ส่วนผลกระทบด้านต่างๆ นั้นเท่าที่ศึกษาแล้วไม่มี ชาวบ้านโดยรอบพื้นที่โครงการให้การสนับสนุน และในอนาคตประมาณ 1 ปีข้างหน้า กฟผ.มีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้ากังหันลมที่นี่อีก 15 ชุด มีกำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท
“หากดำเนินการสำเร็จ ที่นี่จะกลายเป็นทุ่งกันหันลม เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ไปในตัวด้วย โดยทั้งนี้จะดูศักยภาพของกังหันลม 2 เครื่องนี้ไปประมาณ 1 ปี รวมถึงดูการตอบรับจากชาวบ้าน จากนั้นจึงจะขยายเพิ่มเติมตามแผนดังกล่าว ส่วนพื้นที่อื่นที่ กฟผ.มองไว้และมีศักยภาพลมพอที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมได้ คือ จ.ลพบุรี และ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์” นายสมบัติ กล่าว
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะแพงกว่าพลังงานทดแทนชนิดอื่น แพงกว่าเท่าตัว แต่เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนจึงมีเงินมาชดเชยให้ ขณะเดียวกันเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้านี้อย่างมาก
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** นาซาประสบความสำเร็จ ยานแอตแลนติส ทะยานสู่ห้วงอวกาศ ***
นาซา ปล่อยยานแอตแลนติส ออกจากฐานเอ็นเดฟเวอร์ แล้ว ในรัฐฟลอริดา พร้อมนักบินอวกาศ 7 คน เพื่อปฏิบัติภารกิจ ซ่อมบำรุงกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล ที่แตกหักเสียหาย เป็นเวลา 12 วัน...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันนี้ (12 พ.ค.) ว่า ยานกระสวยอวกาศแอตแลนติส ได้ทะยานออกจากฐานเอ็นเดฟเวอร์แล้ว ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี้ ในแหลมคานาวารัล รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 11 พ.ค. เวลา 14.01 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา 01.01 น. วันอังคาร ตามเวลาในไทยอย่างปลอดภัย โดยมีนักบินอวกาศ 7 คน เพื่อไปปฏิบัติภารกิจ ที่ 5 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายในการซ่อมบำรุงกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลของ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (นาซา) ที่แตกหักเสียหาย และจะติดตั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ 2 ตัว รวมถึงนำแบตเตอรี่และเครื่องรักษาการทรงตัวแทนของเดิม ซึ่งจะใช้เวลาปฏิบัติภารกิจ12 วัน
ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จจะทำให้กล้องฮับเบิลสามารถใช้งานได้อีกอย่างน้อย 5 ปี หลังจากนั้นนาซาจะส่งกล้องอวกาศตัวใหม่ ซึ่งมีชื่อว่า เจมส์ เวบบ์ ขึ้นไปทดแทน นาซาส่งกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลขึ้นสู่อวกาศ มาตั้งแต่ปี 2543 และที่ผ่านมาได้ส่งนักบินอวกาศขึ้นไปซ่อมแซมและปรับปรุงแล้ว 4 ครั้ง
สำหรับกระสวยอวกาศแอตแลนติส ถูกตั้งชื่อตามเรือสำรวจหลักของสถาบันสมุทรศาสตร์ เริ่มทำการบินครั้งแรกในเที่ยวบิน STS-51-J วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2528 ในฐานะยานขนส่งอวกาศลำที่ 4 ของสหรัฐอเมริกา มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ในปี พ.ศ. 2551 นาซาได้รักษาและยืดอายุการใช้งานของกระสวยอวกาศแอตแลนติส ให้สามารถปฏิบัติภารกิจจนถึงปี พ.ศ. 2553เพื่อให้จบโครงการกระสวยอวกาศ โดยเดิมนาซาตั้งใจจะปลดกระเษียนกระสวยอวกาศแอตแลนติสในปี พ.ศ. 2551
|
ที่มา : ไทยรัฐ 12 พ.ค. 52
*********************************************************** |
*** เตือนอหิวาต์กลับมาระบาดใหม่! เผยเจอเชื้อ “เอล ทอร์ โอกาวา” ที่พบไม่บ่อยในไทย ***
|
สธ.เตือนพบผู้ป่วยเป็นอหิวาตกโรคเพิ่มมากขึ้น กระจายทั่วประเทศ เผยเป็นเชื้อกลุ่ม “เอล ทอร์ โอกาวา”(Vibrio cholerae El Tor Ogawa) ที่ไม่ค่อยพบในเมืองไทยมานาน
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** คกก.กฤษฎีกาเห็นชอบ7เรตหนังเริ่มมิ.ย. ***
รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการพิจารณากฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ประเภทภาพยนตร์หรือเรตติ้งเรียบร้อยแล้ว เห็นชอบตามที่ วธ.เสนอแบ่งภาพยนตร์ออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้ 1. ภาพยนตร์ประเภทที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู 2. ภาพ ยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป 3. ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป 4.ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 5.ภาพยนตร์ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป 6.ภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู และ 7.ภาพยนตร์ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร ซึ่งขั้นตอนต่อไปเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอีกครั้ง และจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการเดือนมิถุนายนนี้
รองปลัดวธ. กล่าวอีกว่า หลังจากมีการประกาศใช้เรตติ้งจริงแล้ว จะมีการทดลองใช้กับภาพยนตร์ประมาณ 3-6 เดือน หากในทางปฏิบัติมีปัญหาเกิดขึ้นก็จะมีการสรุปผลให้คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติพิจารณาว่าสม ควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขหรือไม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม วธ. ได้ประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องภาพยนตร์ นำภาพยนตร์ตัวอย่าง 3 เรื่องมาทดลองใช้เรตติ้งในระบบอินเทอร์เน็ต ให้ประชาชนได้จัดระดับความเหมาะสมเรตติ้งควรอยู่ระดับใด และให้เกิดผลรูปธรรมได้ทำคู่มือเรตติ้งให้แก่ผู้ผลิต โรงภาพยนตร์ได้ศึกษานำไปสู่มาตรฐานสากลด้วย
|
ที่มา : สยามรัฐ 10 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** พระโคกินงา-หญ้า ทำนายข้าวปลาอาหาร น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ***
|
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ การเสี่ยงทายปีนี้พระโคกินงา-หญ้า ทำนาย พระโคกินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี
การเสี่ยงผ้านุ่ง 5 คืบ ปีนี้ พยากรณ์ว่า น้ำสำหรับปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2552
*********************************************************** |
*** สหรัฐ เปลี่ยนชื่อ "ไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1" ***
ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐ ออกแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาวว่า รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจเปลี่ยนชื่อไวรัสไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก หรือไข้หวัดหมู (swine flu) เป็น “ไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1″ เพื่อแก้ความเข้าใจผิดที่ว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้เกิดจากหมู จนทำให้บางประเทศยกเลิกนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐ
|
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
*********************************************************** |
*** เอ็น ทูลเกล้าถวายรางวัลเชิดชูพระเกียรติ พระองค์ภาฯ ***
“แม้ว่ามีจำนวนผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ผู้ต้องขังหญิงก็มักจะเป็นผู้ถูกละเลยในทัณฑสถาน และแม้ว่าข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำ ค.ศ. 1955 จะครอบคลุมถึงการดูแลนักโทษทั้งหมดโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ดี เราต้องยอมรับว่าข้อกำหนดดังกล่าวมิได้ คำนึงถึงความต้องการจำเพาะของผู้ต้องขังหญิงเท่าที่ควร”
พระดำรัส พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยา ในพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 18 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2552
พระปรีชาญาณในการทรงงานด้านการยุติธรรม ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาชาติอีกครั้ง เมื่อผู้อำนวยการบริหารสำนักงานคณะกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม หรือ UNODC ได้ทูลเกล้าถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุด Medal of Recognition แด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในโอกาสการเสด็จไปทรงเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 18 ณ สำนักงานสหประชาชาติ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ระหว่างวันที่ 15- 19 เมษายน 2552
|
ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 28 เมษายน 2552
*********************************************************** |
*** เอ็นลงมติประณามการยิงจรวดของเกาหลีเหนือ ***
เอเจนซี - คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันจันทร์(13)มีมติเอกฉันท์ประณามการยิงจรวดพิสัยไกลของเกาหลีเหนือ ระบุเป็นปฏิบัติการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามยูเอ็นและต้องการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่มีอยู่ต่อเปียงยาง
คำแถลงที่ร่างโดยสหรัฐฯและได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นแห่งสหประชาชาติและญี่ปุ่นเมื่อวันเสาร์(11) ยังมีคำสั่งให้คณะกรรมาธิการมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติเริ่มต้นบังคับใช้มาตรการลงโทษทางการเงินและห้ามค้าขายอาวุธตามมติ1718
"คณะมนตรีความมั่นคงแห่งประชาชาติ ขอประณามปฏิบัติการของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเหนือ ซึ่งฝ่าฝืนมติ1718ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติปี 2006" แถลงการณ์ระบุ
สหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ย้ำว่าการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเมื่อวันที่ 5 เมษายน ของเกาหลีเหนือ ไม่ใช่โครงการดาวเทียมตามที่กล่าวอ้าง และในมติ1718ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติสั่งห้ามเปียงยางยิงทดสอบขีปนาวุธทุกชนิด แม้จะอ้างว่าใช้ปล่อยดาวเทียมเพื่อการสื่อสารและเพื่อสันติก็ตาม
ญี่ปุ่นพยายามผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นประกาศว่าเปียงยางฝ่าฝืนมติ แต่ในเบื้องต้นจีนและรัสเซีย ใช้สิทธิ์โหวตวีโตมาตรการคว่ำบาตรนี้
|
ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 เมษายน 2552
*********************************************************** |
*** นาโตประกาศผนึกกำลังหนุนสงครามอัฟกัน-ตั้งเลขาฯคนใหม่ ***
 แอนเดอร์ ฟอกห์ ราสมุสเซน นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก
เอเอฟพี - ผู้นำสมาชิก 28 ชาติของกลุ่มองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ให้คำมั่นว่าจะร่วมสนับสนุนภารกิจของพันธมิตรในอัฟกานิสถาน ขณะที่แอนเดอร์ ฟอกห์ ราสมุสเซน นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์ก ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการของกลุ่มคนใหม่
|
ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 4 เมษายน 2552
*********************************************************** |
*** สรุปผลการประชุมซัมมิตลอนดอน ***
|
บีบีซีนิวส์ - ภายหลังการประชุมที่กรุงลอนดอนเป็นเวลา 1 วันเมื่อวันพฤหัสบดี(2) บรรดาผู้นำกลุ่มจี20 ได้เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมกล่าวถึงเรื่องต่างๆ ที่พวกเขาตกลงกันเพื่อใช้ต่อสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจโลกเวลานี้ นอกจากนั้น ขณะที่เขากล่าวปิดการประชุมซัมมิตจี20 คราวนี้ นายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษในฐานะเจ้าภาพ ก็ได้กล่าวกับที่ประชุมแถลงข่าวว่าสามารถทำข้อตกลงมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ หัวข้อสำคัญๆ ของแถลงการณ์ร่วมและคำแถลงของบราวน์พอจะสรุปได้ดังนี้
**ระเบียบกฎเกณฑ์ด้านการเงิน**
--ชมรมเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability Forum) จะถูกแทนที่ด้วย คณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability Board) โดยที่จะได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นเป็นอันมาก
--ต่อไปจะมีการออกระเบียบกฎเกณฑ์และระบบการกำกับดูแล สถาบันการเงิน, เครื่องมือทางการเงิน, และตลาดการเงินทุกๆ ประเภท
--การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า พวกกองทุนเฮดจ์ฟันด์ จะต้องถูกคุมโดยกฎระเบียบระดับโลกเป็นครั้งแรก
--ประเทศจี20ให้คำมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่อันเข้มงวดระดับโลก ว่าด้วยการจ่ายเงินเดือนและโบนัส
--จะมีการจัดตั้งมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ
--จะมีการออกระเบียบกฎเกณฑ์สำหรับพวกบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เพื่อแก้ไขปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทประเภทนี้
--มีการตกลงกันเกี่ยวกับวิธีการร่วมกัน ในการเข้าสะสางสินทรัพย์เน่าเสียของธนาคารต่างๆ
**ดินแดนที่ถูกใช้เพื่อหนีภาษี**
--จะมีการลงโทษพวกดินแดนที่ถูกใช้เพื่อหนีภาษี ซึ่งไม่ยอมส่งข้อมูลให้เมื่อได้รับการร้องขอ
--องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ(โออีซีดี) เพิ่งเผยแพร่บัญชีรายชื่อประเทศที่ถูกประเมินจากโออีซีดีว่า กระทำกันขัดกับมาตรฐานสากลในเรื่องการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลด้านภาษี
**ไอเอ็มเอฟ**
--ทรัพยากรสำหรับให้ไอเอ็มเอฟไปใช้ปล่อยกู้แก่ประเทศที่มีปัญหา จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตัว คือเป็น 750.000 ล้านดอลลาร์
