ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตุลาคม พ.ศ. 2546


(วิชาภาษาไทย)  มีทั้งหมด 100 ข้อ

1. ข้อใดแสดงว่าภาษาไทยกำลังมีการเปลี่ยนแปลง

  1. “มอง” ภาษาเหนือใช้ “ผ่อ” ภาษาอีสานใช้ “เบิ่ง” และภาษาใต้ใช้ “แล”
  2. “เรือน รัก” ในภาษากรุงเทพฯ ออกเสียงเป็น “เฮือน ฮัก” ในภาษาถิ่นเหนือ
  3. “ส่งสินค้าออก” ปัจจุบันใช้ว่า “ส่งออกสินค้า”
  4. “ดิฉัน” แต่เดิมทั้งผู้หญิงและผู้ชายใช้เป็นสรรพนามแทนตัว

ข้อ 3

2. ข้อใดมีคำที่ประกอบด้วยเสียงสระประสมทุกคำ

  1. เฟื่องฟ้า ร่ำรวย เสียหน้า
  2. มัวหมอง เชื่อใจ เลิศล้ำ
  3. เปรี้ยวปาก เกรอะกรัง พร่ำเพรื่อ
  4. เรื่องราว เพลี่ยงพล้ำ แท่นพิมพ์

ข้อ 1

3. ข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นเดี่ยวซ้ำกันมากที่สุด

  1. นุ่งยกนอกดอกวิเศษเกล็ดพิมเสน
  2. โจงกระเบนประคดคาดไม่หวาดไหว
  3. บ้างใส่เสื้อส้าระบับเข้มขาบใน
  4. ข้างนอกใส่ครุยกรองทองสำริด

ข้อ 3

4. ข้อใดมีโครงสร้างพยางค์เหมือนกับคำ “บรรพบุรุษ”

  1. องค์อวตาร
  2. อินทรชิต
  3. กัลปพฤกษ์
  4. วรรณสุคนธ์

ข้อ 4

5. คำซ้ำในข้อใดมีความหมายต่างจากข้ออื่น

  1. น้อยมีเสื้อผ้าสวยเป็นตู้ ๆ
  2. เมื่อตอนเด็ก ๆ ฉันไม่ชอบว่ายน้ำ
  3. ฉันเห็นทหารเดินมาเป็นแถว ๆ
  4. เขาไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ในวันอาทิตย์

ข้อ 2

6. ข้อใดไม่มีคำซ้อน

  1. ธรรมดาเกิดมาเป็นสตรี ชั่วดีคงได้คู่มาสู่สม
  2. ตาปะขาวเฒ่าแก่แซ่กันมา พร้อมนั่งปรึกษาที่วัดนั้น
  3. ได้ถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา จะหลบลี้หนีหน้าไปทำไม
  4. แสนรโหโอฬาร์น่าสบาย หญิงและชายต่างกลุ้มประชุมกัน

ข้อ 4

7. ข้อใดมีคำที่เกิดจากการสร้างคำมากชนิดที่สุด

  1. ผู้สูงอายุควรรู้จักดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
  2. ใบหน้ายิ้มแย้มของเธอทำให้ความโกรธของเราเบาบางลง
  3. ถ้าอยากเป็นคนน่ารักอย่างไทย จิตใจควรงามและเป็นธรรม
  4. หัวใจของศาสนาพุทธคือละชั่ว ทำดี และทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว

ข้อ 1

8. ข้อใดมีคำที่สร้างขึ้นด้วยวิธีการที่ต่างจากข้ออื่น

  1. ยิ้มเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและชวนให้เกิดความสบายใจ
  2. ยิ้มเป็นเสน่ห์ทำให้ผู้พบเห็นอยากคบหาสมาคมด้วย
  3. ผู้ที่มีหน้าตาอิ่มเอิบยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นคนมีเสน่ห์
  4. ผู้ที่มีกิริยามารยาทงามและวาจาไพเราะจะมีคนรักมากมาย

ข้อ 1

9. ข้อใดเป็นคำสมาสทุกคำ

  1. พลความ นาฏศิลป์ สรรพสัตว์
  2. ชลบุรี ธนบัตร พิธีกร
  3. ราชดำเนิน สหกรณ์ ชีวประวัติ
  4. ยุทธวิธี คริสตจักร เอกภาพ

