ประชุมบิ๊กกลาโหม 'อาเซียน+8 ปท.' สหรัฐฯระบุความตึงเครียดคลี่คลาย
 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 ตุลาคม 2553
  เอ เจนซีส์ / เอเอฟพี - บรรดารัฐมนตรีกลาโหมจาก 10 ชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน และ 8 ประเทศคู่เจรจา อันประกอบด้วย สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ เปิดการหารือในระดับนี้ครั้งแรกเป็นเวลา 1 วัน เมื่อวานนี้ (12) ที่กรุงฮานอย โดยพวกเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ระบุว่า แดนมังกรกับพวกเพื่อนบ้านในเอเชียกำลังใช้ฝีก้าวที่มุ่งผ่อนคลายความตึงเครียด ภายหลังจากเกิดความปั่นป่วนผันผวนขึ้นทุกขณะมาหลายเดือน สืบเนื่องจากการแข่งขันอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนและน่านน้ำในย่านแปซิฟิก

เวียดนามแถลงวานนี้ ว่า จีนได้ปล่อยตัวชาวประมงเวียดนาม 9 คน ที่แดนมังกรจับกุมไปจากบริเวณใกล้ๆ หมู่เกาะที่สองประเทศพิพาทกันอยู่ในเขตทะเลจีนใต้ ขณะที่พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็กล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่า ปักกิ่งน่าจะกำลังขบคิดทบทวนใหม่เกี่ยวกับวิธีการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งทำให้ชาติเอเชียจำนวนมากเห็นว่าแข็งกร้าวและรู้สึกวิตกกังวล

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้บังเกิดขึ้น หลังจากที่ปักกิ่งกับโตเกียวได้บรรเทาความตึงเครียดที่มีต่อกัน สืบเนื่องจากกรณีญี่ปุ่นจับเรือประมงจีนที่พุ่งชนเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของตนเมื่อเดือนที่แล้ว ในบริเวณใกล้หมู่เกาะที่ประเทศทั้งสองต่างอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกัน

ระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีกลาโหมของอาเซียน และ 8 ชาติคู่เจรจา โรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อพิพาทต่างๆ จากการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนแต่ละแห่ง ตลอดจนเส้นทางการเดินเรือในภูมิภาคแปซิฟิก จะกลายเป็นประเด็นที่ท้าทายความมั่นคงและความรุ่งโรจน์ของภูมิภาค แต่เขาก็ชี้ว่า รู้สึกมีกำลังใจที่ได้เห็นสัญญาณเบื้องต้นของความคืบหน้าไปสู่การตกลงจัดทำกฎเกณฑ์พื้นฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการสื่อสารกันอย่างผิดๆ และความขัดแย้ง

พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บอกว่า ระหว่างการประชุมวานนี้ สหรัฐฯ และอีก 6 ชาติ ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ และ เวียดนาม ได้หยิบยกความวิตกกังวลเกี่ยวกับการพิพาทกันในทะเลจีนใต้ขึ้นมาพูด และปรากฏว่า การตอบสนองของฝ่ายจีนดูจะอยู่ในลักษณะไม่แข็งกร้าว อย่างน้อยก็เท่าที่เห็นในเบื้องต้น ซึ่งตรงกันข้ามกับวาระการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนกับพวกประเทศคู่เจรจา (การประชุมเออาร์เอฟ) เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ปักกิ่งแสดงปฏิกิริยาอย่างโกรธกริ้วจากการที่ฝ่ายสหรัฐฯพูดถึงเรื่องนี้ด้วยภาษาทำนองเดียวกัน

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ คนหนึ่งบอกวอลล์สตรีท เจอร์นัล ว่า อย่างน้อยที่สุดในการพบปะหารือระยะหลังๆ นี้ บางนัด ฝ่ายจีนดูเหมือนจะ “ถอยกลับ” จากการระบุยืนยันว่า เขตทะเลจีนใต้เป็นผลประโยชน์ “แกนกลาง” ของตน และอาจจะกำลังเสาะแสวงหา “หนทางอื่นๆ ในการสื่อสารวิธีการของตนให้เป็นที่ชัดเจนมากขึ้น”

ก่อนหน้านี้ ในปีนี้มีรายงานว่า ปักกิ่งได้ระบุว่าเขตทะเลจีนใต้เป็นหนึ่งใน “ผลประโยชน์แกนกลางแห่งชาติ” ของตน ซึ่งก็คือเท่าเทียมกับดินแดนทิเบตและไต้หวัน การประกาศเช่นนี้ย่อมเท่ากับบอกว่าจะไม่ยอมประนีประนอมใดๆ นั่นเอง ถึงแม้มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบางรายแสดงความข้องใจว่านี่เป็นจุดยืนอย่างเป็นทางการของแดนมังกรจริงหรือเปล่า

ทางฝ่ายจีนนั้น รัฐมนตรีกลาโหม เหลียง กวงเลี่ย กล่าวในที่ประชุมวานนี้โดยยืนยันว่า “การพัฒนาด้านการป้องกันตนเองของจีนไม่ได้มีจุดประสงค์ เพื่อท้าทายหรือคุกคามชาติใดๆ ทว่า เพื่อประกันความมั่นคงของตน ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและของโลก

เขายังกล่าวต่อไปว่า จีนได้ทำการ “ตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์” สำหรับการพัฒนาอย่างสันติในระยะยาวแล้ว

จีนเป็นมิตรและเปิดกว้างสำหรับการเจรจาร่วมมือด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาค รวมทั้งให้การสนับสนุนศูนย์กลางแห่งอาเซียน” เหลียง บอก