|
เรื่องของผลตอบแทนจากการทำความดี
ผมกำลังเดินอยู่บนถนนท่ามกลางแสงไฟสลัวในช่วงโพล้เพล้ของวันหนึ่ง
พลันได้ยินเสียงร้องอู้อี้เหมือนถูกผ้าอุดปากดังออกมาจากหลังพงไม้
อารามตกใจ
ผมชะลอฝีเท้าเพื่อฟังและรู้สึกตื่นตระหนกเมื่อรู้ว่าเสียงที่ผมได้ยินคือ
เสียงการต่อสู้กันอย่างแน่นอน มีทั้งเสียงตะคอกและเสียงเสื้อผ้าฉีกขาด
มีหญิงสาวกำลังถูกทำร้ายห่างจากจุดที่ผมยืนไม่กี่เมตร
ผมควรเข้าไปยุ่งดีหรือเปล่า ผมรู้สึกหวั่นกับสวัสดิภาพของตัวเอง
และนึกตำหนิตัวเองที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านใหม่กระทันหัน
ผมควรจะเข้าไปช่วย หรือแค่วิ่งไปยังโทรศัพท์เครื่องที่ใกล้ที่สุดเพื่อโทรแจ้งตำรวจ
เสียงร้องของเด็กผู้หญิงเริ่มเบาลง
ผมรู้ทันทีว่าจะต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ผมจะเดินหนีเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างไร
เอาละ
ผมตัดสินใจได้แล้ว ผมไม่อาจหันหลังให้กับชะตาของผู้หญิงที่ไม่รู้จักคนี้ได้
แม้มันหมายถึงการเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง
ผมไม่ใช่คนกล้า
และไม่ใช่นักกีฬา ผมไม่รู้ว่าความกล้าและพละกำลังในตัวนั้นมาจากไหน
แต่ทันทีที่ตัดสินใจช่วยเธอ ผมดูเหมือนจะเปลี่ยนไป ผมวิ่งไปหลังพุ่มไม้และดึงเจ้าวายร้ายออกมาจากร่างของหญิงสาว
เราต่อสู้กันจนกลิ้งไปกับพื้นทั้งคู่ และปล้ำสู้กันอยู่สักพักหนึ่ง
ในที่สุดเจ้าตัวร้ายก็ลุกขึ้นและวิ่งหนีไป
ผมหอบฮักๆ
และพยายามตะเกียกตะกายไปหาเด็กผู้หญิงซึ่งนอนหมอบร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หลัง
ต้นไม้ ท่ามกลางความมืด ผมแทบไม่เห็นตัวเธอเลย แต่มีความรู้สึกว่าเธอต้องกำลังตกใจกลัวจนตัวสั่นอยู่แน่นอน
ด้วยไม่อยากจะให้เธอตกใจมากไปกว่านี้ ผมจึงพูดกับเธอในระยะไกลๆ
ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ผมปลอบ มันวิ่งหนีไปแล้ว คุณปลอดภัยแล้วตอนนี้
เธอเงียบไปสักพัก แล้วผมก็ได้ยินเธอเปล่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจ
พ่อคะ นั่นพ่อเหรอคะ แล้วผู้ที่ก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ก็คือแคเธอรีน
ลูกสาวคนเล็กของผมเอง
***
จะเกิดอะไรขึ้น หากชายผู้นี้ลังเล ที่จะไม่ช่วยเด็กหญิงที่กำลังถูกทำร้าย
ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็คือลูกของตัวเอง ???
(จากหนังสือที่รวบรวมเหตุการณ์บังเอิญที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต
และติดอันดับ best seller ใน สหรัฐฯ Small Miracle)
|