ข้อ 2

10. ข้อใดมีคำภาษาต่างประเทศ

  1. จากจวนชวนกันลงบันได
  2. ผีซ้ำด้ำพลอยให้ผวา
  3. ท่านผู้ชายผู้หญิงก็ตามมา
  4. แวะหาม้าสีหมอกบอกคดี

ข้อ 4

11. ข้อใดใช้สำนวนต่างประเทศ

  1. พื้นฐานอันสำคัญยิ่งของสังคมไทยอยู่ที่ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว
  2. นายกรัฐมนตรีมีนโยบายพัฒนาการศึกษาด้วยการสร้าง “หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน”
  3. ความนิยมสินค้าต่างประเทศกำลังทำลายเศรษฐกิจและสังคมไทยอยู่ในขณะนี้
  4. เขาต้องพยายามแสดงความสามารถให้โดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางการต่อสู้อันหนักหนาสาหัส

ข้อ 4

12. ข้อใดใช้สำนวนต่างประเทศ

  1. ผู้บริโภคในอเมริกาเห็นว่าโยเกิร์ตที่ทำจากนมวัวมีรสชาติดีที่สุด
  2. การสื่อสารเป็นกิจกรรมที่มนุษย์เราต้องเกี่ยวข้องอยู่เป็นนิจ
  3. เยาวราชเป็นย่านที่ปนเปื้อนไปด้วยมลพิษทางอากาศมากที่สุด
  4. ใจของมนุษย์มีความซับซ้อนเกินกว่าจะสัมผัสได้

ข้อ 4

13. ข้อใดใช้คำไม่ตรงความหมาย

  1. อาจารย์ปฐมท่านเป็นพหูสูต คุณอ่านเรื่องอะไรไม่เข้าใจก็ถามท่านได้ทุกเรื่อง
  2. คนสมถะอย่างอาจารย์ชัยนาท ใครอย่าไปขอร้องให้ทำอะไรเลย ท่านไม่ช่วยหรอก
  3. บ้านเล็ก ๆ หลังนั้นอาจารย์พังงาอาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างสันโดษ ไม่ค่อยติดต่อกับใคร
  4. บ้านอาจารย์ประจวบเล็กและแทบจะไม่มีของใช้ในบ้านเลย ท่านค่อนข้างอัตคัด

ข้อ 2

14. ข้อความที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดใช้ถูกต้องตรงความหมาย

  1. ผมกล้ายืนยันและรับประกันว่าทุกเพลงในอัลบั้มนี้สามารถทำให้คนฟังยิ้มตามได้โดยไม่รู้ตัว
  2. อาชีพพยาบาลทำให้บุคลิกของเธอเปลี่ยนไปมาก กลายเป็นผู้ใหญ่โดยไม่รู้สึกตัว เพราะต้องรับผิดชอบสูง
  3. เรื่องที่ต้องไปรับตำแหน่งใหม่ เขารู้ข่าวกะทันหันมาก ไม่ทันได้รู้ตัว จึงทำอะไรไม่ถูก
  4. นิทานเปรียบเสมือนตำราที่ช่วยส่งเสริมให้คนเป็นคนดี นิทานจึงเป็นอุบายที่ทำให้เด็กได้รับรู้เรื่องคุณธรรมโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ข้อ 1

15. ข้อใดใช้ในความหมายตรงและความหมายเปรียบเทียบได้ทุกคำ

  1. ไม้นวม ไม้แข็ง ไม้อ่อน
  2. ไม้บรรทัด ไม้หมอน ไม้เรียว
  3. ไม้ดัด ไม้คมแฝก ไม้งาม
  4. ไม้เด็ด ไม้ตาย ไม้กระดาน

ข้อ 1

16. ข้อใดไม่ใช่ประโยคคำถามเชิงวาทศิลป์

  1. ยากนักหรือที่คุณจะกลับไปคืนดีกับเธอ
  2. ความดีใช่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ จริงหรือไม่
  3. คุณจะว่าอะไรไหม ถ้าฉันไปช้าสักหน่อย
  4. เป็นมนุษย์ ควรหมั่นทำความดีอยู่เสมอ มิใช่หรือ

