*** เซอร์ไพร์ส! "ธีออส" ทะยานฟ้าแล้ว ***


เจ้าหน้าที่ สทอภ. รอรับสัญญาณถ่ายทอดการส่งดาวเทียมธีออส ณ สถานีควบคุมและรับสัญญาณธีออส อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี (ภาพจาก สทอภ.) สุดเซอร์ไพร์ส! "ธีออส" ดาวเทียมดวงแรกของไทยทะยานฟ้าขึ้นแล้ว เมื่อบ่ายวันที่ 1 ต.ค. โดย สทอภ.ไม่ประกาศล่วงหน้า ด้วยเกรงหน้าแตกอีกครั้ง ผู้บริหารเตรียมแถลงข่าวใหญ่ 2 ต.ค.นี้

หลังเลื่อนส่งมาหลายครั้งสำหรับ "ธีออส" (Theos) ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรกของไทย และต้องเลื่อนส่งดาวเทียม อย่างกระทันหันเมื่อวันที่ 6 ส.ค.51 ที่ผ่านมา แม้ว่าสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) หน่วยงานผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการดาวเทียมธีออส ได้แจ้งล่วงหน้าว่าพร้อมส่งดาวเทียมแล้ว โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลคาซัคสถานไม่ยินยอมให้ชิ้นส่วนจรวดที่นำส่งดาวเทียมตกในพื้นที่

ล่าสุดผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้รับแจ้งจากทีมประชาสัมพันธ์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้นสังกัดสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) หน่วยงานผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการดาวเทียมธีออสว่า ดาวเทียมธีออสได้ทะยานขึ้นฟ้าไปเมื่อเวลา 13 นาฬิกา 37 นาที 16 วินาที (13.37.16) ตามเวลาประเทศไทย แต่ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเนื่องจากกลัวไม่สำเร็จดังที่ผ่านมา

ข้อมูลจากข่าวแจกของ สทอภ.ซึ่งส่งมายังกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ระบุว่า จรวด "เนปเปอร์" (Dnepr) ได้นำส่งดาวเทียมธีออสจากฐานส่งจรวดเมืองยาสนี ประเทศรัสเซีย ซึ่ง ดร.ดาราศรี ดาวเรือง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ได้เดินทางไปพร้อมผู้บริหาร สทอภ.เพื่อร่วมกิจกรรมส่งดาวเทียม ขณะที่ผู้บริหารบางส่วนรอรับการรายงานสดทางโทรศัพท์จากเมืองยาสนี ณ สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมธีออส อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และระบุว่าไม่สามารถถ่ายทอดสดการส่งดาวเทียมได้เนื่องจากอยู่ในเขตทหาร

ทั้งนี้ สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมที่เมืองคิรูนา ประเทศสวีเดน จะเป็นสถานีแรกที่ติดต่อกับดาวเทียมธีออสได้ในเวลา 15.09 น. จากนั้นดาวเทียมธีออสจะโคจรผ่านประเทศไทยครั้งแรก เวลา 21.16 น. ซึ่งข้อมูลข่าวแจก สทอภ.ที่ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้รับ ระบุว่า ในเวลาที่ธีออสผ่านประเทศนั้น สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมธีออส อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จะเริ่มปฏิบัติการควบคุมการโคจรดาวเทียมและตรวจสอบการทำงานต่างๆ

นอกจากนี้ ทาง สทอภ.เตรียมแถลงข่าวการปล่อยดาวเทียมธีออส ในวันที่ 2 ต.ค. เวลา 10.00 น. ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ก่อนหน้านี้ สทอภ.ประกาศส่งดาวเทียมธีออสมาแล้วหลายครั้ง โดยก่อนสร้างดาวเทียมเสร็จกำหนดส่งในเดือน ก.ค.50 แต่หลังจากสร้างดาวเทียมเสร็จเมื่อต้นปี 2550 ได้กำหนดส่งดาวเทียมในเดือน ต.ค.50 ขณะที่ดาวเทียมถูกส่งไปที่ฐานปล่อยจรวดในปลาย พ.ย.50 จากนั้นก็มีการเลื่อนออกมาเรื่อยๆ

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 ส.ค.51 ที่ผ่านมา สทอภ.ให้ความมั่นใจในการส่งดาวเทียมธีออสอีกครั้ง โดยระบุว่าได้เติมเชื้อเพลิงให้กับดาวเทียมซึ่งเตรียมพร้อมอยู่ที่ฐานปล่อยจรวดแล้ว และเชิญสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งดาวเทียม ณ ศูนย์ควบคุมและสัญญาณดาวเทียมธีออส อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แต่ก็ต้องเลื่อนอย่างกะทันหัน

ธีออสเป็นดาวเทียมขนาดเล็กมีน้ำหนัก 750 กิโลกรัม และมีระยะห่างจากโลกเมื่อส่งขึ้นไปโคจรที่ระดับ 822 กิโลเมตร โคจรรอบโลกทั้งสิ้น 369 วงโคจร ซึ่งระยะทางระหว่างวงโคจรแต่ละวงเท่ากับ 105 กม. โดยจะโคจรมาที่จุดเดิมทุกๆ 26 วัน และสามารถถ่ายภาพได้ครอบคลุมทั่วโลก บันทึกภาพด้วยระบบเดียวกับกล้อง (Optical System) ความละเอียดของภาพขาวดำ 2 เมตร และมีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 1 ตุลาคม 2551

***********************************************************



*** อาเซียนตกลง FTA กับอินเดีย-ออสซี่-กีวี ***


เอเอฟพี - สมาคมอาเซียนบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีกับอินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แล้วเมื่อวานนี้ (28) นับเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการบูรณาการเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียเข้าด้วยกัน

หลังจากบรรลุข้อตกลงกันได้ ทุกฝ่ายต่างออกมาแสดงความชื่นชม ในฐานะที่เป็นความพยายามของประเทศในเอเชีย เพื่อรวมตลาดอันแตกต่างหลากหลายของพวกเขาเข้าด้วยกัน แต่ตัวแทนของแต่ละประเทศก็แสดงความหวังด้วยว่าการทำความตกลงระดับภูมิภาคเช่นนี้ จะเป็นแรงกระตุ้นให้การเจรจาการค้าเสรีพหุภาคีรอบโดฮากลับฟื้นชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

อินเดียและ 10 ประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียน ประกาศว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการค้าสินค้าต่างๆ ได้แล้ว โดยสัญญาที่จะลงนามกันต่อไปนี้ ครอบคลุมการค้ามูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีขนาดตลาดที่มีผู้ซื้อมากกว่า 1,700 ล้านคนที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

"นี่เป็นหลักหมายที่สำคัญสำหรับภูมิภาคของเรา" คามาล นาถ รัฐมนตรีการค้าอินเดียกล่าว

อินเดียและอาเซียนนั้นเจรจาการค้าเสรีกันมานานกว่า 6 ปีจึงสามารถจะหาบทสรุปกันได้

ต่อมาในวันเดียวกัน เหล่ารัฐมนตรี แถลงว่า อาเซียนสามารถบรรลุข้อตกลงเสรีการค้ากับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้เช่นเดียวกัน

เมื่อพิจารณาจากแถลงการณ์ร่วม ข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีขอบเขตกว้างขวางกว่าสัญญาที่ทำกันอินเดียด้วยซ้ำ เพราะครอบคลุมทั้งการค้า,ภาคบริการ,การลงทุน,ภาคการเงิน,โทรคมนาคม,การค้าอิเล็กทรอนิกส์,การเคลื่อนย้ายของประชากรข้ามพรมแดน,ลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา,ความร่วมมือและนโยบายการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

"บรรดารัฐมนตรีที่เข้าร่วมในการเจรจาเห็นว่าข้อตกลงครั้งนี้จะเปิดทางให้แก่การบูรณาการเศรษฐกิจในภูมิภาคเข้าด้วยกันและจะเป็นเครื่องกระตุ้นให้ทั้ง 12 ประเทศเพิ่มความร่วมมือและขยายการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น" คำแถลงร่วมของอาเซียนกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ระบุ

การเจรจาระหว่างอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมปี 2005 และทั้งสองฝ่ายก็หวังว่าจะสามารถลงนามระหว่างกันอย่างเป็นทางการได้ในเดือนธันวาคมนี้ ภายหลังผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลของแต่ละประเทศแล้ว

การค้าระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นจาก 41,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2006 มาเป็น 47,800 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชาชนรวมกัน 550 ล้านคนก็ได้เร่งเจรจาและบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศใหญ่ๆ ในภูมิภาคนี้แล้วไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่นนั้นครอบคลุมสินค้า,บริการและการลงทุน นอกจากนี้อาเซียนยังกำลังขยายข้อตกลงการค้าเสรีกับจีนและเกาหลีใต้เพื่อให้ครอบคลุมการค้าและบริการมากขึ้นด้วย

"เรานั้นกำลังมีความก้าวหน้าอย่างมากในการเจรจากับประเทศอื่นๆ ภายใต้กรอบที่เรียกกันว่า อาเซียน พลัส วัน" มารี ปังเกสตู รัฐมนตรีการค้าของอินโดนีเซียกล่าว อาเซียน พลัส วัน นั้นหมายถึงการเจรจาการค้าเสรีระหว่างอาเซียนและประเทศคู่เจรจาหนึ่งประเทศ

"เราหวังว่าการลงนามครั้งนี้จะนำไปสู่การบูรณาการเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออก"

ทางด้านนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับประเทศในภูมิภาคนี้ "เป็นหลักหมาย" ที่สำคัญสำหรับความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย

"ผมเชื่อว่าข้อตกลงนี้จะมีส่วนกระตุ้น และชักจูงในการเจรจารอบโดฮาที่ชะงักงันไปกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง" นายสุรินทร์กล่าว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 29 สิงหาคม 2551

***********************************************************



*** ฟิลิปปินส์ยกเลิกข้อตกลงสันติภาพกับมุสลิมทางใต้หลังเหตุปะทะเดือด ***


เอเอฟพี -- ทำเนียบประธานาธิบดีเผย รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ยกเลิกข้อตกลงสันติภาพกับชนกลุ่มน้อยมุสลิม หลังเกิดเหตุปะทะกันอย่างนองเลือดทางใต้ของประเทศตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 21 สิงหาคม 2551

***********************************************************



*** จำคุก 10 ปี "วัฒนา" ทุจริตคลองด่าน ***


ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษา นายวัฒนา อัศวเหม กระทำผิดจริง ลงโทษจำคุก 10 ปี ออกหมายจับนำตัวมารับโทษตามคำพิพากษา