--ในจำนวนนี้จะเป็นกลไกการเบิกเงินเกินบัญชีใหม่ หรือก็คือการจัดสรร special drawing rights เป็นจำนวน 250,000 ล้านดอลลาร์
--จะกันเงินอีก 6,000 ล้านดอลลาร์จากการขายทองคำสำรองของไอเอ็มเอฟ เพื่อใช้ปล่อยกู้ให้แก่พวกประเทศยากจนที่สุด
--จี20 ยังสนับสนุนให้บรรดาธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี เพิ่มการปล่อยกู้ให้แก่พวกประเทศยากจนที่สุดของโลก เป็นจำนวนอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์
**การค้าโลก**
--จะมีการให้คำมั่นสัญญาทางการเงินในวงเงิน 250,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้สนับสนุนทางการเงินให้แก่การค้าระหว่างประเทศภายในระยะเวลา 2 ปีจากนี้ไป
--ความสนับสนุนทางการเงินดังกล่าวนี้ จะดำเนินการผ่านทางพวกหน่วยงานสินเชื่อเพื่อการส่งออกและการลงทุน ตลอดจนผ่านพวกธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี
--จะขอให้บรรดาหน่วยงานกำกับดูของประเทศต่างๆ ใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นที่มีอยู่แล้ว ในเรื่องข้อกำหนดด้านเงินทุนสำหรับเรื่องการเงินเพื่อสนับสนุนการค้า
**ลัทธิกีดกันการค้า**
--จี20 ให้สัญญาว่าจะต่อต้านลัทธิกีดกันการค้า
--มีการให้คำมั่นสัญญาที่จะระบุชื่อประเทศที่ละเมิดกฎเกณฑ์การค้าเสรี เพื่อให้เกิดความอับอาย
--จี20 จะแจ้งให้องค์การการค้าโลก (WTO) ทราบถึงมาตรการใดๆก็ตามที่กีดขวางการไหลเวียนของเงินทุนในทั่วโลก
--จี20 จะเรียกร้องให้ WTO ตรวจสอบติดตามและรายงานต่อสาธารณชนในเรื่องเหล่านี้เป็นรายไตรมาส
**การตั้งงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ**
--ถึงแม้ไม่ได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับการส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันใช้มาตรการด้านงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของตนเพิ่มเติม แต่กอร์ดอน บราวน์ แถลงว่า บรรดาประเทศจี20 กำลังลงมือดำเนินการอยู่แล้วเพื่ออัดฉีดเงินเป็นจำนวนถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีหน้า ซึ่งเขากล่าวว่าเป็น "การกระตุ้นทางด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ใหญ่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมา"
|
ที่มา : โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 3 เมษายน 2552
*********************************************************** |
*** ใครได้ใครเสียจากการประชุมซัมมิตจี20 ***
เอเจนซี - บรรดาผู้นำกลุ่มจี20 ที่เข้าร่วมการประชุมในกรุงลอนดอน ไม่ได้มีความคิดเห็นและผลประโยชน์ที่สอดคล้องกันไปเสียหมด ในด้านหนึ่งก็เหมือนกับว่าพวกเขามีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของบรรดาวิธีแก้ไขวิกฤตระหว่างประเทศครั้งนี้ และต่างก็พยายามผลักดันให้วิธีของตนได้รับการยอมรับ เราจะไปดูว่า มีใครเสนอเรื่องอะไรและได้อะไรไปบ้าง
**การตั้งงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ**
ท่าทีของประเทศต่าง ๆ: สหรัฐฯ, ญี่ปุ่นและอังกฤษเป็นผู้นำเสนอเรื่องนี้แข็งขันที่สุด โดยหวังจะให้ประเทศต่าง ๆทั่วโลกอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีเป็นผู้นำกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยเพราะต้องการจะรอผลของมาตรการที่ใช้ไปก่อนหน้านี้เสียก่อน
ผล:ที่ประชุมไม่ได้มีข้อตกลงเรื่องมาตรการอัดฉีดเม็ดเงิน ซึ่งเยอรมนีแสดงความพอใจต่อเรื่องนี้ออกมาชัดเจน
**การกำกับดูแลตลาดการเงิน**
ท่าทีของประเทศต่าง ๆ: ฝรั่งเศสและเยอรมนีร่วมกันประสานเสียงกดดันให้มีการควบคุมความประพฤติของพวกเฮดจ์ฟันด์อย่างหนักหน่วง ซึ่งข้อนี้เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิลแห่งเยอรมนีได้พยายามผลักดันมาตั้งแต่ก่อนวิกฤตการเงินแล้ว และประเทศในเอเชียที่เคยเป็นเหยื่อวิกฤตการเงินก็เรียกร้องก่อนหน้านี้นานมากแล้ว ในขณะที่ญี่ปุ่นบอกว่าการกำกับดูแลน่าจะสำคัญน้อยกว่าการเยียวยาเศรษฐกิจโลก
ผล:ที่ประชุมจี 20 ให้คำมั่นชัดเจนว่าจะขยายขอบเขตการกำกับดูแลและควบคุมให้ครอบคลุมถึงสถาบันการเงินที่สำคัญทุกชนิด รวมทั้งผลิตภัณฑ์การเงินและตลาดการเงินและตลาดทุนทั้งมวลด้วย บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อก็ยังถูกรวมเข้าไปในระบบกำกับดูแลใหม่นี้ด้วยเช่นกัน
**เสริมความแข็งแกร่งให้ไอเอ็มเอฟ**
ท่าทีของประเทศต่าง ๆ: ออสเตรเลีย, แคนาดา, และแอฟริกาใต้ต่างเรียกร้องให้เพิ่มทรัพยากรเพื่อให้ไอเอ็มเอฟสามารถปล่อยกู้ได้มากขึ้น ในขณะที่รัสเซีย, อาร์เจนตินา, จีน, อินเดีย, และซาอุดีอาระเบียและอื่น ๆพยายามนำเสนอเรื่องการเพิ่มสิทธิการออกเสียงให้แก่ประเทศเศรษฐกิจเฟื่องฟูใหม่
ผล:ไอเอ็มเอฟได้เม็ดเงินสำหรับให้กู้ยืมมากกว่าที่คาดไว้มหาศาล แต่เรื่องการทำให้เกิดความสมดุลในการออกเสียงกลับมีผลออกมาน้อยกว่าที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องการ
**การค้า**
ท่าทีของประเทศต่าง ๆ: บราซิล และอังกฤษออกมากล่าวถึงตัวเลข 100,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นวงเงินเงินสินเชื่อก้อนใหม่สำหรับกระตุ้นการค้าระหว่างประเทศ
ผล: ได้เม็ดเงินสินเชื่อมา 250,000 ล้านดอลลาร์
**การกีดกันทางการค้า**
ท่าทีของประเทศต่าง ๆ: อังกฤษ, สหรัฐฯ, เกาหลีใต้, แคนาดาและอินเดียต่างเรียกร้องกลุ่มจี 20 ให้คำมั่นว่าจะไม่ใช้วิธีการปกป้องทางการค้า
ผล:ที่ประชุมยืนยันท่าทีที่สรุปกันไปในการประชุมครั้งที่แล้ว ที่จะไม่เพิ่มกำแพงกีดกันทางการค้าและการลงทุน อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริง ประเทศในกลุ่มนี้ได้ออกมาตรการปกป้องธุรกิจในประเทศจากการแข่งขันภายนอกกันเพิ่มมากขึ้น ภายหลังการประชุมซัมมิตจี20กรุงวอชิงตันในเดือนพฤศจิกายนนปี 2008
**ดินแดนที่ถูกใช้เพื่อหนีภาษี**
ท่าทีของประเทศต่าง ๆ: ฝรั่งเศสและเยอรมนีจับมือกันเรียกร้องให้จัดการกับดินแดนเหล่านี้
ผล:ที่ประชุมตกลงขึ้นบัญชีดำกลุ่มประเทศที่เปิดให้มีเขตปลอดภาษีเหล่านี้ รวมทั้งพิจารณาคว่ำบาตรกันต่อไป
**สกุลเงินสำหรับทุนสำรองฯ**
ท่าทีของประเทศต่าง ๆ:จีนและรัสเซียต้องการให้หารือกันเรื่องเงินตราระดับโลกสกุลใหม่ สำหรับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของชาติต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกนอกเหนือจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้เงินตราสกุลใหม่ดังกล่าวน่าจะอิงกับ Special Drawing Rights ของไอเอ็มเอฟ
ผล:ไม่มีการหารือในหัวข้อนี้ แต่รัสเซียก็ใช้วิธีออกคำแถลงของตนเองในเรื่องนี้
|
ที่มา : โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 3 เมษายน 2552
*********************************************************** |
*** G20พลาด!ผู้นำ2ประเทศหายตัวชวดถ่ายภาพหมู่ ***
เอเอฟพี - บรรดาผู้นำจี20 ซึ่งกำลังหาทางสามัคคีร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจทรุดตัว กลับประสบความล้มเหลวถึง 2 ครั้งในการออกมายืนเข้าแถวให้พร้อมเพรียง สำหรับการถ่ายภาพหมู่ไว้เป็นที่ระลึกตามประเพณี