ข้อ 3

17. ข้อใดไม่แสดงความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

  1. กรวดน้ำคว่ำขัน
  2. เด็ดดอกไม้ร่วมต้น
  3. ต้นร้ายปลายดี
  4. บุญมาวาสนาส่ง

ข้อ 3

18. ข้อใดใช้สำนวนไม่ถูกต้อง

  1. ซื้อล็อตเตอรี่รัฐบาล กว่าคุณจะถูกรางวัลเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
  2. คุณปู่ได้แกงเทน้ำพริก พอมีหลานสาวคนใหม่ ก็ไม่เหลียวแลหลานชายคนโต
  3. ผมไม่กลัวจดหมายขู่นี่หรอก บ้านเมืองมีขื่อมีแป ถ้ามันทำจริงก็ต้องไม่พ้นคุกตะราง
  4. อยู่ที่ทำงานก็ถูกเจ้านายใช้หัวไม่วางหางไม่เว้น กลับบ้านยังต้องทำงานบ้านอีก เหนื่อยจริง ๆ

ข้อ 2

19. ข้อความต่อไปนี้มีคำสรรพนามปรากฏอยู่กี่คำ

“คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องอาหารการกินของครอบครัว โดยเฉพาะแม่บ้านผู้ทำครัวเองต้องคิดทุกวันว่า วันนี้ใครจะกินอะไร กินสามมื้อ คิดทั้งสามมื้อติดต่อกันเป็นลูกโซ่เพราะต้องเตรียมล่วงหน้า เช่น กินโจ๊กเป็นอาหารเช้า ก็บดข้าวสารแล้วต้มเอาไว้ ตั้งแต่เย็น ตอนเช้าก็ทำได้ทันทีเหมือนที่เขาปรุงขาย”

  1. 4 คำ
  2. 5 คำ
  3. 6 คำ
  4. 7 คำ

ข้อ 3

20. คำเชื่อมในข้อใดเมื่อเติมลงในช่องว่างต่อไปนี้แล้วได้ความถูกต้องเหมาะสม

“คนโบราณเชื่อกันว่าอำพันมีพลังอำนาจลึกลับ………..การรักษาความเจ็บป่วย ถือกันว่าเป็นของมีค่าที่หายากอย่างหนึ่ง อำพันส่วนใหญ่เป็นสีเหลืองน้ำผึ้ง………..ที่เป็นสีแดงแก่ สีขาวน้ำนม สีเขียว หรือสีน้ำเงินก็มี ถิ่นที่พบคือแถบทะเลบอลติก สาธารณรัฐโดมินิกัน………เม็กซิโกตอนใต้”

  1. ต่อ นอกจากนี้ ตลอดจน
  2. สำหรับ ส่วน อีกทั้ง
  3. เพื่อ หรือ กับ
  4. ใน แต่ และ

ข้อ 4

21. ข้อใดใช้คำว่า “กับ” ไม่ถูกต้อง

  1. เรื่องการใช้สารเคมีนี้ นอกจากจะทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยเสียหายแล้ว ยังกระทบกับภาวะการส่งออกพืชผลของ
  2. ประเทศอย่างรุนแรง
  3. แนวทางเดียวที่สามารถแก้ไขได้คือต้องสร้างจิตสำนึกในการใช้สารเคมีให้ความถูกต้องและเหมาะสมกับสินค้า
  4. เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเกษตรกรโดยตรง เพราะเกษตรกรไม่สามารถทำให้พืชผักผลไม้ในบ้านเราปลอดจากสารพิษได้
  5. มาตรการสำคัญคือต้องตรวจสอบปริมาณสารเคมีและรับรองคุณภาพสินค้าการเกษตรเพื่อสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค

ข้อ 1

22. ข้อความต่อไปนี้ไม่มีการร้อยเรียงประโยคตามข้อใด

“เมื่อมาถึงจุดชมวิว ก็จะสามารถมองเห็นธารน้ำแข็งสีขาวพาดลงมาสู่พื้นดินเป็นแนวยาวระหว่างภูเขาสองลูก ธารน้ำแข็งนี้ยาว13 กิโลเมตรเคลื่อนตัวลงมาใกล้ทะเล ถัดลงมาเป็นที่ราบเต็มไปด้วยก้อนหิน แต่เดิมเป็นทะเลสาบกว้างใหญ่”

  1. การเชื่อม
  2. การแทน
  3. การละ
  4. การซ้ำ

ข้อ 2

23. ส่วนที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดทำหน้าที่ในประโยคแตกต่างจากข้ออื่น

  1. ชาวลาวเรียกสิ่งก่อสร้างนี้ว่าอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ
  2. บ้านหลังแรกเขาซื้อตั้งแต่ทำงานใหม่ ๆ
  3. เขาลงมือตกแต่งลวดลายต่าง ๆ ให้ดูประณีตยิ่งขึ้น
  4. ท้องทุ่งกว้างนี้ผมกับเพื่อน ๆ เคยวิ่งเล่นกัน