สืบเนื่องจากนายวัฒนาใช้อำนาจข่มขู่ หรือชักจูงใจให้ผู้อื่นร่วมออกโฉนดที่ดิน 1,900 ไร่ ทับที่คลองสาธารณประโยชน์ และที่เทขยะมูลฝอยซึ่งเป็นที่สงวนหวงห้าม เพื่อนำไปขายให้กรมควบคุมมลพิษเพื่อก่อสร้างโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2551

***********************************************************



*** สหรัฐฯส่งความช่วยเหลือจอร์เจีย รัสเซียหนุน"2แคว้น"เลือกอนาคตเอง ***


เอเอฟพี/เอเจนซี - สหรัฐฯส่งเครื่องบินทหารลำเลียงความช่วยเหลือมนุษยธรรม เข้าไปยังจอร์เจียเมื่อวันพฤหัสบดี(14) ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศ คอนโดลีซซา ไรซ์ ก็ออกเดินทางไปกรุงปารีสและกรุงทลิบิซี เพื่อแสดงการสนับสนุนจอร์เจีย ทางด้านรัสเซียตอบโต้ด้วยการประกาศตัวเป็นผู้ค้ำประกันให้แก่ 2 แคว้นกบฏในจอร์เจียที่จะเลือกอนาคตของตัวเอง พร้อมกันนั้น ยังคงมีรายงานความเคลื่อนไหวทางทหารของหมีขาวในเมืองต่างๆ ของจอร์เจีย

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 14 สิงหาคม 2551

***********************************************************



*** รัสเซีย-จอร์เจียรบเดือด-ยูเอ็นถกด่วน ***


เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. สถานการณ์สู้รบระหว่างจอร์เจียกับรัสเซียในรัฐออสซีเตียใต้ บานปลายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติแล้ว หลังจากสองฝ่ายเปิดฉากสู้รบกันอย่างหนัก

จอร์เจียส่งกองทัพทั้งทางบกและทางอากาศ ถล่มฐานที่ตั้งกบฏในออสซีเตียใต้ ส่วนรัสเซียให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในจอร์เจีย

ในช่วงที่จอร์เจียกำลังถล่มกลุ่มกบฏ มีเครื่องบินเจ็ต 3 ลำแรกของรัสเซียเข้ามาทิ้งระเบิดในจอร์เจีย 2 จุด ฝ่ายจอร์เจียแจ้งว่า ยิงสอยร่วงลงมา 2 ลำ

ประธานาธิบดีมิกฮาอิล ซาอาคาชวิลี ผู้นำจอร์เจียเปิดแถลงทางโทรทัศน์ว่า การถล่มอย่างดุเดือดของจอร์เจียดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีมิกฮาอิล ยังเรียกร้องให้ผู้นำนานาชาติกดดันให้รัฐบาลรัสเซียเลิกใช้กำลังทหารก่อกวนในพรมแดนของจอร์เจีย หลังจากจอร์เจียกล่าวหาว่า รัสเซียสนับสนุนกลุ่มกบฏในดินแดน

ด้านรัสเซียประกาศว่า จะต้องคุ้มกันพลเรือนชาวรัสเซียที่อยู่ในรัฐออสซีเตียใต้ หลังกองกำลังรักษาสันติภาพรัสเซียถูกสังหารไปมากกว่า 10 ราย บาดเจ็บกว่า 30 ราย และชาวบ้านเสียชีวิตไป 15 ราย รัสเซียจึงส่งรถถังกว่า 150 คันและทหารเข้าไปเสริม ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเปิดการประชุมด่วนในเรื่อง

ที่มา : ข่าวสด 9 สิงหาคม 2551

***********************************************************



*** สาวญี่ปุ่นรักษาแชมป์อายุเฉลี่ยยืนที่สุดในโลก ***


เอเจนซี - ทารกเพศหญิงชาวญี่ปุ่นซึ่งลืมตาดูโลกเมื่อปีที่แล้ว คาดหมายว่าจะมีอายุจนกระทั่งปีที่ 86 ซึ่งทำให้พวกเธอกลายเป็นสตรีที่มีอายุยืนมากที่สุดในโลก รายงานของกระทรวงสาธารณสุขแดนปลาดิบระบุ

รายงานยังเผยด้วยว่าเด็กทารกเพศชายชาวญี่ปุ่นซึ่งเกิดในปี 2007 คาดหมายว่าจะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 79.2 อายุยืนเป็นอันดับ 3 ของโลก ตามหลังไอซ์แลนด์และฮ่องกง

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 6 สิงหาคม 2551

***********************************************************



*** รู้จัก "ปราสาทตาเมือนธม" ของไทย ***


ดูเหมือนว่ารัฐบาลเขมรได้คืบจะเอาศอก เพราะหลังจากที่ได้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวไปแล้ว(จากการยินยอมของคนไทยขายชาติบางคน) รัฐบาลเขมรยังหาเรื่องที่จะยึดปราสาทตามบริเวณชายแดนไทยไปเป็นของตนอีก ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทสด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว และล่าสุดกับ ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ที่กำลังเป็นข้อพิพาทอยู่ในขณะนี้

สำหรับปราสาทตาเมือนธมนั้น เป็นหนึ่งในโบราณสถานกลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ที่ช่องตาเมือน บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง กิ่งอ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ติดชายแดนกัมพูชา ห่างเพียงประมาณ 100 เมตรเท่านั้น

ทั้งนี้กลุ่มปราสาทตาเมือนเป็นโบราณสถานแบบขอม 3 หลัง ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ประกอบด้วย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือน

ปราสาททั้ง 3 หลัง สร้างบนเส้นทางคมนาคมโบราณเชื่อมเมืองพระนคร(เมืองหลวง : ปัจจุบันอยู่ในเสียมราฐ)และเมืองพิมายที่ปัจจุบันอยู่ในนครราชสีมา โดยปราสาทแต่ละหลังต่างมีประโยชน์ใช้สอยและความสำคัญแตกต่างกันออกไปดังนี้

ปราสาทตาเมือน สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นปราสาทแบบธรรมศาลาหรือที่พักคนเดินทางมีลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวมีห้องยาวเชื่อมต่อมาทางด้านหน้า ผนังด้านหนึ่งปิดทึบ แต่สลักเป็นหน้าต่างหลอก ส่วนอีกด้านมีหน้าต่างเรียงกันโดยตลอด เคยมีผู้พบทับหลังเป็นรูปพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว 2-3 ชิ้น

ปราสาทตาเมือนโต๊ด เป็นอโรคยาศาล(คล้ายสถานพยาบาลหรือสุขศาลา) ใช้เป็นที่รักษาพยาบาลของชุมชน ลักษณะปราสาทเล็กหลังเดียว ประกอบด้วยปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขยื่นทางด้านหน้า ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีบรรณาลัยอยู่ทางด้านหน้าเยื้องไปทางขวาขององค์ปรางค์ ล้อมรอบด้วยกำแพงก่อศิลาแลง มีระเบียงคดล้อมรอบ ด้านนอกมีบารายขนาดเล็ก 1 สระ สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

นอกจากนี้ตรงห้องกลางของโคปุระ(ซุ้มประตู)ยังพบศิลาจารึก 1 หลัก จารึกด้วยอักษรขอมภาษาสันสกฤต เป็นจารึกซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างไว้ประจำอโรคยาศาลแห่งนี้

ปราสาทตาเมือนธม อยู่ถัดจากปราสาทตาเมือนโต๊ดไปทางทิศใต้ประมาณ 200 เมตร เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มปราสาทตาเมือน และอยู่ติดชายแดนมากที่สุด ประกอบด้วยปรางค์สามองค์ มีปรางค์ประธานขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลาง ปรางค์อีกสององค์อยู่ถัดไปด้านหลังทางด้านขวาและซ้าย ปรางค์ทั้งสามองค์สร้างด้วยหินทรายหันหน้าไปทางทิศใต้ ที่ปรางค์ประธานมีลวดลายจำหลักที่งดงาม สันนิษฐานว่าโบราณสถานแห่งนี้คงจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ซึ่งเก่าแก่กว่าโบราณสถานอีกสองแห่งในกลุ่มปราสาทตาเมือน

อนึ่งถึงแม้ว่ากลุ่มปราสาทตาเมือนจะสร้างในสมัยอาณาจักรขอมโบราณที่เคยเรืองอำนาจอยู่ในดินแดนแถบนี้ แต่ว่าปัจจุบันไม่มีอาณาจักรขอมโบราณแล้วมีแต่ประเทศไทยกับกัมพูชา ซึ่งปราสาทตาเมือนธมนั้นก็อยู่ในเขตแดนไทยมาช้านาน

นอกจากนี้หนึ่งในหลักฐานที่ยืนยันได้ชัดเจนก็คือ การที่กรมศิลปากรมีพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไข พ.ศ.2535 ให้อำนาจอธิบดีกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน กรณีปราสาทตาเมือนธม ได้ประกาศขึ้นทะเบียนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. 2478 ในสมัยของหลวงวิจิตรวาทการ เป็นอธิบดีกรมศิลปากร

ซึ่งนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบหลักฐานที่ผ่านมา มีหลักฐานชัดเจนว่าได้มีการขึ้นทะเบียนโบราณสถานแล้ว สิ่งที่กรมศิลปากรจะดำเนินการต่อไป คือ การตรวจสอบข้อมูลหลักฐานและรวบรวมไว้ทั้งหมด นำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลร่วมกัน สำหรับหลักฐานครั้งนี้ที่ยืนยันว่าปราสาทตาเมือนธมเป็นของไทย คือประกาศในราชกิจจานุเบกษาที่แสดงว่าได้มีการขึ้นทะเบียนไว้ ทั้งรายชื่อและเขตโบราณสถานและแผนที่ที่ไปดำเนินการสำรวจ รวมทั้งรายละเอียดมีการดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณะที่ผ่านมา

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 6 สิงหาคม 2551

***********************************************************



*** เลขามูลนิธิขาเทียมฯ "ร.ศ.นพ.เทอดชัย ชีวะเกตุ" ได้รับรางวัลแมกไซไซ ***


เลขามูลนิธิขาเทียมฯ "ร.ศ.นพ. เทอดชัย ชีวะเกตุ" ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ เผยภูมิใจได้ทำงานถวาย "สมเด็จย่า --พระพี่นาง" ตั้งใจขยายการทำขาเทียมคลอบคลุมคนพิการทั้วประเทศยั่งยื่น

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2551

***********************************************************



*** เพื่อนพลูโตดวงที่ 3 ได้ชื่อว่า "มาเกมาเก" ***


ไอเอยูตั้งชื่อพลูตอยด์ดวงที่ 3 ของระบบสุริยะว่า "มาเกมาเก" ตามชื่อเทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์ของชาวโพลินีเชียน โดยนักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบระบุว่า เจอเทหวัตถุนี้ขณะภรรยาตั้งท้อง จึงรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเทพเจ้า

สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล หรือ ไอเอยู (International Astronomical Union: IAU) ตั้งชื่อ "มาเกมาเก" (Makemake) ตามชื่อเทพเจ้าผู้สร้างโลก และเป็นเทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์ของชาวโพลินีเชียน (Polynesian) ให้กับดาวเคราะห์แคระดวงที่ 4 ของระบบสุริยะ ซึ่งอยู่ไกลออกไป นอกวงโคจรของดาวเนปจูน และจัดอยู่ในประเภทพลูตอยด์ (plutoid) ระบบใหม่ของเทหวัตถุในระบบสุริยะ

พลูตอยด์มาเกมาเก พร้อมด้วยอีริสและ2003อีแอล61 มีบทบาทสำคัญในระบบสุริยะ เพราะเป็นวัตถุที่ได้รับการค้นพบ พร้อมๆ กับการหวนพิจารณานิยามของดาวเคราะห์ และจัดกลุ่มใหม่ให้กับดาวเคราะห์แคระ

นอกจากพลูโตและมาเกมาเกแล้ว "อีริส" (Eris) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพลูโตเล็กน้อยก็จัดเป็นพลูตอยด์อีกดวง โดยทั้งหมดจัดเป็นดาวเคราะห์แคระ ส่วน "ซีเรส" (Ceres) ซึ่งเป็นวัตถุคล้ายดาว ที่ใหญ่สุดในระบบสุริยะ และเป็นดาวเคราะห์แคระ เช่นเดียวกันนั้นไม่จัดเป็นพลูตอยด์ เนื่องจากรูปแบบการโคจรที่ต่างไป โดยอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี.

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 23 กรกฎาคม 2551

***********************************************************



*** เมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก / วินิจ รังผึ้ง ***


นิตยสาร ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังของอเมริกาที่วางจำหน่ายทั้งในอเมริกาและในหลายประเทศทั่วโลก ได้ประกาศจัดอันดับให้กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองยอดเยี่ยมที่น่าท่องเที่ยวที่สุดของโลก ประจำปี 2551 ซึ่งขยับจากอันดับที่ 3 ในปีที่แล้วขึ้นมาโค่นแชมป์เก่าอย่างเมืองฟลอเรนซ์ ของประเทศอิตาลีได้สำเร็จ การจัดอันดับของนิตยสารดังกล่าวได้จากการโหวตของผู้อ่านซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวตัวยง นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2551

***********************************************************



*** โสมแดงยอมปิดโรงงานนิวเคลียร์ภายในเดือนตุลาคมนี้***


เอเจนซี -- เกาหลีเหนือรับรองในวันนี้ (12) ว่าจะดำเนินการปิดโรงงานนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ในโต๊ะเจรจา 6 ฝ่ายที่มีเป้าหมายปลดอาวุธนิวเคลียร์เปียงยาง แลกกับความช่วยเหลือ และความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีขึ้น

แถลงการณ์ร่วม ที่ออกมาหลังสิ้นสุดการเจรจาเป็นเวลา 3 วันเผยว่า เกาหลีเหนือจะได้รับน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ล้านตัน ในวันเดียวกับที่ให้สัญญาไว้ในข้อตกลงปลดอาวุธกับเกาหลีใต้ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น รัสเซีย และจีน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2551

***********************************************************



*** ศาลรธน.วินิจฉัย ไชยา สะสมทรัพย์ สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ***


ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 'ไชยา สะสมทรัพย์' รมว.สาธารณสุข สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269 ฐานความผิดไม่แจ้งการถือครองหุ้นของคู่สมรสเกิน 5%

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 10 ก.ค. 51

***********************************************************



*** ศาลรธน.ชี้ชัดแถลงการณ์ร่วมขัดม.190 ***


นพดล อ่วม! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 1 ชี้ชัดลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ขัดมาตรา 190 จำเป็นต้องผ่านสภาก่อน

ตุลาการรัฐธรรมนูญมีมติ8 ต่อ 1 เสียง ชี้ขาดว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่สนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเข้าข่ายเป็นสนธิสัญญาหรือหนังสือสัญญาตามมาตรา 190 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งการลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน ซึ่งจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะส่งคำวินิจฉัยให้กับประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนฯดำเนินการต่อไป แต่ทั้งนี้การดำเนินการจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่อยู่ในอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะไปก้าวล่วงได้

สำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างน้อย คือนายเฉลิมพล เอกอะรุ มีความเห็นว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เป็นสนธิสัญญา แต่ไม่ต้องขอความเห็นจากรัฐสภา

ที่มา : โพสต์ ทูเดย์ 8 ก.ค. 51

***********************************************************



*** ศาลฎีกาเชือด ''ยุทธ ตู้เย็น'' ทุจริตเลือกตั้ง-ห้ามเล่นการเมือง5ปี ***


เปิดคำสั่งศาลฎีกาเชือด 'ยุทธ ตู้เย็น' ทุจริตเลือกตั้ง-ห้ามเล่นการเมือง5ปี

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 1 และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน มีกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งและให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดเชียงราย เขต 3 ใหม่จำนวน 1 คน แทน น.ส.ละออง ติยะไพรัช น้องสาวนายยงยุทธ ส.ส.แบ่งเขต 3 จ.เชียงราย พรรคพลังประชาชน

ทั้งนี้ บุคคลทั้องสองถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กล่าวหาว่า กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.) พ.ศ.2550 ด้วยการทุจริตการเลือกตั้งด้วยการแจกเงินให้กับกลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงรายซึ่งเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ของนายยงยุทธ แจกเงินซื้อเสียงเพื่อให้มีการลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน

ที่มา : มติชน 8 ก.ค. 51

***********************************************************



*** ยูเนสโกรับรองแล้วพระวิหารมรดกโลก ***


สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในที่สุดคณะกรรมการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่ประชุมกันที่เมืองควิเบก แคนาดา ได้ประกาศให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแห่งใหม่เรียบร้อยแล้ว ตามคำร้องขอของรัฐบาลกัมพูชา โดยข่าวระบุว่าปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นศาสนสถานทางศาสนาฮินดู สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ตั้งอยู่บนยอดเขาบริเวณตะเข็บพรมแดนของไทยกับกัมพูชา

ที่มา : ไทยรัฐ 8 ก.ค. 51

***********************************************************



*** ศาลปกครองสั่งห้ามใช้มติครม.เรื่องปราสาทพระวิหาร ***


ศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามใช้มติครม.เห็นชอบลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา และห้ามดำเนินใดๆ จนกว่าจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น โดยส่งแฟกซ์ให้คู่ความทราบตั้งแต่02.00น.

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2551 เวลา 02.00 น. ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวคดีที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ , นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับพวกรวม 9 คนซึ่งเป็นทนายความและนักสิทธิมนุษยชน ร่วมกันยื่นฟ้อง นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ และ คณะรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1- 2 เรื่องกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่นายนพดล รมว.ต่างประเทศ ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย -กัมพูชา พร้อมแผนที่แนบ ลงวันที่ 18 มิ.ย. ขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก ที่จะมีการเสนอแถลงการณ์ต่อองค์การยูเนสโก ในระหว่างวันที่ 2-10 ก.ค.นี้

โดยศาลมีสั่งพร้อมส่งโทรสาร(แฟกซ์) ให้คู่ความทราบเมื่อเวลา 02.00 น. ซึ่งคำสั่งระบุห้ามผู้ถูกฟ้องทั้งสองนำมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2551 ที่เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่ง ครม.เห็นชอบให้นายนพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ ไปลงนามในวันที่ 18 มิ.ย.51 นั้น ไปใช้ในแถลงการณ์ร่วม และห้ามดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วม ฯ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการมีคำสั่งองค์คณะศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวน ได้ร่วมประชุมกันทั้งวันอยู่ที่ศาลปกครอง ถ.สาทรใต้ จนถึงเวลาตีสอง จึงมีคำสั่งและแจ้งให้คู่ความทราบ โดยก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งคดีนี้ศาลได้ดำเนินไต่สวนคู่ความทั้งสองไปเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยไต่สวนนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ผู้ฟ้องที่ 1 และนายนิติธร ล้ำเหลือ ผู้ฟ้องที่ 2 ส่วนฝ่ายผู้ถูกฟ้องมีนายกฤต ไกรจิตติ อธิบดีสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ รับมอบอำนาจจากนายนพดล รมว.ต่างประเทศ เข้าให้ถอยคำต่อศาล และนายเชิดชู รักตบุตร อัคราชทูตประจำกรุงปารีส ปฏิบัติราชการกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ และรับทราบข้อมูลแผนที่แนบท้ายเรื่องนี้ดีที่สุด และนายพิษณุ สุวรรณะชฎ รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก โดยการไต่สวนได้มีการซักถามอย่างละเอียดเกี่ยวกับแผนที่ N1 N2 N3 ซึ่งกัมพูชาใช้แนบท้ายในแถลงการณ์ร่วม ฯ และประเด็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเสียดินแดน รวมทั้งกรณีว่าหากมีการดำเนินการไปแล้วกัมพูชาจะอ้างสิทธิ์ดินแดนที่ทับซ้อนและมีข้อพิพาทภายหลังที่ขึ้นเป็นมรดกโลกแล้วได้หรือไม่ ซึ่งการไต่สวนดังกล่าวศาลปกครองกลางใช้เวลาตั้งแต่ 10.00 น. จนถึง 23.00 น. จึงแล้วเสร็จ

ที่มา : คม ชัด ลึก 28 มิถุนายน 2551

***********************************************************



*** UNชี้"ซิมบับเว"ไม่มีทางจัดเลือกตั้ง"อิสระและยุติธรรม" ***


เอเอฟพี - คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นเมื่อวันจันทร์ (23) ออกคำแถลงประณามการใช้ความรุนแรงและการคุกคามพรรคฝ่ายค้านในซิมบับเว พร้อมกับชี้ว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสอง ที่มีกำหนดจะจัดขึ้นวันศุกร์นี้ (27) "ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างอิสระและยุติธรรม "

คำแถลงของสหประชาชาติครั้งนี้ ยังตำหนิรัฐบาลกรุงฮาราเรฐานปฏิเสธ "สิทธิในการรณรงค์หาเสียงอย่างอิสระ" ของพรรคฝ่ายค้าน และเรียกร้องให้รัฐ "ยุติความรุนแรง หยุดการคุกคามทางการเมือง เลิกจำกัดสิทธิการชุมนุม และปล่อยตัวผู้นำทางการเมืองที่ถูกควบคุมตัว"