ขณะ ที่ประธานาธิบสหรัฐฯ บารัค โอบามา และบรรดาผู้นำประเทศของกลุ่มจี 20 รวมไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยตั้งแถวเพื่อถ่ายภาพหมู่กับสื่อมวลชนทั่วโลก ฝ่ายจัดการประชุมได้รับแจ้งในภายหลังว่านายกรัฐมนตรีแคนาดา สตีเฟน ฮาร์เปอร์ ไม่ได้ร่วมถ่ายภาพด้วย
อย่างไรก็ตามฝ่ายจัดการประชุมแก้ปัญหาด้วยการจัดให้ถ่ายภาพหมู่กันอีกครั้งในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา
กระนั้นก็ดีหนที่ 2 นี้ก็เกิดข้อผิดพลาดซ้ำขึ้นมาอีก เมื่อนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี แห่งอิตาลี ไม่ได้อยู่ร่วมด้วย เช่นเดียวกับ ซูซิโล บัมบัง ยุโธโยโน ของอินโดนีเซีย ที่ไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ไหน
ยังไม่มีคำชี้แจงต่อกรณีการขาดหายไปของผู้นำทั้ง 2 คน -- และฝ่ายจัดการประชุมบอกว่าไม่มีแผนถ่ายภาพหมู่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว
|
ที่มา : โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 2 เมษายน 2552
*********************************************************** |
*** IMF หนุนแนวคิดสกุลเงินโลก ***
|
เอเอฟพี - โดมินิก สเตราส์-คาห์น กรรมการผู้จัดการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวในวันพุธ (25) ว่า การถกเถียงเรื่องการสร้างสกุลเงินสำรองระดับโลกขึ้นใหม่ เพื่อนำมาใช้แทนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น "สิ่งที่ชอบธรรม" และอาจมีการหารือร่วมกันอย่างจริงจังถึงเรื่องดังกล่าว "ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า"
ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ (23) โจวเสี่ยวชวน ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีนได้เรียกร้องให้ทั่วโลกหันไปใช้ เอสดีอาร์ (Special Drawing Rights) กันให้มากขึ้น โดยเอสดีอาร์นี้เป็นสกุลเงินตราทางบัญชี ที่ไอเอ็มเอฟสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสินทรัพย์สำรองระดับโลกมาตั้งแต่เมื่อปี 1965
|
ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 26 มีนาคม 2552
*********************************************************** |
*** รัฐใจปํ้าแจกเงินอีก6กลุ่มอาชีพ ***
|
รัฐอัดฉีดเงิน อีกพันล้าน จ่าย 2 พันบาท ช่วยรากหญ้า 6 กลุ่มอาชีพที่ตกหล่นกว่า 5 แสนราย
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบให้เพิ่มเติมกลุ่มบุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือค่า ครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ โดยจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพในรูปของเช็คช่วยชาติคนละ 2,000 บาท เพิ่ม เติมอีก 6 กลุ่ม คือบุคลากรขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น จำนวน 199,338 คน พนักงานรัฐวิสาหกิจ 47,135 คน บุคลากรของหน่วยงานรูปแบบพิเศษ (องค์กรมหาชน) 1,282 คน ทหารเกณฑ์ของกระทรวงกลาโหม 154,200 คน กลุ่มครู บุคลากรด้านการศึกษาและบุคลากรอื่นในโรงเรียนเอกชน 132,604 คน และบุคลากรขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในกลุ่มนี้อยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลข ขณะที่ 5 กลุ่มเบื้องต้นนั้นมีจำนวนประมาณ 534,559 คน โดยใช้งบประมาณ 1,069.11 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่จัดสรรไว้อยู่แล้วตามกรอบวงเงินที่กำหนดไว้อยู่แล้ว และคาดว่ากลุ่มบุคคลที่เหลือ ทั้ง 6 กลุ่ม น่าจะครอบคลุมทุกกลุ่มบุคคลที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว โดยกำหนดจ่ายเช็คในกรอบเวลาเดิม คือ 26 มี.ค.-28 เม.ย.
|
ที่มา : เดลินิวส์
*********************************************************** |
*** นักประวัติศาสตร์อ้างพบชื่อแท้จริงของ"โคลัมบัส" ***
|
เอเอฟพี - นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งค้นพบทวีปอเมริกา คือ "เปโดร สกอตโต" - อันเป็นชื่อที่แท้จริงของนักสำรวจแห่งศตวรรษที่ 15 ซึ่งคุ้นหูกันดีในนาม "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส" ทั้งนี้จากงานวิจัยของนักประวัติศาสตร์ชาวสเปน
อัลฟอนโซ เอนซีนัต เด วิลลาลอนกา โต้แย้งความเชื่อต่าง ๆ ที่ยอมรับกันในวงกว้างเกี่ยวกับที่มาของนักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่คนดังกล่าว - - ที่เชื่อกันว่า โคลัมบัสคือบุตรชายของช่างทอผ้าในเมืองเจนัวของอิตาลี, หรือบ้างก็ว่า เขามาจากแคว้นคาตาโลเนียหรือกาลิเซียของสเปน หรือที่เชื่อกันว่า เขาคือชาวคอร์ซิกัน หรือชาวโปรตุเกส
หนังสือพิมพ์เอบีซีนิวส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (8) อ้างผลการวิจัยของวิลลาลอนกาที่โต้แย้งความเชื่อต่าง ๆ ของคนทั่วไป โดยระบุ โคลัมบัสมาจากเมืองเจนัวของอิตาลีจริง แต่เป็นลูกของพ่อค้าขายปลีก ไม่ใช่ช่างทอผ้า และเขาถูกตั้งชื่อเมื่อแรกเกิดว่า เปโดร ไม่ใช่ คริสโตเฟอร์" ส่วนนามสกุลของนักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่คนดังกล่าวคือสกอตโต และเขาไม่ใช่ชาวอิตาลีแต่เป็นคนเชื้อสายสกอต
"ดวงตาของเขาสีอ่อนและใบหน้าตกกระ เขามีผมสีบลอนด์ แม้ว่าจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอย่างรวดเร็วก็ตาม นี่คือถ้อยคำที่คนร่วมสมัยพรรณนาถึงตัวเขา ไม่มีอะไรเหมือนกับรูปภาพที่ถือเอาว่าเป็นตัวเขา โดยที่นั่นเป็นเรื่องที่ถูกประดิษฐ์สร้างขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง" นักประวัติศาสตร์ชาวสเปนผู้นี้กล่าวกับเอบีซีนิวส์
วิลลาลอนกาอ้างหลักฐานจากจดหมายเหตุของบรรดากษัตริย์คาทอลิค ซึ่งถูกเขียนโดยลูซิโอ มารินีโอ ซิกูโล ที่ระบุชื่อในงานเขียนของเขาว่า "เปโดร โคลัมบัส" ไม่ใช่คริสโตเฟอร์
นักประวัติศาสตร์ชาวสเปนคนดังกล่าวบอกว่า งานวิจัยชิ้นนี้ของเขารวบรวมมาจากการขุดคุ้ยจดหมายเหตุสำคัญต่าง ๆ ในแถบเจนัว ตลอดจนเอกสารสำคัญตามสถาบันการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และหอสมุดแห่งชาติของสเปน
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม 2552
*********************************************************** |
*** สมเด็จพระเทพฯ เสด็จ ฯ เป็นองค์ประธานเปิดขบวนรถไฟไทย-ลาว เที่ยวปฐมฤกษ์ ***
|
( 5 มี.ค. ) เวลา 08.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถไฟพระที่นั่งจากสถานีรถไฟอุดรธานี เสด็จพระราชดำเนิน ยังสถานีรถไฟหนองคาย ถึงเวลาประมาณ 09.00 น. จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของการเดินรถไฟ และขอพระราชทานเชิญเสด็จฯเปิดห้องสมุดการรถไฟแห่งประเทศไทยและเปิดการเดินขบวนรถไฟเป็นปฐมฤกษ์ระหว่างประเทศไทย-ลาว ระยะทาง 3..5 กิโลเมตร
จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลั่นระฆังปล่อยขบวนรถไฟแล้วเสด็จประทับรถไฟพระที่นั่ง จากสถานีรถไฟหนองคาย เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานีรถไฟ ท่านาแล้ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในเวลาประมาณ 10..00 น.นี้ และจะทรงประกอบพิธีเปิดรถไฟร่วม กับ นายบุญยัง วอละจิต รองประธานประเทศลาว
|
ที่มา : คมชัดลึก
*********************************************************** |
*** ข่าว:อาเซียนเตรียมลงนามข้อตกลงลดราคาน้ำมัน ***
|
เอเอฟพี - ชาติสมาชิกอาเซียนจะลงนามข้อตกลงด้านพลังงานในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเปิดทางให้ชาติสมาชิกซื้อน้ำมันในราคาลดในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ระดับสูงเผยวันนี้(28 กุมภาพันธ์ 2552)
เอส พาสปานาธาน รองเลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กล่าวว่าภายใต้ข้อตกลงนี้ชาติที่ส่งออกน้ำมันจะส่งปิโตรเลียมให้แก่ประเทศที่กำลังเกิดภาวะขาดแคลนในราคาต่ำ แต่ไม่แน่ชัดว่าข้อตกลงดังกล่าวจะลดราคาน้ำมันมากขนาดไหน
พาสปานาธาน กล่าวว่าราคาน้ำมันที่คาดการณ์ไม่ได้เป็นสิ่งที่ท้าทายต่อการรักษาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน และข้อตกลงดังกล่าวจะถูกลงนามระหว่างการประชุมอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ พาสปานาธานกล่าวด้วยว่า ข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกันมากขึ้นของอาเซียน เพื่อแผ้วถางทางเพื่อการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมตามแบบสหภาพยุโรปภายในปี 2015
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์
*********************************************************** |
***ข่าว: อายุเกิน 60 ปี ลงทะเบียนด่วน รับเบี้ยยังชีพ 500บาท ทุกเดือน
***
นายกฯลงนามประกาศใช้ระเบียบจ่ายเงินเบี้ย ยังชีพผู้สูงอายุเกิน 60 ปีบริบริบูรณ์ เดือนละ 500 บาทกว่า 4 ล้านคน ตั้งแต่เมษายนเป็นต้นไป ให้ไปลงทะเบียนที่องค์กรปกครองท้องถิ่นถึงวันที่ 15 มีนาคม 2552 เผยมีสิทธิได้รับทุกราย ยกเว้นผู้ในการสงเคราะห์-รับเงินจากหน่วยงานรัฐ
ที่มา : มติชน
*********************************************************** |
***ฮิลลารี"สาบานตนนั่ง รมต.ต่างประเทศสหรัฐเป็นทางการแล้ว
***
แม้ จะผ่านการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างไม่เป็นทางการมาแล้ว ในวันเดียวกับที่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภา วันที่ 21 มกราคม แต่ฮิลลารีเพิ่งได้ทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ กับรองประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ในฐานะประธานวุฒิสภาโดยตำแหน่งเมื่อวานนี้ ที่กระทรวงต่างประเทศในกรุงวอชิงตัน โดยมีสามี อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน, บุตรสาว เชลซี คลินตัน และมารดา นางโดโรธี ร็อดแฮม รวมถึงอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศหลายคน เช่น เฮนรี คิสซินเจอร์ และเมเดลีน อัลไบร์ท ร่วมเป็นสักขีพยาน
ที่มา : เนชั่น
*********************************************************** |
***30 ปีเพิ่งคืบ! วธ.เดินหน้าดัน “เรือสำรวจโบราณคดีใต้น้ำ” ลำแรก “แววมยุรา”
***
วธ.เผยโบราณคดีใต้ น้ำไทยติดอันดับต้นอาเซียน อึ้งกว่า 30 ปีเช่าเรือประมงสำรวจ ล่าสุดต่อโครงสร้างลำแรกชื่อ “แววมยุรา” คืบกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มสำนักโบราณคดีใต้น้ำเร่งจัดทำแผนแม่บทขออัตราเพิ่ม-ซื้อเรดาร์
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กุมภาพันธ์ 2552
*********************************************************** |
*** โรฮิงยา...ชีวิตที่ยิ่งกว่าศูนย์ / นพวรรณ สิริเวชกุล
***
โรฮิงยาชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในรัฐอาระกันหรือยะไข่ในแผ่นดินพม่ามาตั้งแต่ศตวรรษที่7 คือใครกันแน่?! ในมุมมองของรัฐบาลพม่ากล่าวว่า โรฮิงยาคือผู้ลี้ภัยอย่างผิดกฎหมาย...ในสายตาของชาวตะวันตกมองว่าโรฮิงยาเป็นกลุ่มชนที่ต้องรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน....และสายตาของคนไทยอย่างเราเล่า จะมองชนกลุ่มนี้ว่าอย่างไร?
โรฮิงยา Rohingya เป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ ข้อมูลหลากหลายบอกถึงจำนวนประชากรโรฮิงยาบนโลกใบนี้ว่ามีถึงล้านกว่าคน อาศัยอยู่มากทางตอนเหนือโดยเฉพาะในเขตมายูของยะไข่
หากเราย้อนกลับไปในอดีตครั้งที่แผ่นดินยังปกครองกันด้วยระบอบอาณาจักร ยะไข่เคยเป็นอาณาจักรหนึ่งที่มีเจ้าแผ่นดินเช่นเดียวกับอาณาจักรอื่นๆ หลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า ยะไข่เคยเป็นรัฐอิสระได้ไม่นาน ก็ถูกรุกรานจากอาณาจักรอื่นเสมอ
กษัตริย์ยะไข่นามพระเจ้านรเมฆลา ได้ขอความช่วยเหลือจากสุลต่านเบงกอล ให้ช่วยปกป้องอาณาจักรของตัว นับแต่นั้นมากษัตริย์ยะไข่จึงต้องมีพระนามแบบมุสลิมต่อท้าย
โดยมีสุลต่านเบงกอลเป็นผู้พระราชทานนามให้ตั้งแต่พ.ศ.1473 – 2074
ครั้งที่อังกฤษทำสงครามกับพม่าในครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2367 อังกฤษได้แคว้นยะไข่ ตะนาวศรี อัสสัม และมณีปุระ กระทั่งอีก 26 ปีต่อมา อังกฤษและพม่าทำสงครามกันอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้อังกฤษได้แคว้นพะโคของพม่ามาครอบครอง และกลายเป็นเจ้าอาณานิคม
เหตุการณ์ช่วงนี้ก่อความวุ่นวายให้กับคนในแผ่นดินนี้ พอดูทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอพยพคนจากแผ่นดินอื่น เข้ามาอยู่ อีกทั้งยังจัดสรรแผ่นดินส่วนนี้ให้ไปรวมอยู่กับแผ่นดินของอินเดีย ในนามของ British Burma โดยอังกฤษรวมยะไข่ ตะนาวศรี พะโค เข้าเป็นหน่วยปกครองเดียวกันและให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย และบางข้อมูลได้กล่าวไว้ว่า ในช่วงเวลานี้เองที่อังกฤษพยายามนำประชาชนชาวเบงกอลเข้ามาอยู่ในดินแดนยะไข่เพิ่มขึ้นและเรียกคนกลุ่มนี้ว่า โรฮิงยา และเสี้ยมให้ชาวพุทธกับมุสลิม เข้าห่ำหั่นกันเอง
หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติ พม่าได้รับเอกราช รัฐธรรมนูญของพม่าฉบับพ.ศ.2490 ยอมให้ดินแดนของชนกลุ่มน้อยอื่นๆ มีฐานะเป็นรัฐ ที่สามารถปกครองตนเองได้ ยกเว้นยะไข่ ที่ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของพม่าอย่างแท้จริง โดยมีฐานะเป็นเพียงภาคเท่านั้น
แล้วพม่าก็ประสบชะตากรรมอีกครั้งหนึ่งในปีพ.ศ.2516 เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประกาศไม่ให้รัฐใดมีสิทธิ์แยกตัวไปตั้งเป็นอิสระได้ นับเป็นต้นตอของปัญหาต่างๆที่ ยืดเยื้อยาวนานมากระทั่งปัจจุบัน
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว ชาวโรฮิงยาที่อยู่ติดแผ่นดินยะไข่นั้นเล่า จะตกอยู่ในสถานะเช่นใด?!