ข้อ 4

24. ข้อใดเป็นได้ทั้งกลุ่มคำและประโยค

  1. บริษัทจัดหางาน ถังใส่น้ำมัน
  2. บ่อบำบัดน้ำเสีย กรมส่งเสริมการเกษตร
  3. คนทำสวน สถานสงเคราะห์เด็กอ่อน
  4. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานตรวจสอบบัญชี

ข้อ 4

25. ข้อใดเป็นประโยคชนิดเดียวกับประโยคต่อไปนี้

“ที่โรงพยาบาลของเรา เราให้ความสำคัญยิ่งยวดในการบำบัดฟื้นฟูจิตใจของผู้สูงอายุ”

  1. คุณจะได้พบกับศูนย์ภายภาพบำบัดในบรรยากาศของบ้านใจกลางเมือง
  2. เราสร้างสรรค์สถานที่อันร่มรื่น สะอาด ทันสมัย เพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง
  3. กิจกรรมสันทนาการทั้งในและนอกสถานที่ทำให้การบำบัดรักษาได้ผลดีอย่างยิ่ง
  4. เราคือโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศที่บริการผู้ป่วยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อ 1

26. ข้อความต่อไปนี้เรียงลำดับชนิดของประโยคตามข้อใด

“กว่าสุรศักดิ์กับแม่จะเก็บข้าวของเสร็จก็ดึกเต็มที ฟ้ามืดไปทุกทิศทุกทาง แม่ปูเสื่อลงตรงมุมหนึ่งของห้อง แล้วหลับไปภายใน เวลาไม่กี่นาที”

  1. ประโยคความซ้อน ประโยคความเดียว ประโยคความซ้อน
  2. ประโยคความซ้อน ประโยคความรวม ประโยคความเดียว
  3. ประโยคความรวม ประโยคความเดียว ประโยคความซ้อน
  4. ประโยคความรวม ประโยคความเดียว ประโยคความรวม

ข้อ 4

27. ข้อใดปรากฏองค์ประกอบของการสื่อสารครบถ้วน

  1. เดือนเด่นเรียนร้องเพลง
  2. วิชัยเขียนคำตอบลงในสมุด
  3. โสภากล่าวขอบคุณเพื่อน
  4. สุดาอ่านประกาศรับสมัครงาน

ข้อ 3

28. ข้อใดใช้ภาษาไม่เหมาะสมในการเขียนรายงานทางวิชาการ

(1) ผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ / (2) ปัจจุบันเมืองไทยมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในหลาย ๆ สถานที่ /
(3) มีการห้ามสูบบุหรี่ในที่ทำงานที่เป็นห้องปรับอากาศ ในร้านอาหาร และในโรงมหรสพ / (4) ผู้ใดฝ่าฝืน กฎหมายกำหนดโทษ ทั้งปรับและจำไว้อย่างชัดเจน

  1. ตอนที่ (1)
  2. ตอนที่ (2)
  3. ตอนที่ (3)
  4. ตอนที่ (4)

ข้อ 2

29. ข้อใดใช้ภาษาต่างระดับจากข้ออื่น

  1. ปัญหาของวัยรุ่นและเยาวชนเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลกำลังแก้ไขอยู่ในขณะนี้
  2. สารกันบูดหรือสารกันเสียเป็นสารเคมีประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ในการถนอมอาหาร
  3. ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากลงมาอย่างต่อเนื่องและยังไม่มีทีท่าว่าจะสะดุดหยุดลง
  4. โครงการผู้นำเยาวชนเป็นโครงการนำร่องที่ดี สร้างระเบียบวินัยให้กลุ่มวัยรุ่นที่บาดหมางกันกลับมาปรองดองกัน

ข้อ 3

30. ข้อใดใช้ราชาศัพท์ถูกต้อง

  1. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  2. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์ในห้องทรงงาน
  3. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงขอบพระทัยประชาชนที่มารับเสด็จ
  4. ปีนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเจริญพระชนมพรรษา 4 รอบ

ข้อ 2

31. ข้อความต่อไปนี้ข้อใดเหมาะที่จะเป็นประโยคแรกและประโยคสุดท้าย

ก. ผักผลไม้ให้วิตามิน เกลือแร่ที่จำเป็นรวมทั้งแร่ธาตุที่เป็นสารต้านมะเร็ง
ข. ผักผลไม้อาจก่อให้เกิดอันตรายถ้าปนเปื้อนเชื้อโรคและสารเคมี
ค. ผักผลไม้ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายดี
ง. ผักผลไม้เป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมาก

  1. ก และ ง
  2. ง และ ข
  3. ค และ ก
  4. ข และ ค

ข้อ 2

32. ข้อความต่อไปนี้ใช้กลวิธีการเขียนตามข้อใด

“กางเขนหนุ่มสาวพบผู้คนหลากหลายในป่าเสื่อมโทรมที่มันบินผ่านมา บ้างหาของป่า บ้างล่าสัตว์ บ้างกำลังโค่นต้นไม้ใหญ่ เลื่อยยนต์กรีดเสียงหวีด ๆ ป่าให้ทั้งอาหาร ยารักษาโรค น้ำ อากาศ และความอุดมสมบูรณ์แก่มนุษย์ มันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมนุษย์ผู้มีสติปัญญากว่าสัตว์อื่น ๆ จึงไม่สามารถจัดการให้คนกับป่าพึ่งพาอาศัยกันได้มากกว่านี้”

  1. บรรยาย
  2. บรรยาย อธิบาย
  3. พรรณนา อธิบาย
  4. พรรณนา บรรยาย

ข้อ 4

33. ข้อใดใช้กลวิธีการเขียนต่างจากข้ออื่น

  1. เขาวิ่งกระเซอะกระเซิง เนื้อตัวลายพร้อยด้วยรอยแผลเก่าใหม่ใหญ่เล็กนับไม่ถ้วน
  2. ลัดเลาะไปตามเส้นทางป่าไผ่ ผ่านดงกล้วย นกกาส่งเสียงร้องไล่จิกกัน เพราะหวงอาหาร
  3. มองไปข้างหน้าเห็นนกคุ่มโผขึ้นจากพงหญ้า หมูป่าสามตัววิ่งพรวดพราดสวนทางมา
  4. หันมาอีกทางเห็นดวงตาดำของกวางตัวน้อยเพ่งมองมาด้วยความพิศวง

ข้อ 2

34. ข้อใดเป็นบทสรุปของบทความเรื่อง “วิธีการบัญญัติศัพท์ในภาษาไทย”

  1. การใช้คำไทยกับการใช้คำบาลีสันสกฤตสร้างศัพท์บัญญัตินั้นไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่าวิธีใดจะดีกว่ากัน
  2. การบัญญัติศัพท์ที่ถือได้ว่าประสบผลสำเร็จนั้น ศัพท์ที่บัญญัติขึ้นจะต้องเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
  3. การคิดคำขึ้นใหม่แทนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ถ้าเป็นคำไทยหรือคำบาลีสันสกฤตที่คนไทยรู้จักก็มักเป็นที่ยอมรับและใช้ต่อมาในภาษาไทย
  4. ปัจจุบันความเจริญทางด้านวิชาการและความคิดด้านต่าง ๆ จากประเทศตะวันตกได้หลั่งไหลเข้ามา ทำให้เกิดการรับคำ ภาษาอังกฤษมาใช้ในภาษาไทยเป็นจำนวนมาก

ข้อ 2

35. ข้อใดเป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนเชิงวิชาการได้เหมาะสมที่สุด

  1. ความอ้วนดูจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครสนใจเป็นพิเศษ
  2. ปัจจุบันวงการแพทย์มีความเห็นว่าความอ้วนเป็นโรคที่ต้องรักษา
  3. ความอ้วนยังเป็นสาเหตุที่ทำให้หลาย ๆ โรคเกิดตามมาอีก
  4. ปัจจุบันมีธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงามเกิดขึ้นทั่วไป

ข้อ 2

36. ข้อใดไม่ใช่คำขวัญ

  1. รู้คุณค่าป่าไม้ ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม
  2. มีต้นไม้ มีน้ำ มีอาหารคนและสัตว์
  3. ต้นไม้ใช้สร้างบ้าน และช่วยการดำรงชีพ
  4. ห่วงอนาคตลูกหลาน อย่ารุกรานป่าไม้