ขณะเดียวกัน มอร์แกน ซวังกิไร ผู้นำพรรคผ่ายค้านเผยในวันอังคาร (24) ว่า ต่อเมื่อมั่นใจในความปลอดภัยของตนเอง จึงจะออกจากสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงฮาราเร ที่ซึ่งหัวหน้าพรรคขบวนการการเปลี่ยนแปลงเพื่อประชาธิปไตยผู้นี้ พำนักอาศัยเพื่อลี้ภัยความรุนแรงทางการเมืองช่วงเกือบ 2 วันที่ผ่านมา

เมื่อวันอาทิตย์ (22) ซวังกิไรได้ประกาศถอนตัวจากการเลือกตั้งรอบสอง หลังต้องเผชิญกับการใช้ความรุนแรงจากรัฐบาลของโรเบิร์ต มูกาเบ ผู้ครองอำนาจปกครองประเทศยาวนานถึง 28 ปี ประธานาธิบดีผู้นี้ ถูกนานาชาติโจมตีอย่างหนัก สืบเนื่องจากทำให้เศรษฐกิจของประเทศพังพินาศ โดยทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงถึงกว่า 100,000 เปอร์เซ็นต์ และเกิดภาวะขาดแคลนอาหารและพลังงานอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่ซิมบับเวเคยเป็นประเทศที่มั่งคั่งมาก่อน นอกจากนั้น ยังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมากมาย

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2551

***********************************************************



*** "พลูตอยด์" คำใหม่เรียกดาวเคราะห์แคระคล้ายพลูโต ***


เมื่อปี 2549 "พลูโต" ต้องช้ำใจเพราะถูกลดสถานภาพจากดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ในระบบสุริยะให้เป็นแค่ดาวเคราะห์แคระ แต่ล่าสุดได้รางวัลปลอบใจให้เป็นต้นแบบของดาวเคราะห์แคระที่พบในแถบไคเปอร์ ดวงใดมีขนาดและวงโคจรใกล้เคียงกับพลูโตให้เรียก "พลูตอยด์"

สำนักข่าวรอยเตอร์สและบีบีซีนิวส์รายงานว่า สมาพันธ์ดาราศาสตร์สากลหรือไอเอยู (International Astronomical Union : IAU) ได้มีการจัดการประชุมระบบการเรียกชื่อวัตถุขนาดเล็ก (Committee on Small Body Nomenclature) ขึ้น เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.51 ในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เหล่านักดาราศาสตร์มีมติ ให้คำว่า "พลูตอยด์" (plutoid) เป็นนิยามใหม่ของดาวพลูโต (Pluto) และรวมถึงดาวเคราะห์แคระ (dwarf planet) ดวงอื่นๆ ที่มีวงโคจร และขนาดใกล้เคียงกับดาวพลูโต ที่อาจค้นพบได้ในอนาคต

คำแถลงของสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากลระบุ ให้คำว่า "พลูตอยด์" หมายถึง วัตถุบนท้องฟ้าในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์, มีมวลมากเพียงพอที่จะมีแรงโน้มถ่วงดึงดูดตัวเอง ให้อยู่ในสภาวะสมดุลอุทกสถิต (hydrostatic equilibrium) และไม่สามารถกวาดเทห์วัตถุอื่นๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไปได้

ขณะนี้มีดาวเคราะห์แคระที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มพลูตอยด์แล้ว 2 ดวง ได้แก่ พลูโต และอีริส (Eris) ที่มีขนาดใหญ่กว่าพลูโตเล็กน้อย และเป็นดาวเคราะห์แคระที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ซึ่งนักดาราศาสตร์ก็คาดหวังกันว่า ในอนาคตจะมีการค้นพบวัตถุประเภทพลูตอยด์เพิ่มมากขึ้นอีก ส่วนซีเรส (Ceres) นั้น ถึงแม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มดาวเคราะห์แคระ เช่นเดียวกับพลูโตและอีริส แต่ไม่จัดว่าเป็นพลูตอยด์ เนื่องจากอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อย ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ไม่ได้อยู่ในแถบไคเปอร์เหมือนพลูตอยด์ทั้ง 2 ดวง

อย่างไรก็ดี วารสารนิวไซเอนติสต์รายงานอีกว่า ไมเคิล บราวน์ (Michael Brown) นักดาราศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) หรือคาลเทค ในเมืองพาซาเดนา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า พลูตอยด์จะต้องมีความสว่างในระดับน้อยที่สุดเท่านั้น (minimum brightness) ซึ่งจะเป็นสิ่งที่แยกแยะพลูตอยด์ออกจากดาวเคราะห์แคระอีกหลายดวง ที่พบแล้วในแถบไคเปอร์ได้

"วัตถุในแถบไคเปอร์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับพลูโตจะถูกจัดให้เป็นพลูตอยด์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ปกคลุมพื้นผิววัตถุนั้นด้วย ถ้าหากพลูโตถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นผง พลูก็อาจจะไม่ใช่พลูตอยด์ก็เป็นได้" บราวน์กล่าวกับนิวไซเอนติสต์

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2551

***********************************************************



*** ปิดฉากไพรมารีเดโมแครต “โอบามา” ประกาศชัยเป็นผู้แทนชิงตำแหน่ง ปธน. ***


เอเอฟพี/เอเจนซี – วุฒิสมาชิกบารัค โอบามาคว้าชัยชนะในศึกหยั่งเสียงไพรมารีครั้งสุดท้าย ในรัฐมอนทานาไปได้ หลังจากประกาศตัวเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครต ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อชิงชัยเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ ขณะที่ ฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งคนสำคัญ ระบุยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องอนาคต แม้ว่าจะสามารถเอาชนะการหยั่งเสียงไพรมารีในรัฐเซาท์ ดาโกตาได้เช่นกัน

โอบามา ซึ่งออกมาอ้างสิทธิ์การเป็นผู้แทนพรรค เพื่อลงแข่งขันในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนนี้ เอาชนะฮิลลารี คลินตัน ในการหยั่งเสียงรัฐมอนทานาไปได้ ตามการรายงานข่าวของซีเอ็นเอ็น ฟอกซ์นิวส์ เอ็มเอสเอ็นบีซี

เขาสามารถเก็บคะแนนสนับสนุนจากผู้แทนพรรค และซูเปอร์ดิลิเกตได้ 2,118 เสียง ซึ่งเขาต้องการเพื่อเอาชนะคลินตัน โดยเขาจะได้รับตำแหน่งผู้แทนพรรคเดโมแครตในการประชุมใหญ่ของพรรค เดือนสิงหาคม และจะเผชิญหน้ากับวุฒิสมาชิกจอห์น แมคเคน ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน เพื่อเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปจากจอร์จ ดับเบิลยู บุช

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 4 มิถุนายน 2551

***********************************************************



*** เนปาลสถาปนา “สาธารณรัฐ” น้องใหม่บนหลังคาโลก ***


เมื่อวันพฤหัสบดี 29 พ.ค. รัฐบาลเนปาลเฉลิมฉลองการสถาปนาประเทศชาติจากราชอาณาจักรเนปาลเป็น “สาธารณรัฐเนปาล” น้องใหม่ของโลก บนพื้นที่หลังคาโลกเหนือเทือกเขาหิมาลัย ภายหลังรัฐสภาลงมติยกเลิกการปกครองระบอบกษัตริย์เมื่อก่อนเที่ยงคืนวันพุธ ส่งผลให้กษัตริย์คยาเนนทราทรงสิ้นสุดอำนาจการปกครองและต้องสละราชบัลลังก์เสด็จ ออกจากพระราชวังภายใน 2 สัปดาห์

ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีขึ้นภายหลังฝ่ายการเมืองนิยมลัทธิเหมาชนะการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อเดือนที่แล้วและมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ก่อนร่วมกันลงมติยกเลิกระบอบการปกครองแบบกษัตริย์ ซึ่งดำเนินมายาวนาน 240 ปี โดยมีกษัตริย์คยาเนนทราแห่งราชวงศ์ชาห์ ปกครองประเทศพระองค์สุดท้าย

ที่มา : ไทยรัฐ 30 พ.ค. 51

***********************************************************



*** ทึ่ง! ใบตองปิดแผล ได้ผลกว่าผ้าก๊อซ ***


ทึ่งพยาบาลเก่ง ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น นำใบตองมาปิดแผลแทนผ้าก๊อซ ช่วยผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บปวดจากการทำแผลเวลาต้องดึงผ้าก๊อซออก โดยเฉพาะแผลไฟไหม้ เพราะคุณสมบัติเหมาะสม ผิวเป็นมันไม่ติดแผล มีความชุ่มชื้นช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ที่สำคัญผู้ป่วยไม่เจ็บปวด มีความพึงพอใจ 100 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งต้นทุนก็ต่ำกว่าการใช้ผ้าก๊อซ

นางอรทัย ไพรบึง พยาบาลวิชาชีพ 7 ศูนย์สุขภาพชุมชนปราสาทเยอ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า สำหรับการใช้ใบตองปิดแผล เบื้องต้นจะต้องนำใบตองมาล้างทำความสะอาด จากนั้นก็ตัดให้ได้ตามขนาดของแผล ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 7 จึงนำมาปิดแผลแล้วปิดตามด้วยผ้าก๊อซเพื่อให้ไม่ลื่นหลุด ทั้งนี้หากใช้ผ้าก๊อซการหายของแผลจะประมาณ 5-10 วัน แต่แผลที่ใช้ใบตองจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ต้องใช้น้ำเกลือในการแกะแผล ซึ่งปกติใช้ประมาณ 50-100 ซีซี เมื่อรวมต้นทุนในการพยาบาลบาดแผลไฟไหม้จากต้นทุนการใช้ผ้าก๊อซจำนวน 911 บาท แต่หากใช้ใบตองมีต้นทุนเพียง 385 บาทเท่านั้น แต่ใบตองก็ยังมีข้อจำกัด คือเหมาะสำหรับแผลที่อยู่ในบริเวณที่ระบายเหงื่อได้ดี เช่น แขน ขา ลำตัว แต่ไม่สามารถพันบริเวณรักแร้ ข้อมือ ข้อพับต่างๆได้

นางอรทัย กล่าวต่อไปว่า หากคนในเมืองต้องการจะใช้ใบตอง ควรทำความสะอาดให้ดี หากนำมาปฐมพยาบาลแผลไฟไหม้ควรทาว่านหางจระเข้หนา 2-5 ม.ม. แล้วนำใบตองมาปิด