ชาวโรฮิงยาผู้มีลักษณะทางกายภาพคล้ายคลึงกับชาวเอเชียใต้ โดยเฉพาะชาวเบงกอล บางส่วนกล่าวว่าสืบเชื้อสายมาจากอาหรับ เปอร์เซีย และปาทาน บางข้อมูลก็กล่าวว่าอพยพเข้ามาในยะไข่ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโมกุล ด้วยเชื่อกันว่าอดีตบริเวณที่โรฮิงยาอาศัยในปัจจุบันนั้น เป็นถิ่นฐานของชาวอาหรับที่เดินทางเข้ามาค้าขายแต่โบราณ ราวศตวรรษที่ 7 – 12
โรฮิงยามีภาษาพูดเป็นของตัวเองคือภาษาอินดิค แน่นอนเขามีธงประจำชาติตัวเองด้วย
เมื่อทุกอย่างเดินทางมาถึงวันนี้ รัฐบาลพม่ามองว่าโรฮิงยาเป็นประชาชนลี้ภัยอย่างผิดกฎหมายและเป็นผู้อพยพมาจากบังคลาเทศ ในสมัยที่พม่าตกอยู่ในอาณานิคมของอังกฤษ ด้วยทัศนคติเช่นนี้เองที่ทำให้ โรฮิงยาไม่เคยได้รับการรวมเข้าเป็นกลุ่มชนพื้นเมืองในรัฐธรรมนูญของพม่าและแน่นอน ไม่เคยได้รับการรับรองเป็นสัญชาติพม่าด้วย
ปีพ.ศ.2521 รัฐบาลพม่ามีนโยบายสร้างชาติพม่า เพื่อกำจัดชาวต่างชาติที่เข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ในปีเดียวกันนั้นเอง ที่ชาวโรฮิงยากว่าสองแสนคนต้องลี้ภัยไปอยู่ในบังคลาเทศ หลังจากยุทธการ Dragon King โดยกองทัพพม่าทำขึ้นเพื่อกำจัดบุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย แน่นอนคะว่า กระบวนการนี้ส่งผลโดยตรงต่อคนบริสุทธิ์ และนำไปสู่การฆ่า ข่มขืน และทำลายทุกอย่าง
โรฮิงยาอพยพเข้าบังคลาเทศถึงสองระลอกในช่วงเวลาไล่เลี่ย แต่ที่สุดแล้ว รัฐบาลบังคลาเทศส่งตัวชาวโรฮิงยากว่า 5 หมื่นคนกลับพม่า มีการทำความเข้าใจระหว่างประเทศพม่าและบังคลาเทศ บ้านพักผู้ลี้ภัยของชาวโรฮิงยากว่า 6,000 คน ที่อาศัยอยู่ตามแม่น้ำนาฟ Naff ติดกับชายแดนพม่า ถูกรัฐบาลไล่ที่โดยอ้างว่า เป็นการสร้างที่อยู่อาศัยโดยผิดกฎหมาย
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2552
*********************************************************** |
*** “เวิน-ปูติน” ประสานเสียงที่ “ดาวอส” อัดทุนนิยม US จุดชนวนวิกฤตโลก
***
เอเอฟพี - นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ของจีน และ นายกรัฐมนตรี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ขึ้นพูดในวันแรกของการประชุม “ดาวอส” ด้วยการโจมตีความเกินเลยไม่มีบันยะบันยังของทุนนิยมสหรัฐฯ ว่า เป็นตัวจุดชนวนให้เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก
ระหว่างขึ้นพูดเมื่อวันพุธ (28) ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก (เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม - WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้นำของจีน กล่าวว่า “การแสวงหากำไรอย่างมืดบอด” คือ ตัวการทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1930
ส่วน ปูติน ของรัสเซีย ก็บอกว่า “พีระมิดแห่งความคาดหวังนี้คงจะพังทลายลงมาในไม่ช้าก็เร็ว และที่จริงแล้ว มันกำลังเกิดขึ้นอยู่ต่อหน้าต่อตาเราแล้วด้วย”
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มกราคม 2552
*********************************************************** |
*** กทม.กระตุ้นเศรษฐกิจเปิดจตุจักรวันศุกร์-ขายของถูกสนามหลวง
***
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. วันนี้( 27 ม.ค.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจและการช่วยเหลือประชาชนท่ามกลาง วิกฤตเศรษฐกิจ
โดยได้ข้อสรุปว่า ได้กำหนดให้เพิ่มวันขายของในตลาดนัดจตุจักรในวันศุกร์ โดยใช้พื้นที่บริเวณลานจอดรถของตลาดซึ่งมีอยู่กว่า 20 ไร่ จัดเป็นสถานที่ขายสินค้า และจัดทำเป็นศูนย์อาหารของดี 50 เขต อีกทั้งจะเปิดพื้นที่สนามหลวงบางส่วนบางเวลา สำหรับการค้าขายสินค้าเฉพาะ ทั้งนี้จะไม่เป็นตลาดนัดถาวรอย่างในอดีต เชื่อว่าจะช่วยให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง คาดว่าภายใน 1 เดือน จะได้ข้อสรุปว่าจะเริ่มเปิดตลาดได้เมื่อใด
ที่มา : คมชัดลึก
*********************************************************** |
*** สรุปหมอขริบจู๋ผิด! โทษคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่น ฐานไม่ควบคุมดูแล ***
คณะอนุกรรมการสรุปผลสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีผ่าตัดผิดที่ หมอคลินิกขริบจู๋ผิดโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนพยาบาลส่งแพทยสภาพิจารณาผิด พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือไม่ เตรียมส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมส่งเรื่องให้แพทยสภาและสภาการพยาบาลพิจารณาความผิดด้านจริยธรรม
นพ.ปัญญา กีรติหัตถยากร ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน กรณีผ่าตัดรักษาผิดที่จากผ่าฝีที่ปากเป็นขริบอวัยวะเพศนั้น กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 เจ้าของสถานประกอบการถือว่ามีความผิดตามมาตรา 34(1) ผู้ดำเนินการ หรือแพทย์ต้องควบคุมและดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขา ชั้น หรือแผน ที่ผู้รับอนุญาตได้แจ้งไว้ในการขอรับใบอนุญาต หรือมิให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ซึ่งกรณีดังกล่าวพบว่า แพทย์ให้พยาบาลเป็นผู้ดำเนินการผ่าตัด ถือว่ามีความผิดฐานไม่ควบคุมดูแล มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“นอกจากนี้ ได้ส่งเรื่องให้แพทยสภาพิจารณาลงความเห็นว่า พยาบาลรายดังกล่าว ถือว่ามีความผิด ตาม พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ด้วยหรือไม่ เนื่องจากมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ มาตรา 26 ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยต้องรอผลการตรวจสอบจากแพทยสภาก่อน รวมทั้งจะส่งผลสรุปให้สภาการพยาบาลพิจารณาด้านจริยธรรมวิชาชีพด้วย” นพ.ปัญญา กล่าว
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 มกราคม 2552
*********************************************************** |
*** อิสราเอล-ฮามาสตึงเครียดรอบใหม่ ยิวโจมตีทางอากาศกาซาหลังถูกเล่นงาน ***
เอเอฟพี - อิสราเอล ปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศฉนวนกาซาอีกครั้งเมื่อวันอังคาร(27) ตอบโต้กรณีที่มีทหารอิสราเอลเสียชีวิต 1 ราย หลังถูกโจมตีด้วยระเบิดในพื้นที่ตามพรมแดนระหว่างฉนวนกาซาและอิสราเอล ความตึงเครียดระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความหวังต่อข้อตกลงหยุดยิงถาวรที่มีอียิปต์เป็นคนกลาง
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มกราคม 2552
*********************************************************** |
*** กองทัพศรีลังการุกกดดันกบฏ “ทมิฬ” เข้าป่า ***
 |