ข้อ 3

37. ข้อใดไม่ใช่ประโยค

  1. เขาย้ำกับเราว่ายุคนี้เป็นยุคของการปฏิรูปการปกครองแบบบูรณาการ
  2. ประชาธิปไตยรวมศูนย์เป็นหลักการปกครองที่รัฐบาลยึดถือเป็นแนวทางการแก้ปัญหาของประเทศชาติ
  3. แม้ภาพของเขาจะไม่โดดเด่นเป็นที่รู้จักของสื่อมวลชนเท่ากับรุ่นพี่ แต่บทบาทที่อยู่เบื้องหลังนั้นนับว่าสำคัญยิ่ง
  4. หลังจากมีรายงานข่าวว่ารัฐบาลกัมพูชาส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศอ้างสิทธิเหนือปราสาทแห่งหนึ่งในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

ข้อ 4

38. ข้อใดใช้ภาษากระชับที่สุด

  1. คนไทยนิยมกินน้ำพริก ไม่ใช่เพราะรสชาติถูกปาก น้ำพริกยังมีคุณค่าอีกด้วย
  2. อาหารมื้อสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายคืออาหารมื้อเช้าและมื้อกลางวัน
  3. การกินบะหมี่สำเร็จรูปนั้นง่ายมาก หลังจากเทบะหมี่ใส่ชามแล้วก็กดน้ำร้อนเทใส่
  4. กะปิที่ดีที่สุดคือกะปิที่ทำจากเคย ในจังหวัดสมุทรสงครามจะมีชื่อเสียงในการทำกะปิจากเคย

ข้อ 2

39. ข้อใดเป็นบทสนทนาที่ไม่เหมาะสม

  1. เสื้อตัวนี้สวยมาก สงสัยจะแพง ซื้อมาเท่าไรลูก
  2. เขาโกรธหน้าเขียวจนเดินออกจากที่ประชุมเลยหรือ
  3. ปีนี้ฝนจะตกหนัก ท่านเตรียมแก้ปัญหาไว้แล้วหรือยังครับ
  4. ก่อนออกจากบ้าน คุณดูหรือเปล่าว่าแต่งตัวเหมาะกับงานนี้ไหม

ข้อ 4

40. ข้อใดไม่เหมาะสมที่จะใช้ในการสัมภาษณ์

  1. ผู้สัมภาษณ์สร้างบรรยากาศการสัมภาษณ์ให้เป็นกันเอง
  2. ผู้สัมภาษณ์ขอให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ตอบให้ตรงประเด็น
  3. ผู้สัมภาษณ์เสนอความคิดเห็นของตนค้านความคิดเห็นของผู้ถูกสัมภาษณ์
  4. ผู้สัมภาษณ์ตั้งคำถามกระตุ้นผู้ถูกสัมภาษณ์ให้แสดงความคิดเห็น

ข้อ 3

41. ข้อใดเป็นคำพูดที่เหมาะสมที่สุดก่อนจบการบรรยาย

  1. ผมขอขอบคุณที่ตั้งใจฟังผมพูดเป็นอย่างดี ผมหวังว่าทุกท่านคงนำข้อคิดที่เป็นประโยชน์นี้ไปปรับใช้ได้บ้าง
  2. ผมดีใจมากที่ได้มาพูดถึงสิ่งที่มีประโยชน์ให้ท่านฟัง ผมขอขอบคุณผู้จัดงานครั้งนี้เป็นอย่างมากครับ
  3. การพูดของผมอาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ผมก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจฟังมาโดยตลอด
  4. ผมขอขอบคุณที่ท่านสนใจฟังและหวังว่าท่านคงจะได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์บ้าง

ข้อ 4

42. ข้อใดจัดเรียงข้อความได้ถูกต้องตามลำดับการประชุม

ก. สรุปว่าที่ประชุมมีมติรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 2/2546
ข. ผมขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่างบประมาณที่ได้เสนอไปนั้นได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว
ค. ขอให้กรรมการที่ได้รับมอบให้ไปติดต่อวิทยากรรายงานผลการดำเนินงานให้ที่ประชุมทราบ
ง. ผมขอให้ที่ประชุมลงมติว่าจะเลื่อนการจัดสัมมนาออกไปก่อนหรือไม่

  1. ก ค ข ง
  2. ข ค ง ก
  3. ข ก ค ง
  4. ก ค ง ข

ข้อ 3

43. ข้อใดแสดงว่า ผู้พูดกับผู้ฟังเป็นญาติกัน

  1. ยาย ช่วยส่งของให้ด้วย
  2. น้า ทางนี้ไปไหน
  3. ลุง ขอดูหน่อยได้ไหม
  4. พี่ เซ็นสมุดการบ้านให้หน่อย