ที่มา : ข่าวสด 30 พฤษภาคม 2551

***********************************************************



*** “เจ๊เพ็ญ” ชะตาขาด! ตร.ชี้ชัดหมิ่นเบื้องสูง ***


“จักรภพ” ชะตาขาดมีสิทธิ์นอนคุกสูง คณะกรรมการชี้ชัดดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ โทษคุก 3-15 ปี เตรียมเรียกตัวสอบสัปดาห์หน้า ระบุหากเมินเฉย ออกหมายเรียก-หมายจับแน่

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) คณะกรรมการพิจารณาคดีการสอบสวนเกี่ยวกับการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ กรณีที่ พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ มุ่งกิจการดี กล่าวหานายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อหาดูหมิ่นเบื้องสูง ได้มีการประชุมโดยมี พล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ ผู้บัญาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เป็นประธาน โดยมี รอง ผบช.ก.และพนักงานสอบสวนร่วมประชุม โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.อดิศร เปิดเผยหลังการประชุมว่า วันนี้คณะกรรมการพิจารณาคดีมีมติสรุปกรณีนายจักรภพที่พูดพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นมีพฤติการณ์เป็นความผิดตามมาตรา 112 คือผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 15 ปี

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2551

***********************************************************



*** อิเหนาเตรียมประกาศถอนตัวจากโอเปกหลังต้องนำเข้าน้ำมัน ***


เอเอฟพี – รัฐมนตรีกระทรวงแหล่งพลังงานและแร่ธาตุ เปอร์โนโม ยุสจิอานโตโร เผย อินโดนีเซียจะถอนตัวจากองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก เนื่องจากประเทศผลิตน้ำมันดิบไม่เพียงพอ และกำลังจะกลายเป็นผู้นำเข้าไปโดยปริยาย

“ในระหว่างการประชุมวางแผนงบประมาณ ประธานาธิบดีได้กล่าวว่าเราต้องถอนตัวออกจากโอเปก และเมื่อผมกลับไปที่สำนักงาน ผมจะลงนามว่าเราขอถอนตัวจากโอเปก” ยุสจิอานโตโรกล่าว

อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การค้าน้ำมันจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงประเทศเดียวเท่านั้น สามารถกลับเข้าไปเป็นสมาชิกโอเปกได้อีกครั้ง หากผลผลิตของประเทศเพิ่มขึ้น

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2551

***********************************************************



*** มาเลย์จ๋อยศาลโลกสั่งยกเกาะปาลัวให้สิงคโปร์ ***


ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ นกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ พิพากษาเมื่อ 23 พ.ค.ให้เกาะปาลัว บาตู ปูเตะห์ เป็นกรรมสิทธิ์ของสิงคโปร์ ปิดฉากคดีพิพาทระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์ ที่ชิงกรรมสิทธิ์เหนือเกาะแห่งนี้มานาน 28 ปี โดยความบาดหมางระหว่าง 2 ประเทศเกิดขึ้นเมื่อปี 2523 หลังมาเลเซียจัดทำแผนที่ใหม่และระบุว่าเกาะปาลัวฯซึ่งอยู่ห่างจากรัฐยะโฮร์ไปทางตะวันออกราว 7.7 ไมล์ทะเลเป็นของมาเลเซีย ทำให้สิงคโปร์คัดค้านและอ้างว่าเกาะปาลัวฯหรือที่สิงคโปร์เรียกเกาะเปดรา บรันกา เป็นของสิงคโปร์ต่างหาก เพราะได้สร้างประภาคารไว้บนเกาะนั้นเมื่อ 130 กว่าปีก่อน

เกาะดังกล่าวเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ ขนาดเท่าสนามฟุตบอล รอบๆ เกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน เรียกมิดเดิล ร็อก กับเซาท์ เลดจ์ ถือเป็นจุด ยุทธศาสตร์และเป็นจุดแบ่งเขตแดนสำคัญ แม้จะมีความพยายามจากทั้ง 2 ประเทศในการเจรจาเพื่อหาข้อยุติ แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้มีการเสนอเรื่องไปยังศาลโลกแห่งสหประชาชาติเพื่อพิจารณาและตัดสิน สิงคโปร์และมาเลเซียระบุตรงกันว่าไม่ว่าผลการตัดสินของศาลโลกจะออกมาเช่นไรก็จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ที่มา : ไทยรัฐ 24 พ.ค. 51

***********************************************************



*** เตือนกิ๊ก-หมอนวด ระวังโดนฟ้อง! ***


ศาลเตือนกิ๊ก-กลุ่มขายบริการประเภทขาประจำ ระวังถูกคู่ชีวิตคู่ขาฟ้องเรียกค่าเสียหาย ฐานร่วมประเวณีกับคู่สมรส

โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขใหม่ ให้สิทธิสามีหรือ ภรรยา ที่คู่สมรสร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ สามารถนำมาเป็นเหตุฟ้องหย่า และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับหญิงหรือชายที่ร่วมประเวณีเป็นอาจิณกับสามี หรือภริยานั้นได้อีกด้วย

“กฎหมายนี้มีผลนับตั้งแต่ 13 ก.ย. 2550 เป็นต้นมา ใช้บังคับกับพวกที่เป็นกิ๊กโดยมีเพศสัมพันธ์กันเป็นประจำ หรือพวกที่มีอาชีพเป็นหมอนวดขายบริการทางเพศโดยร่วมประเวณีเป็นขาประจำ กรณีสามีไปกระทำ ภริยารู้เข้าสามารถใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าสามีได้ กลับกันถ้าหากว่าฝ่ายภรรยามีชายอื่นเป็นกิ๊ก หรือมีหมอนวดชายและร่วมประเวณีกันเป็นประจำก็ถูกสามีฟ้องหย่าได้”

ทั้งนี้ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516 ฉบับเดิมกำหนดเหตุแห่งการหย่าไว้ 3 ประการคือ สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี สามีหรือภริยายกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี และสามีหรือภริยาเป็นชู้หรือมีชู้

โฆษกศาลกล่าวอีกว่า ดังนั้นกฎหมายจึงถูกแก้ไขให้ครอบคลุม หากศาลพิพากษาให้หย่า ผู้ที่ฟ้องก็สามารถจะขอให้คู่สมรสฝ่ายที่ถูกฟ้องร่วมกับผู้อื่นที่มาร่วมประเวณีนั้นจ่ายค่าทดแทนฐานเป็นสาเหตุทำให้เสียหายจากการหย่าได้

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ 23 พฤษภาคม 2551

***********************************************************



*** ศพพม่าเกลื่อน คนนับล้านไร้บ้าน ***


ศพพม่าเกลื่อน นับล้านไร้บ้าน "ยู เอ็น" เรียกร้องนานาชาติระดมช่วย "พม่า" ฤทธิ์ไซโคลน "นาร์กีส" ถล่ม ขาดแคลนน้ำ อาหาร หวั่นโรคระบาดคร่าซ้ำ ผงะศพลอยเกลื่อนแม่น้ำ ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 22,464 ราย สูญหายอีก 41,054 คาดไร้ที่อยู่นับล้านคน เข้าช่วยเหลือลำบาก น้ำท่วมสูง ต้องใช้เรือเท่านั้น ขนาดเฮลิคอปเตอร์ยังเข้าไปแจกเสบียงไม่ได้

ที่มา : ข่าวสด 9 พฤษภาคม 2551

***********************************************************



*** พระโคกินข้าว-หญ้าธัญญาหาร-น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ***


พืชมงคลปีนี้ พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ทายว่า น้ำสำหรับปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ พระโคกินข้าว ธัญญาหาร ผลาหารจะบริบูรณ์ดี กินหญ้า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร สำหรับการประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจะมีการนำอาหาร 7 สิ่ง ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวโพด น้ำ หญ้า ถั่ว งา และเหล้า มาให้พระโคเลือกกินเพื่อเสี่ยงทาย

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ 9 พฤษภาคม 2551

***********************************************************



*** ปูตินนั่งเก้าอี้นายกฯ รัสเซียเป็นทางการ-ลั่นนำ ปท.สู่มหาอำนาจทาง ศก. ***


เอเจนซี/เอเอฟพี - วลาดิมีร์ ปูติน เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัสเซียในวันนี้ (8) ประกาศลดภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นของประเทศลงเหลือเลขตัวเดียว และบอกว่าอีกไม่นานเศรษฐกิจรัสเซียจะใหญ่กว่าอังกฤษ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤษภาคม 2551

***********************************************************



*** "อินเดีย" ทดสอบขีปนาวุธวิสัยไกลถึง "จีน" ***


อินเดียประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ซึ่งมีพิสัยโจมตีไกลถึงประเทศจีนเมื่อวานนี้ ขยับเข้าสู่ทำเนียบประเทศผู้ครอบครองขีปนาวุธพิสัยปานกลาง แดนภารตะทดสอบแสนยานุภาพของขีปนาวุธ "อัคนี 3" ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลที่สุดของประเทศเป็นครั้งที่ 3 โดยขีปนาวุธดังกล่าวถูกปล่อยจากเครื่องยิงเคลื่อนที่ในเช้าวันพุธ ณ ฐานทดสอบบนเกาะวีเลอร์นอกชายฝั่งรัฐโอริสสา ทางตะวันออกของประเทศ

ขีปนาวุธแบบนี้ ซึ่งมีวิสัยยิง 3,000 กิโลกเมตร สามารถบรรทุกระเบิดแบบธรรมดาหรือนิวเคลียร์ได้ถึง 1.5 ตัน และสามารถทะลุทะลวงไปถึงเมืองสำคัญๆ ของจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้ นักวิเคราะห์ด้านทหารบอก

ศิฐานฌุ คาร์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า ขีปนาวุธที่ยิงจากพื้นสู่พื้นลูกนี้ สามารถโจมตีเป้าหมายที่กำหนดได้ภายใน13.20 นาที โดยเดินทางในความสูง 350 กิโลเมตร ด้วยความเร็วกว่า 4,000 เมตรต่อวินาที