เอเอฟพี - กองทัพรัฐบาลศรีลังกา เมื่อวันจันทร์ (26) ใช้กำลังกดดันต่อพื้นที่ป่าเขาเขตท้ายๆ ที่ยังคงอยู่ในการควบคุมของกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬ หลังจากสามารถเข้ายึดครองฐานที่มั่นในเขตเมืองแห่งสุดท้าย ตลอดจนกองบัญชาการทหารของฝ่ายกบฏเอาไว้ได้แล้ว
ทหารของฝ่ายรัฐบาลศรีลังกาได้เข้ายึดเมืองมุลลาอิตติวู เมืองเล็กๆ ริมชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเอาไว้เมื่อวันอาทิตย์ โดยพื้นที่แห่งนี้ถูกกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬครอบครองมาเป็นเวลานานนับทศวรรษแล้ว และก่อนหน้านี้ ราว 3 สัปดาห์ รัฐบาลก็สามารถบุกยึดเมืองคิลินอชชิ อันเป็นเมืองสำคัญที่กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬมีการจัดตั้งระบบศาล ธนาคาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจของตนเองด้วย
ทั้งนี้ พลโท ซาราธ ฟอนเซกา ผู้บัญชาการทหารบกศรีลังกา กล่าวว่า ในขณะนี้กองกำลังปลดปล่อยพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (แอลทีทีอี) เหลือพื้นที่ยึดครองอยู่เพียงเล็กน้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และกำลังอยู่ในสภาพถูกต้อนจนมุม
“ปฏิบัติการ (เอาชนะกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ) ประสบความสำเร็จไปแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ การก่อการร้ายกำลังจะยุติลง และเรามั่นใจเต็มที่ว่า จะชนะ” ฟอนเซกาบอก ในขณะที่รัฐบาลศรีลังกาก็แสดงความมั่นใจว่า การทุ่มกำลังทหารปฏิบัติการรุกครั้งนี้ จะสามารถยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียได้ในเร็ววัน
ล่าสุด ฝ่ายรัฐบาลได้ใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าระดมยิงที่มั่นต่างๆ ของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬนอกเมืองมุลลาอิตติวู และยังเสริมกำลังรุกเข้าไปยังป้อมวิสุอามาดูของฝ่ายกบฏ และปะทะกับกลุ่มกำลังที่เหลือซึ่งกระจายกันอยู่เป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย
ประธานาธิบดี มหินทา ราชาปักษี กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของฝ่ายทหารและยกย่องให้เป็นวีรบุรุษที่ต่อสู้เพื่อขจัดกลุ่มก่อการร้ายในประเทศอย่างไม่ย่อท้อ
ส่วนชะตากรรมของ เวลุพิลไล ประภาการัน หัวหน้ากลุ่มพยัคฆ์ทมิฬนั้น ยังไม่มีรายงานชัดเจนเช่นกัน แต่มีผู้คาดว่าเขาได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
ประภาการัน เป็นผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในศรีลังกาที่มีชาวสิงหลเป็นชนส่วนใหญ่มาตั้งแต่ปี 1972 โดยในช่วงต้นทศวรรษ 1980 กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬได้รับการฝึกด้านการรบจากอินเดีย แต่ภายหลังประภาการันถูกรัฐบาลอินเดียตามล่าตัว เพราะเขาถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีราจีฟ คานธี เมื่อปี 1991
นอกจากนั้น สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ยังถือว่า กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬเป็นองค์การก่อการร้าย โดยที่แอลทีทีอีขึ้นชื่อลือชา ว่า มีความถนัดในด้านการใช้ระเบิดฆ่าตัวตายและใช้เด็กเป็นทหาร
การที่กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬถูกกดดันจนสูญเสียพื้นที่ยึดครองเขตเมืองทั้งหมดในครั้งนี้ คาดว่า จะทำให้ทางกลุ่มเปลี่ยนกลับไปใช้รูปแบบการสู้รบแบบจรยุทธ์ โดยใช้พื้นที่ในป่าเป็นฐาน
|
|
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552
*********************************************************** |
*** กินเนสส์บันทึก “ข้าวไทย” ได้ส่งออกมากที่สุดในโลก ***
กรีนพีซ เผย กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ให้การยกย่องพร้อมบันทึกไทย ไว้ในฐานะผู้ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก พร้อมจัดกิจกรรม “ข้าวไทย ที่ 1 ในโลก” ชวนคนไทยร่วมอนุรักษ์ข้าวไทยให้ปลอดภัย ไร้จีเอ็มโอ
เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2552 ที่ผ่านมา กรีนพีซได้แถลงข่าวถึงการที่ประเทศไทยได้รับประกาศนียบัตรยกย่องให้เป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก จากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด พร้อมจัดกิจกรรมและนิทรรศการ “ข้าวไทย ที่ 1 ในโลก” ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนไทยร่วมปกป้องข้าวไทยจากจีเอ็มโอ
กรีนพีซ เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกสถิติโลกเกี่ยวกับการส่งออกข้าว ซึ่งประเทศไทยได้รับการบันทึกจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ว่า เป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก มานานหลายสิบปี นับตั้งแต่มีการปฏิวัติเขียว โดยข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติปี 2550 ระบุว่า ประเทศไทยส่งออกข้าวมากที่สุดในโลกเป็นจำนวนกว่า 8 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็น 27% ของตลาดข้าวส่งออกทั่วโลก
ทั้งนี้ กรีนพีซ ได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด เมื่อช่วงปี 2551 กระทั่งเกือบสิ้นปี จึงมีการประกาศออกมาว่าประเทศไทยได้รับการบันทึกว่าเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก
“การบันทึกข้าวไทยไว้ในสถิติโลกครั้งนี้เป็นสิ่งยืนยันว่า ข้าวไทยเป็นหนึ่งในข้าวที่ดีที่สุดในโลก” ผู้ประสานงานของกรีนพีซ กล่าว
“แต่กรีนพีซก็ยังกังวัลการเข้ามาของข้าวดัดแปลงพันธุกรรม หรือข้าวจีเอ็มโอ ในประเทศ ซึ่งขณะนี้ก็มีการวิจัยข้าวจีเอ็มโอเกิดขึ้นแล้วในไทย โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็คือเรื่องความปลอดภัยของข้าวจีเอ็มโอต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม”
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2552
*********************************************************** |
*** โปร์ไฟล์ของ "บารัค โอบามา" ***
เอเจนซี - บารัค โอบามา เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐฯ วันอังคาร (20) ในเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ลองมาทบทวนกันสักนิดถึงความเป็นมาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกซึ่งมีเชื้อสายแอฟริกัน - อเมริกัน
อายุ: 47 ปี
วัน/เดือน/ปีเกิด: 4 สิงหาคม 1961
สถานที่เกิด: เมืองโฮโนลูลู มลรัฐฮาวาย สหรัฐฯ
การศึกษา: ปี 1983 สำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโคลอมเบียในนิวยอร์ก
ปี 1991 สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด
ภรรยา: มิเชลล์ โรบินสัน โอบามา
บุตรธิดา: มาเลีย แอนน์ 10 ขวบ และซาชา 7 ขวบ
ศาสนา: คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ยูไนเต็ด เชิร์ช ออฟ ไครสท์