ข้อ 4

44. ข้อใดมีน้ำเสียงไม่พอใจ

  1. เป็นนกน้อย ก็ทำรังน้อยแต่พอตัว
  2. สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
  3. อย่าทำแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำนะ
  4. ไหนบอกว่าเดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัดไง

ข้อ 4

45. ข้อความต่อไปนี้มีสาระสำคัญตรงกับข้อใด

“การพัฒนาวัฒนธรรมเป็นรากเหง้าของการพัฒนาคน ดังนั้นการศึกษาและกระบวนการพัฒนาคนในสังคมควรจักต้องให้ความสนใจเรื่องการพัฒนาวัฒนธรรมอย่างจริงจัง”

  1. การพัฒนาการศึกษาเป็นพื้นฐานของการพัฒนาคน
  2. การพัฒนาวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ
  3. การพัฒนาวัฒนธรรมมีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคม
  4. การพัฒนาการศึกษาเป็นสิ่งที่ต้องเร่งกระทำอย่างจริงจัง

ข้อ 2

อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 46 – 47

“ที่โลกเราลำบากอยู่เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีอะไรนอกไปจากสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัวของแต่ละคนของแต่ละฝ่ายที่คุมกันเป็นพวก ๆ การที่ต้องรบกันทั้งที่ไม่อยากจะรบก็เพราะบังคับสิ่งนี้ไม่ได้ หรือทนอำนาจของสิ่งนี้ไม่ได้ มันจึงเกิดเป็นโรคขึ้นมา”

46. “โลก” ในข้อความข้างต้น หมายถึงข้อใด

  1. คนที่อยู่รวมกันเป็นสังคม
  2. คนและสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ในโลกนี้
  3. โลกที่มีภูเขา แม่น้ำ ต้นไม้ และสิ่งมีชีวิต
  4. คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน

ข้อ 1

47. ข้อใดเป็นความคิดของผู้เขียนข้อความข้างต้น

  1. สงครามเกิดจากความเห็นแก่ตัวของคน
  2. คนเป็นโรคเพราะบังคับจิตใจตนเองไม่ได้
  3. โลกเดือดร้อนเพราะความเห็นแก่ตัวของคนเรา
  4. โลกเดือดร้อนเพราะคนแบ่งกันเป็นพรรคเป็นพวก

ข้อ 3

อ่านข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 48 – 49

“ชีวิตประจำวันในเมืองหลวงฉุดกระชากเอาความอ่อนโยนในหัวใจให้มลายหายไปทีละน้อยจนแทบไม่รู้ตัว ต้องรีบตื่นแต่เช้า เพื่อจะเดินทางไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุดต้องแย่งโต๊ะว่างเพื่อรับประทานอาหาร ต้องพกพาเครื่องมือสื่อสารหลากหลายชนิดสำหรับ ติดต่อธุรกิจ บริโภคข่าวสารทางวิทยุมากกว่าการอ่านหนังสือ จินตนาการถูกเทคโนโลยีตัดทอนลงไป ชีวิตเริ่มคล้ายหุ่นยนต์เข้าไปทุกที”

48. ข้อใดคือสาระสำคัญของข้อความข้างต้น

  1. คนในเมืองหลวงไม่เป็นตัวของตัวเอง
  2. คนในเมืองหลวงใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ
  3. คนในเมืองหลวงขาดสุนทรีย์ในชีวิต
  4. คนในเมืองหลวงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมาก

ข้อ 3

49. ผู้เขียนข้อความข้างต้นมีน้ำเสียงอย่างไร

  1. ไม่พอใจการใช้ชีวิตในเมืองหลวง
  2. ห่วงใยคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง
  3. เห็นใจคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง
  4. สลดใจกับการใช้ชีวิตของคนที่อยู่ในเมืองหลวง

ข้อ 4

อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 50 – 51

“เราจะรีบแก่งแย่งกันไปทำไม จะโลภอยากได้อยากมีไปถึงไหน หันมาสำรวจตัวเองว่าเรานั้นเป็นผู้บริโภคทรัพยากรธรรมชาติ ของโลกเกินไปหรือไม่ มีทางใดที่ลดการบริโภคลงได้บ้าง เรามีจิตใจแข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อลดการทำลาย สิ่งแวดล้อมได้หรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ก็อย่าหวังเลยว่าโลกนี้จะมีคุณภาพที่ดีขึ้น อนาคตของโลกใบนี้อยู่ที่พวกเราทุกคน”