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤษภาคม 2551

***********************************************************



*** บ่อน้ำมันแห้งอิเหนาลาโอเปก ***


ประธานาธิบดี สุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน กล่าวเมื่อ 6 พ.ค. ว่า อินโดนีเซียกำลัง พิจารณาจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ หรือโอเปก เพราะไม่ได้เป็นผู้ส่งออกน้ำมันอีกต่อไปเนื่องจากบ่อน้ำมันเริ่มเหือดแห้ง จึงจะหันมาเน้นนโยบายเพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อใช้ในประเทศแทน หลังจากที่เคยผลิต 1.5-1.6 ล้าน บาร์เรล แต่ปัจจุบันลดเหลือไม่ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียต้องแบกรับภาระจัดสรรเงินอุดหนุนถึง 126.8 ล้านล้านรูเปีย หรือราว 13% ของงบใช้จ่ายของรัฐ อินโดฯเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่เป็นสมาชิกโอเปก แต่หลายปีหลังกลับต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ เนื่องจากผลผลิตในประเทศลดลงเพราะหลายปัจจัย อาทิ ขาดเงินทุนในการสำรวจแหล่งน้ำมันเพราะนักการเมืองทุจริต บริษัทน้ำมันต่างชาติไม่กล้าเข้าไปลงทุนเพราะไม่เชื่อมั่นระบบกฎหมายที่อ่อนยวบ โอเปกมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ก่อตั้งเมื่อปี 2503 แรกเริ่มมีสมาชิก 5 ประเทศ คือ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก อิหร่าน คูเวต และเวเนซุเอลา ต่อมามีสมาชิกเพิ่มอีก 6 ประเทศ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ไนจีเรีย แอลจีเรีย ลิเบีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี 2505

ที่มา : ไทยรัฐ 7 พ.ค. 51

***********************************************************



*** แรงงานเฮ! เพิ่มค่าจ้าง เชียงราย11บ.มากสุด กทม.9บ. ***


ปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุ มติที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 11 บาท ที่จ.เชียงราย และปรับเพิ่ม 2 บาท ที่จ.สุโขทัย อุตรดิตถ์และจ.ชัยภูมิ ส่วนกรุงเทพและปริมณฑล ปรับเพิ่มอีก 9 บาท เริ่ม 1 มิถุนายน 51

(2พ.ค.) นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานคณะกรรมการค่าจ้าง เพื่อพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดยที่ประชุมมีมติให้ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ โดยใช้อัตราเงินเฟ้อ 5% เป็นฐานในการตัดสินใจ ซึ่งที่ประชุมมีมติขึ้นค่าจ้างสูงสุด 11 บาทที่จ.เชียงรายเนื่องจากค่าครองชีพสูง และคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดเชียงรายเรียกร้องให้มีการปรับฐานค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 146 บาท ทำให้เชียงรายมีค่าจ้าง ขั้นต่ำ 157 บาท

นอกจากนี้คณะกรรมการค่าจ้างกลางได้พิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่ม 9 บาทใน 9 จังหวัด คือ กรุงเทพ นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร อุบลราชธานี สระบุรี และเชียงใหม่ นายจุฑาธวัช กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้เพิ่มค่าจ้างต่ำสุด ปรับขึ้น 2 บาท 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ และจังหวัดชัยภูมิ ส่วนอีก 64 จังหวัดจะปรับขึ้นในอัตราเฉลี่ย 7-8 บาท "การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายน 2551 โดยการขึ้นค้าจ้างครั้งนี้อาจจะไม่มีการปรับขึ้นครั้งเดียว แต่อาจมีการปรับขึ้นค่าจ้างอีกครั้งในช่วงปลายปี ซึ่งจะต้องพิจารณาในเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มมากขึ้นรวบไปถึงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นด้วย " นายจุฑาธวัช กล่าว

ที่มา : คม ชัด ลึก 2 พ.ค. 51

***********************************************************



*** “จีเอ็มเอส” มุ่งขยายเส้นทาง-เน้นการค้าลุ่มน้ำโขง ***


เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม “กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” (Greater Mekong Subregion) หรือ “จีเอ็มเอส” ครั้งที่ 3 ที่กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันจันทร์ 31 มี.ค. นายกรัฐมนตรีของกลุ่มสมาชิกทั้ง 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า และไทย ต่างเห็นพ้องเพิ่มความร่วมมือกันด้านคมนาคมขนส่ง พลังงาน และการสื่อสารเชื่อมระหว่างชาติสมาชิก 6 ประเทศ ความร่วมมือกันดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการค้าและการพัฒนาในหมู่ชาติสมาชิก การประชุมครั้งนี้ดำเนินการร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือเอดีบี โดยมีการออกแถลงการณ์ร่วมเพิ่มความร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจ ร่วมต่อสู้ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ดูแลจัดการปัญหาทรัพยากรมนุษย์ ปัญหาการค้ายาเสพติด ปัญหาคุกคามสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาสภาพชั้นบรรยากาศโลกเปลี่ยนแปลง หรือปัญหาโลกร้อน

นอกจากนั้น กลุ่มจีเอ็มเอสยังให้คำมั่นขยายเครือข่ายเส้นทางคมนาคมและการขนส่งสินค้า รวมถึงเส้นทางรถไฟจากเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ไปถึงสิงคโปร์ โดยนายกรัฐมนตรี เหวิน เจียเป่า ของจีน ประกาศให้คำมั่นสนับสนุนเงิน 20 ล้านหยวน หรือราว 100 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างขยายเส้นทางรถไฟในช่วงที่ยังไม่เชื่อมต่อกัน ขณะที่นายกรัฐมนตรี บัวสอน บุปผาวัน ของลาว เรียกร้องถึงเอดีบีให้สนับสนุนเงินสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างไทย ลาว และเวียดนาม นายลอว์เรนซ์ กรีนวูด รองประธานเอดีบี กล่าวว่า ช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ชาติภูมิภาคแม่น้ำโขงต่างเผชิญปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ และความยากจน แต่ความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งลาว จากชาติ ที่ไม่มีทางออกทะเลกำลังกลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มชาติจีเอ็มเอส ทางหลวงใหม่หลายสายก็กำลังสร้างแล้วเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางรถยนต์ข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมการเดินทางระหว่างจีนกับไทย พม่าถึงเวียดนาม และไทยถึงเวียดนาม ส่วนแผนก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ซึ่งจะเชื่อมเส้นทางสายคุนหมิง-กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2554

วันเดียวกันนี้ เวทีการประชุมผู้แทนจาก 163 ประเทศ ในกรุงเทพฯ ว่าด้วยปัญหาสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง อยู่ระหว่างประชุมร่างแผนข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อใช้แทนพิธีสารเกียวโต ซึ่งจะหมดวาระเฟสแรกในปี 2555.

ที่มา : ไทยรัฐ 1 เม.ย. 51

***********************************************************



*** นางสงกรานต์ปีชวด นาม “ทุงสะเทวี” ขี่ครุฑ ทำนายร้ายมากกว่าดี ***



นาง"ทุงสะเทวี” ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราค ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑ เป็นพาหนะ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 1 เมษายน 2551

***********************************************************



*** เลือกตั้งภูฏาน “พรรคดีพีที” คว้าชัยชนะถล่มทลายชนิดไม่คาดฝัน ***



จิกมี ทินเลย์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของภูฏาน

เอเอฟพี – พรรคภูฏาน ยูไนเต็ด ปาร์ตี้ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของภูฏานวานนี้ (24) ซึ่งนับเป็นการเลือกตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยครั้งแรกของประเทศ และเป็นการสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของราชวงศ์วังชุกที่ปกครองภูฏานมายาวนานกว่า 1 ศตวรรษ

คณะกรรมการการเลือกตั้งของภูฏานได้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งปรากฎว่า พรรคภูฏาน ยูไนเต็ด ปาร์ตี้ (ดีพีที) เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โดยได้ที่นั่งทั้งหมด 44 ที่นั่งจาก 47 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร หลังการขับเคี่ยวอย่างดุเดือดกับพรรคการเมืองคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปไตยประชาชน (พีดีพี) โดยมีประชาชนเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง 318,000 คน พร้อมใจออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งสำคัญดังกล่าว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 25 มีนาคม 2551

***********************************************************



*** เฟดมีมติหั่นดอกเบี้ยลงอีก 0.75% มุ่งรับมือวิกฤติสินเชื่อ ***


เอเอฟพี – เฟดมีมติลดดอกเบี้ยลงอีก 0.75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดในการรับมือกับวิกฤติสินเชื่อที่ขยายวงกว้างมากขึ้น

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.75 เปอร์เซ็นต์หลังการประชุมเฟดเสร็จสิ้นลงทำให้อัตราดอกเบี้ยฟันด์เรต หรือดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนระหว่างธนาคารในปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 2.25 เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยดิสเคานต์เรต ซึ่งเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ที่เฟดคิดกับสถาบันการเงินต่างๆ ลง 0.25 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยดิสเคานต์เรตลดลงมาอยู่ที่ 2.50 เปอร์เซ็นต์

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 19 มีนาคม 2551

***********************************************************



*** เหตุการณ์ทิเบตประท้วงรัฐบาลจีน ***


เหตุการณ์ประท้วงเรียกร้องอิสรภาพการปกครองของทิเบตจากรัฐบาลจีนที่นำโดยกลุ่มพระสงฆ์และประชาชนชาวทิเบตยังคงตึงเครียด ซึ่งขณะนี้เป็นเหตุการณ์ที่ได้ความสนใจของคนทั่วทุกมุมโลก และล่าสุดฝ่ายรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบตในธรรมศาลา ประเทศอินเดีย รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ประท้วง สูงถึง 80 คน แต่สื่อจีน รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิต เพียงอย่างน้อย 10 คน ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ประกาศผนวกดินแดนหลังคาโลกแห่งทิเบตอยู่ภายใต้อธิปไตยจีน พร้อมส่งกองกำลังเข้ามาในทิเบตช่วงทศวรรษที่ 1950 องค์ทะไล ลามะที่ 14 ผู้นำสูงสุดแห่งทิเบต ถูกกล่าวหาว่ากบฏในปีค.ศ.1959 และเป็นเหตุให้ต้องเสด็จลี้ภัยไปยังเมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย– เอเอฟพี


ประชาชนในไต้หวันก็ร่วมประท้วงด้วย


กลุ่มพระลามะในอินเดียร่วมกันเดินประท้วงกดดันรัฐบาลจีน


ชาวทิเบตผลัดถิ่นร่วมกันโบกธงและตะโกนเรียกร้องรัฐบาลจีน ในเมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย


กลุ่มผู้ชุมนุมในนครปารีส เรียกร้องให้จีนมอบเอกราชให้กับทิเบต

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2551

***********************************************************



*** จารึกวัดโพธิ์ ได้รับเลือกเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกสิ่งใหม่ของไทย ***


จารึกวัดโพธิ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของเมืองไทย จากยูเนสโก โดยในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ทางวัดโพธิ์จะจัดงานรับมรดกความทรงจำแห่งโลก และงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ที่โปรดเกล้าฯให้มีการจารึกสรรพวิทยาการต่างๆ ในวัดโพธิ์แห่งนี้ควบคู่กันไป ดร.มรว.รุจยา อาภากร คณะที่ปรึกษา คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก กล่าวว่า จารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยได้มีการรับรองแล้วที่ประเทศออสเตรเลีย และจะมีการส่งมอบเอกสารการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกให้แก่วัดพระเชตุพนฯในวันที่ 31 มีนาคมนี้ พร้อมกับที่ทางวัดจะจัดงานรับมรดกความทรงจำแห่งโลก และงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ที่โปรดเกล้าฯให้มีการจารึกสรรพวิทยาการต่างๆ ในวัดโพธิ์แห่งนี้