สังกัดพรรค: เดโมแครต
ครอบครัว: บารัค โอบามา ซีเนียร์ บิดาของโอบามาเป็นชาวเคนยาผิวดำ ส่วนแอนน์ ดันแฮม มารดาเป็นชาวอเมริกันผิวขาว ทั้งสองแต่งงานกันขณะศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาวายของสหรัฐฯ จากนั้นทั้งคู่หย่าขาดจากกัน ขณะที่โอบามาอายุเพียง 2 ขวบ บิดาของเขาเดินทางกลับเคนยา และทุ่มเททำงานจนกลายเป็นนักเศรษฐศาตร์ชื่อดัง ก่อนจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 1982
ส่วนมารดาของโอบามาแต่งงานใหม่กับโลโล โซโตโร ชาวอินโดนีเซีย โดยย้ายทั้งครอบครัวไปอยู่ที่กรุงจาการ์ตาด้วย โอบามาอยู่ที่อินโดนีเซียจนอายุ 10 ขวบ จากนั้นจึงย้ายกลับมาที่ฮาวาย และอาศัยอยู่กับตายาย โดยได้ทุนเรียนที่สถานศึกษาชื่อดัง "พูนาโฮนู อะเคเดมี"
โอบามามีน้องต่างมารดาอีก 7 คนที่ประเทศเคนยา และมีน้องสาวต่างบิดา 1 คน จากการแต่งงานครั้งที่สองของบิดาและมารดา
อาชีพ: หลังสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโคลอมเบียในนิวยอร์กในปี 1983 โอบามาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินในมลรัฐนิวยอร์ก และองค์กรเพื่อผู้บริโภคแห่งหนึ่ง 2 ปีต่อมาเขาย้ายมาที่เมืองชิคาโก โดยรับหน้าที่ผู้ดูแลโครงการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรของโบสถ์ อันมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ยากจน
ปี 1988 โอบามาเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ระหว่างนั้น เขาได้รับเลือกให้เป็นประธาน "ฮาร์เวิร์ด ลอว์ รีวิว” วารสารวิชาการด้านกฎหมายอันเลื่องชื่อ ถือเป็นชาวผิวดำคนแรกที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าว ระหว่างนั้นโอบามาทำงานเป็นผู้ช่วยในช่วงฤดูร้อนของบริษัทกฎหมายซิดเลย์ ออสติน ในชิคาโก อันเป็นสถานที่ซึ่งเข้าพบกับภรรยา หลังสำเร็จการศึกษาในปี 1991 โอบามาทำงานว่าความด้านกฎหมายสิทธิพลเมืองในบริษัทกฎหมายเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เมืองชิคาโก ก่อนจะมาเป็นอาจารย์สอนกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มหาวิทยาลัยชิคาโก
ตำแหน่งจากการเลือกตั้ง: โอบามาได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาของมลรัฐอิลลินอยส์ในปี 1996 ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในวุฒิสภาท้องถิ่นแห่งนี้ โอบามามุ่งมั่นผลักดันกฎหมายด้านสวัสดิการสังคมและจริยธรรม ตลอดจนกฎหมายที่บังคับให้มีการบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการสารภาพผิดในคดีฆาตกรรม
โอบามาชนะเลือกตั้งอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกแห่งรัฐสภาสหรัฐฯ ในปี 2004 โดยได้คะแนนเสียงถึง 53 เปอร์เซ็นต์ และเบียดเอาชนะคู่แข่งอีก 7 คน ในศึกเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อสรรหาตัวแทนพรรค ก่อนจะลอยลำเอาชนะผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่น ในสนามเลือกตั้งทั่วไป ขณะดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ โอบามาสั่งสมประวัติการลงคะแนนแบบผู้ที่มีแนวคิดเสรีนิยม และเคยคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งผู้พิพากษา 2 คน ในศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน
เนชั่นเนล เจอร์นัล ซึ่งเป็นนิตยสารสายกลาง เคยจัดอันดับให้โอบามาเป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวคิดเสรีนิยมมากที่สุดเมื่อช่วงต้นปีนี้ โดยประเมินจากประวัติการลงคะแนนเสียงในปี 2007 นอกจากนี้ โอบามายังเคยติดอันดับ 10 สุดยอดนักการเมืองสายเสรีในปี 2006 และอันดับ 16 ในปี 2005
เส้นทางสู่ทำเนียบขาว: โอบามาประกาศลงสมัครแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ (10) ปีที่แล้ว และแม้ว่าตั้งแต่เริ่มต้น ฮิลลารี คลินตัน วุฒิสมาชิกมลรัฐนิวยอร์ก จะถูกมองในฐานะตัวเต็งของศึกตัวแทนพรรคครั้งนี้ แต่โอบามาได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการระดมเงินทุนหาเสียงจำนวนมหาศาลและการดึงดูดใจมวลชนจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งหลงใหลความสามารถในเชิงด้านวาทศิลป์ของหนุ่มผิวเข้าผู้นี้ ตลอดจนจุดยืนในการต่อต้านสงครามอิรัก และการให้คำมั่นจะออกจากกรอบการทำงานทางการเมืองแบบเดิม ๆ ซึ่งยึดติดกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
โอบามาเก็บชัยชนะจากสนามเลือกตั้งขั้นต้นสนามแรกของพรรคเดโมแครตที่มลรัฐไอโอวาเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถกำชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด จนกระทั่งเสร็จสิ้นการเลือกตั้งในมลรัฐท้าย ๆ เมื่อเดือนมิถุนายน ระหว่างขับเคี่ยวอย่างสูสีกับคลินตัน โอบามาต้องชี้แจง หลังถูกกล่าวหาว่าแสดงความเห็นดูหมิ่นผู้ออกเสียงในชนบท มิหนำซ้ำยังต้องตีตัวออกห่างจากคำพูดรุนแรงเรื่องเชื้อชาติของเจเรมีอาห์ ไรท์ อดีตนักเทศน์ที่ครอบครัวของโอบามาให้ความเคารพ
หลังตอบรับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เมืองเดนเวอร์เมื่อเดือนสิงหาคม โอบามาต้องขับเคี่ยวกับจอห์น แมคเคน ผู้สมัครจากรีพับลิกันในศึกเลือกตั้งผู้นำประเทศ โดยตอนที่แต่แมคเคนเลือกแซราห์ แพลิน มาเป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ทำให้คะแนนความนิยมของวุฒิสมาชิกมลรัฐแอริโซนาผู้นี้ แซงขึ้นมานำโด่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหล่นลงมาตามหลังโอบามา เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติต่าง ๆ ของแพลิน
โอบามาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยได้คะแนนเสียงป๊อปปูลาร์โหวตถึง 53 เปอร์เซ็นต์ |
|
ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 มกราคม 2552
*********************************************************** |
*** โอบามาสาบานตนเข้าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เต็มตัว ***
บารัค โอบามา ก้าวขึ้นปะรำพิธีบริเวณอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อประกอบพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของสหรัฐฯ ต่อหน้าฝูงชนที่เข้าร่วมยินดีมากกว่า 1 ล้านคน เมื่อเวลาก่อนเที่ยง วันที่ 20 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น
โอบามา ย่างเท้าเข้าสู่ปะรำพิธีท่ามกลางเสียงกู่ร้องของฝูงชน พร้อมกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งรวมไปถึงว่าที่รองประธานาธิบดี โจ ไบเดนและรัฐมนตรีต่างประเทศนางฮิลลารี คลินตัน ก่อนไปนั่งตรงเก้าอี้บริเวณด้านหน้าภรรยาของเขา มิเชล โอบามา จากนั้นได้เริ่มกล่าวสุนทรพจน์ต่ออเมริกันและชาวโลก
|
|
| | | |