จารึกเกี่ยวกับโคลงกลอนต่างๆ

ทั้งนี้ แผนงานของยูเนสโกว่าด้วยความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World Program) เป็นแผนงานที่องค์การยูเนสโก กำหนดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2535 โดยการเชิญผู้เชี่ยวชาญ ด้านสารนิเทศจากองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนจากทั่วโลก มาประชุมหารือร่วมกันแผนงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ และการเผยแพร่มรดกภูมิปัญญาของโลก ที่บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกไว้ในรูปแบบใดๆ และไม่ว่าจะผลิตในประเทศใด ถือว่าเป็นแหล่งรวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทั้งในด้านของวัฒนธรรม และความคิดริเริ่มของมนุษยชาติ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2551

***********************************************************



*** ร่วมโหวต 7 สิ่งมหัศจรรย์ สถานที่ท่องเที่ยวในไทย : วัดพระศรีสรรเพชญ์คะแนนนำ ***


www.7wondersthailand.com เว็บไซต์ที่เคยร่วมกับทางองค์กร New 7 Wonders ประกาศผล 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เมื่อ วันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 ได้จัดทำการสอบถามความคิดเห็นของคนไทยทั่วประเทศว่า สถานที่ท่องเที่ยวใดในประเทศไทย ที่เหมาะสมที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็น “7 สิ่งมหัศจรรย์ สถานที่ท่องเที่ยว ในประเทศไทย” หรือ “ 7 Wonders Tourist Places Thailand Vote”

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อที่จะเป็นการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวให้ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ ได้รับทราบว่าประเทศไทยก็มีสิ่งต่าง ๆ ที่สวยงามดูแล้วน่าอัศจรรย์ใจ ชวนให้น่าติดตามและค้นหาอีกมากมาย ไม่แพ้ชาติอื่นใดในโลกเลยทีเดียว

ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันนี้ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 และจะประกาศผลการลงคะแนนในวันที่ 7 กรกฎาคม 2552 ซึ่งนอกจากนี้ ทาง 7 Wonders Thailand ยังได้จัดทำ 10 อันดับสูงสุด ในทุก ๆ วันที่ 7, 17 และ 27 ของทุกเดือน เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาชมได้รับทราบว่า ขณะนี้มีสถานที่ใดบ้างที่ได้รับการคัดเลือกมากที่สุด 10 อันดับแรก

ซึ่งจากการ อัพเดทข้อมูลล่าสุด วันที่ 17 มีนาคม 2551 มีผลดังนี้ อันดับหนึ่งวัดพระศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา อันดับสองพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว กรุงเทพมหานคร อันดับสาม มอหินขาว จ.ชัยภูมิ อันดับสี่ ผาแต้ม จ.อุบลราชธานีอันดับห้า ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ อันดับหก พระแก้วมรกต กรุงเทพมหานคร อันดับเจ็ด ทีลอซู จ.ตาก อันดับแปด เขาสก จ.สุราษฏร์ธานี อันดับเก้า ปราสาทสัจจธรรม จ.ชลบุรี อันดับสิบ สิมิลัน จ.พังงา

ผู้ที่สนใจเข้าสามารถเลือก โหวตลงคะแนน ได้ 3 ช่องทาง ที่ www.7wondersthailand.com กด U - Vote / โวตให้คะแนน ,vote@7wondersthailand.com ,สายตรง ( HOT LINE ) : 086 – 711 – 8881

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 17 มีนาคม 2551

***********************************************************



*** ป.ป.ท.ลุยเชือดกังฉิน-คอรัปชั่นแผ่นดิน ***


สำนักงานป้องกันและปราบปราบการทุจริตในภาครัฐหรือ ป.ป.ท. เป็นหน่วยงานใหม่ สังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2551 เพื่อใช้ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ระดับ 7 ลงไปหรือเทียบเท่า โดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 ม.ค. และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

ปัจจุบันนายสุนัย มโนมัยอุดม นั่งเก้าอี้รักษาเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยโอนย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 18 มีนาคม 2551

***********************************************************



*** ประสพสุข” คว้าเก้าอี้ ปธ.วุฒิ ชนะ “ทวีศักดิ์” ขาด 78 ต่อ 45 ***


ผลประชุมวุฒิสภานัดแรกเพื่อเลือกประธาน ส.ว. "ประสพสุข บุญเดช" สว.สรรหา " ได้รับเลือกด้วยคะแนน 78 ทิ้งห่าง"ทวีศักดิ์"ที่ได้ 45 คะแนน ส่วน "พล.อ.เลิศรัตน์"และ"พล.ต.ท.มาโนช" ได้ 15 และ 6 คะแนน ตามลำดับ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 14 มีนาคม 2551

***********************************************************



*** ศาลฎีกาพิพากษา ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เสียภาษีโรงเรือน ***


ศาลตัดสินคดีตู้โทรศัพท์ต้องเสียภาษีโรงเรือน เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลภาษีอากรกลาง ว่าศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์และเทศบาล นครพนม เป็นจำเลย ฐานให้เพิกถอนคำสั่งการประเมินเรียกเก็บภาษีตู้โทรศัพท์สาธารณะจำนวน 182 ตู้ และให้ คืนเงินค่าภาษี 45,600 บาทแก่โจทก์ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ว่าตู้โทรศัพท์ไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือน ทำให้โจทก์ชนะคดี แต่ฝ่ายจำเลยยื่นอุทธรณ์โดยตรงถึงศาลฎีกา เพื่อให้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดเป็นบรรทัดฐานโดยไม่ต้องผ่านศาลอุทธรณ์ (วิธีการของศาลชำนาญพิเศษ) คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์คือองค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่แปรรูปเป็นบริษัทมหาชน มีตู้โทรศัพท์สาธารณะให้บริการทั่วประเทศ 3 แบบ คือแบบหยอดเหรียญ แบบใช้การ์ด และใช้ทั้งเหรียญและการ์ด ตู้โทรศัพท์มีระบบรักษาความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ ด้วยการทำตู้กระจกโครงอะลูมิเนียม ข้างบนปิดทึบ ข้างล่างเสาตู้จะยึดด้วยนอตกับแผ่นคอนกรีตวางบนทางเท้า แต่ไม่ได้ฉาบปูนยึดติดกับทางเท้า ตู้ดังกล่าวสามารถยกย้ายได้ง่ายๆ

จำเลยเป็นส่วนราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มีอำนาจจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เจ้าพนักงานจัดเก็บภาษีของจำเลยได้เรียกเก็บภาษีโรงเรือนจากตู้โทรศัพท์ของโจทก์ 182 ตู้ ให้ชำระภาษีเป็นเงิน 45,600 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วย จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการประเมิน ต่อมาคณะกรรมการประเมินเห็นพ้องกับเทศบาลเมืองนครพนม โจทก์จึงนำความมาฟ้องศาลภาษีอาการกลาง

ฝ่ายจำเลยให้การว่า จำเลยประเมินตามกฎหมาย ตามระเบียบและตามคำสั่ง จำเลยเคยส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการให้คณะกรรมการชี้ขาดแล้วเสนอคณะรัฐมนตรีทราบ แต่โจทก์ไม่จ่ายภาษีและไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่า ให้เพิกถอนการประเมินเก็บภาษีของจำเลย โจทก์ชนะคดี จำเลยยื่นฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษาว่า ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 5 ระบุว่า โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้หมายถึงแพด้วย โดยไม่ได้กำหนดความหมายไว้โดยเฉพาะ ศาลฎีกาพิจารณาจากภาพถ่าย เห็นว่าตู้โทรศัพท์มีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างหนึ่ง แม้จะวางบนแท่นคอนกรีตสามารถเคลื่อนย้ายได้ไม่ยาก เพราะไม่ได้เชื่อมติดกับพื้นเป็นการถาวร และไม่มีลักษณะเป็นส่วนควบ อีกทั้งไม่มีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่เข้าอยู่อาศัยได้ แต่ พ.ร.บ.ดังกล่าว ก็ไม่ได้กำหนดให้เก็บภาษีได้เฉพาะโรงเรือนเท่านั้น และขณะที่เจ้าพนักงานไปประเมินภาษี ตู้โทรศัพท์ของโจทก์ก็ไม่ได้เคลื่อนย้าย จึงเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบกิจการ ก่อให้เกิดประโยชน์ และรายได้แก่โจทก์ ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างหนึ่งที่ต้องเสียภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนตามมาตรา 5 จึงไม่ได้ รับการยกเว้นภาษีโรงเรือน การที่จำเลยอุทธรณ์มาถึงศาลฎีกาจึงฟังขึ้น ให้ยกฟ้องโจทก์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่ศาลฎีกา แผนกคดีภาษีอากร มีคำพิพากษาชี้ขาดเช่นนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานให้ผู้บริการตู้โทรศัพท์สาธารณะรายอื่นๆ ต้องชำระภาษีอย่างถูกต้อง

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากผู้เกี่ยวข้องบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ว่า เตรียมหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเทศบาล หรือภาษีท้องถิ่น จากการวางตู้โทรศัพท์สาธารณะของทีโอทีว่า ต้องจ่ายภาษีให้กับท้องถิ่นหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาทีโอทีไม่เคยจ่ายภาษีเทศบาลสำหรับการวางตู้โทรศัพท์สาธารณะ เนื่องจากเป็นทรัพย์สินของทางราชการ แต่ภายหลังจากที่แปรรูปจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ไปจดทะเบียนเป็นบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) แล้ว ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงได้เริ่มจะจัดเก็บภาษีจากทีโอที ดังนั้น จำเป็นต้องหารือเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการของทีโอทีต่อไป

ส่วนเหตุผลที่ทีโอทีเห็นว่า องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นไม่ควรจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินนั้น ก็เนื่องจากบริการโทรศัพท์สาธารณะเหล่านี้ เป็นบริการที่ทีโอทีให้บริการแก่ประชาชนในท้องถิ่นและเป็นบริการที่รัฐต้องแบกรับภาระและขาดทุนจากการให้บริการอยู่แล้ว แต่กฎหมายกำหนดให้รัฐจะต้องจัดบริการเหล่านี้ ให้กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค จึงจำเป็นจะต้องจัดตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะลงไปยังท้องถิ่น แต่หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเรียกเก็บภาษีท้องถิ่นขึ้นมา ในอนาคตทีโอทีอาจจะหยุดให้บริการโทรศัพท์สาธารณะในท้องถิ่นนั้นๆ

ที่มา : ไทยรัฐ 12 มี.ค. 51

***********************************************************



*** วิกฤตละตินอเมริกาคลี่คลาย 3 ชาติจับมือยุติความขัดแย้ง ***


เอเจนซี - โคลอมเบีย เอกวาดอร์ และ เวเนซุเอลา ยุติความขัดแย้งด้วยการจับมือกันในที่ประชุมเมื่อวันศุกร์(7) หลังสัปดาห์แห่งสะสมกองทหารตามชายแดน จากความตึงเครียดกรณีโคลอมเบียส่งทหารล่วงล้ำอาณาเขตเอกวาดอร์เข้าไปสังหารแกนนำกลุ่มกบฏฟาร์ซ จนถูกประเทศเพื่อนบ้านตัดความสัมพันธ์

ที่มา : ไทยรัฐ 8 มี.ค. 51

***********************************************************



*** ครม. ลดภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจ ***


ครม.ผ่านมาตรการภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ มนุษย์เงินเดือนรับประโยชน์เต็มที่ ได้หักลดหย่อนภาษีเพิ่มหลายรายการ ส่วนภาคธุรกิจ ทั้งประกัน อสังหาริมทรัพย์ และเอสเอ็มอีหน้าบาน เตรียมส่งมาตรการเพิ่มเติมอัดเงินให้รากหญ้าอีกระลอกเดือนเมษายน เอกชนขานรับช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ รัฐบาล เริ่มเดินแผนฟื้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายประชานิยม โดยส่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา มาตรการภาษีดังกล่าว ประกอบด้วย 3

มาตรการหลัก 16 มาตรการย่อย โดยมาตรการหลัก ได้แก่

1.มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนและส่งเสริมการออมของภาคครัว เรือน รวมทั้งช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เช่น ปรับเพิ่มวงเงินสุทธิที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 1 แสนบาท เป็น 1.5 แสนบาท ปรับเพิ่มวงเงินการยกเว้นและการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันภัยสำหรับการ ประกันชีวิต จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 หมื่นบาท เป็น 1 แสนบาท และเพิ่มการหักค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคู่สมรส บิดา มารดา บุตร ซึ่งเป็นคนพิการได้ 3 หมื่นบาท เป็นต้น

2. เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่ นิติบุคคล ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีเงินได้ไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี มีผลตั้งแต่ปี 2551-2553 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นที่มีทุนจดทะเบียนไม่ เกิน 5 ล้านบาท สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 1.5 แสนบาทจากเดิมหากมีกำไร 1 ล้านบาทแรก ต้องเสียภาษี 15% ส่วนที่เกินจากนี้ให้เสียในอัตราเดิม เริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

3. เน้นการกระตุ้นการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเอกชนไทย ได้แก่ ให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์หรือวัสดุที่ประหยัดพลังงานได้ 1.25 เท่าของค่าใช้จ่าย ให้บริษัทหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิต ในอัตรา 40% ของมูลค่าต้นทุน และลดภาษีธุรกิจเฉพาะจากเดิม 3% เหลือ 0.1% จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยต้องดำเนินการภายใน 1 ปี นับจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ เป็นต้น

***********************************************************



*** ละตินเดือดโคลอมเบียเปิดศึกกับเพื่อนบ้าน ***


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศในละตินอเมริกาหลังกองกำลังภาคพื้นดินของรัฐบาลโคลอมเบียปฏิบัติการจู่โจมที่หลบซ่อนของกลุ่มกบฏ “กองกำลังปฏิวัติโคลอมเบีย” (FARC) ห่างจากพรมแดนโคลอมเบีย-เอกวาดอร์ราว 1.8 กม. การโจมตีทางอากาศยังผลให้สมาชิก FARC เสียชีวิต 17 ศพ และทหารฝ่ายรัฐบาลพลีชีพ 1 นาย

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลเอกวาดอร์เนื่องจากมองว่าเป็นการรุกล้ำอธิปไตย ประธานาธิบดี ราฟาเอล คอร์เรีย แห่งเอกวาดอร์ จึงสั่งเคลื่อนกำลังไปประชิดพรมแดน และถอนนักการทูตเอกวาดอร์ออกจากโคลอมเบีย พร้อมกันนั้นก็ขับนักการทูตโคลอมเบียออกจากเอกวาดอร์เป็นการประท้วง ด้านประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเอกวาดอร์เป็นเดือดเป็นแค้นแทน และแสดงความไม่พอใจโดยการเรียกทูตเวเนซุเอลาประจำโคลอมเบียกลับประเทศ

ขณะเดียวกัน ก็สั่งทหารไปตรึงกำลังบริเวณพรมแดนเวเนซุเอลา-โคลอมเบียเช่นกัน นายชาเวซได้ประณามประธานาธิบดี อัลวาโร อูรีบีของโคลอมเบีย ว่าเป็นหุ่นเชิดของสหรัฐฯ ด้านนายอูรีบีตอบโต้ไม่ได้รุกล้ำเอกวา-ดอร์ แต่ได้ปฏิบัติการสอดคล้องกับหลักการพิทักษ์ความถูกต้อง ขณะเดียวกัน รัฐบาลโคลอมเบียยังเปิดโปงว่าพบเอกสารในที่เกิดเหตุของนายราอูล เรเยส แกนนำกลุ่มกบฏ ซึ่งเป็นหลักฐานชี้ว่าประธานาธิบดีคอร์เรียของเอกวาดอร์มีสายสัมพันธ์ กับกลุ่ม FARC ซึ่งถือเป็นกลุ่มก่อการร้าย.

ที่มา : ไทยรัฐ 4 มี.ค. 51

***********************************************************



*** ผู้นำใหม่รัสเซีย ***


คณะกรรมการการเลือกตั้งรัสเซียประกาศเมื่อ 3 มี.ค. 1 วันหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีว่า นายดมิตรี เมียดแวเดียฟ รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 วัย 42 ปี “ทายาทอำนาจ” ของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ชนะถล่มทลายด้วยคะแนน 70.23%

เมียดแวเดียฟประกาศว่าจะสานต่อนโยบายต่างๆ ของปูตินที่ดำเนินมา 8 ปีต่อไป โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ความมั่นคง และรักษาเสถียรภาพของชาติ รวมทั้งต่อต้านการแยกเอกราชของโคโซโวจากเซอร์เบีย และแผนติดตั้งระบบโล่ป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในยุโรปตะวันออก

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังชี้ว่าปูตินจะยังเป็นผู้กุมอำนาจตัวจริง คอยบงการอยู่หลังฉากในฐานะนายกฯ การแบ่งปันอำนาจจะอยู่ได้นานแค่ไหนยังน่าสงสัย เพราะปกติรัสเซียจะมีผู้นำที่กุมอำนาจสูงสุดเพียงผู้เดียว

ที่มา : ไทยรัฐ 4 มี.ค. 51

***********************************************************



*** แบงก์ชาติยกธง เลิกสำรอง30% ***


ในที่สุดแบงก์ชาติก็ยอมยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% แล้ว โดยเมื่อวันที่ 29 ก.พ. นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย . ได้แถลงถึงเรื่องการยกเลิกมาตรการสำรองเงินทุนระยะสั้นนำเข้า 30% โดยระบุว่า หลังจาก ธปท.ได้ใช้มาตรการสำรองเงินทุนระยะสั้นนำเข้ามาตั้งวันที่ 18 ธ.ค. 2549 และ ได้ช่วยให้ชะลอแรงกดดัน จากการเก็งกำไรค่าเงินบาททำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค นั้น ธปท.พิจารณาปัจจัยด้านต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะ ยกเลิกมาตรการดังกล่าว โดยได้ยกเลิกทั้งการสำรอง 30% จากเงินทุนระยะสั้นไม่ถึง 1 ปี และยกเลิกการป้องกันความเสี่ยง 100% มีผลตั้งแต่ 3 มี.ค. 2551 นี้ เนื่องจากมีสถานการณ์ที่ชัดเจนว่าสามารถยกเลิกได้

นางธาริษากล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะยกเลิก มาตรการ 30% ไปแล้ว ธปท.ได้ออกมาตรการรองรับ เพื่อบริหารจัดการการไหลเข้า-ออกของเงินทุน รวมทั้งป้องกันการเก็งกำไรค่าเงิน โดยมีมาตรการเสริมที่ประกอบด้วย

1. สนับสนุนให้เกิดการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดย ธปท.ได้อนุมัติเพิ่มวงเงินการลงทุนในหลักทรัพย์ ต่างประเทศของกองทุน และเอกชนไทย ผ่านคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) จาก 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี เป็น 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี

2. ปรับปรุงมาตรการป้องกันและปราบปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท โดยปรับการกู้ยืมเงินบาท ของสถาบันการเงินในประเทศให้กับผู้มีถิ่นฐานที่อยู่ นอกประเทศ (เอ็นอาร์) โดยไม่มีธุรกรรมรองรับทุกอายุสัญญา โดยลดวงเงินคงค้างของแต่ละสถาบันการเงิน จากไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อกลุ่ม เหลือไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อกลุ่ม เพื่อจำกัดช่องทางการเก็งกำไร ขณะเดียวกันเพิ่มวงเงินคงค้างการปล่อยสภาพคล่องเงินบาทของสถาบันการเงินในประเทศ ให้กับกลุ่มเอ็นอาร์ โดยไม่มีธุรกรรมรองรับ จากเดิมไม่เกิน 50 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 300 ล้านบาท ต่อสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มความต้องการเงินตราต่างประเทศ ของนักลงทุนต่างชาติ

3. ปรับปรุงบัญชีเงินฝากเงินบาทของผู้ที่มีถิ่น ที่อยู่นอกประเทศ (นอน-เรซิเด็นซ์บาท) เหลือเพียง 2 ประเภท คือ บัญชีเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารการเงิน (NRBS) และบัญชีเพื่อการลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์ อื่น (SNT) แต่ยังไม่ให้มีการโอนเงินข้ามบัญชี เพื่อสะดวก ในการติดตามเงินทุนนำเข้า เชื่อมั่นว่ามาตรการต่างๆข้างต้นภายใต้การดำเนินนโยบาย อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว แบบจัดการที่ใช้ในปัจจุบัน จะสามารถดูแลค่าเงินบาท ให้เคลื่อนไหว สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจและไม่ผันผวนจนเกินไป

ที่มา : ไทยรัฐ 1 มี.ค. 51

***********************************************************