50. ผู้เขียนใช้กลวิธีโน้มน้าวใจเด่นชัดที่สุดตามข้อใด

  1. แสดงข้อดีข้อเสีย
  2. แสดงเหตุผล
  3. เร้าอารมณ์
  4. โต้แย้ง

ข้อ 3

51. ข้อใดคือ “คุณภาพของโลก” ที่ผู้เขียนต้องการมากที่สุด

  1. คนในสังคมลดการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติลงบ้าง
  2. คนในสังคมรู้จักใช้และรู้จักรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
  3. คนในสังคมรักและหวงแหนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  4. คนในสังคมไม่โลภ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ตักตวงเอาแต่ประโยชน์

ข้อ 3

52. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความต่อไปนี้

“การยอมรับว่าสื่อมีผลต่อคนดูเป็นการให้ความสำคัญแก่สื่อมากเกินไป สื่ออาจมีอิทธิพลต่อคนดูก็จริง แต่คงไม่มากเท่าไร การที่สื่อจะมีอิทธิพลต่อคนดูได้นั้น คนดูก็ต้องพร้อมที่จะรับด้วย หมายความว่าคนดูนั่นเองที่เป็นผู้เลือกว่าจะให้สื่อมีอิทธิพล เหนือตนหรือไม่”

  1. ควรลดบทบาทของสื่อลง
  2. สื่อสามารถครอบงำคนดูได้
  3. อิทธิพลของสื่อขึ้นอยู่กับคนดู
  4. คนดูให้ความสำคัญแก่สื่อมากเกินไป

ข้อ 3

53. ข้อใดคือความหมายของ “ภาษา” ตามที่ผู้เขียนกล่าวถึงในข้อความต่อไปนี้

“เมื่อข้าพเจ้าพูดก็หมายความว่าข้าพเจ้าเลือกคำที่จะกล่าวออกไปตามที่นึกไว้ ถ้าผู้ฟังเข้าใจตรงกับที่ข้าพเจ้าต้องการ คำพูดนั้นก็เป็นภาษาระหว่างข้าพเจ้ากับผู้ฟังเมื่อข้าพเจ้าเขียนหนังสือ ก็หมายความว่าข้าพเจ้าถ่ายทอดเอาคำพูดซึ่งนึกไว้ ออกมาเป็นตัวหนังสือ ถ้าผู้อ่านเข้าใจตรงกับที่ข้าพเจ้าต้องการ ตัวหนังสือนั้นก็เป็นภาษาระหว่างข้าพเจ้ากับผู้อ่าน คราวนี้ ต่างว่าข้าพเจ้าพูดออกไปหรือขีดเขียนเป็นตัวหนังสือขึ้น ผู้ฟังหรือผู้อ่านไม่เข้าใจ คำพูดหรือตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่นั้นก็ไม่เป็น ภาษา”

  1. เครื่องมือสื่อสารระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร
  2. คำพูดและตัวหนังสือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร
  3. คำพูดหรือตัวหนังสือที่ผู้ส่งสารและผู้รับสารรับรู้ร่วมกัน
  4. ข้อความที่ผู้ส่งสารกำหนดให้ผู้รับสารรับรู้

ข้อ 3

54. ข้อใดคือสารของข้อความต่อไปนี้

“ช้างเคยร่วมรบเคียงข้างกษัตริย์เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย วันนี้ช้างไทยใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากถูกใช้แรงงานอย่างหนัก การทารุณและการเลี้ยงดูอย่างผิดธรรมชาติ ทำให้ช้างไทยต้องเจ็บป่วย พิการและทยอยตายเฉลี่ยปีละ 50 เชือก จากจำนวน ช้างทั่วประเทศที่มีไม่ถึง 5,000 เชือก ช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ การรักษาพยาบาลซับซ้อน ยุ่งยาก มีข้อจำกัดเรื่องยาและอุปกรณ์ ปัญหาดังกล่าวจึงยิ่งทำให้ช้างมีจำนวนน้อยลง”

  1. ความสำคัญของช้างไทย
  2. สาเหตุที่ทำให้ช้างไทยลดจำนวนลง
  3. ปัญหาเรื่องการรักษาพยาบาลช้างไทย
  4. สถานภาพของช้างไทยในปัจจุบัน

ข้อ 2

55. ข้อใดเป็นสาระของข้อความต่อไปนี้

“คนมีหรือคนจนก็มีความซื่อสัตย์พอ ๆ กัน หรือไม่มีความซื่อสัตย์พอ ๆ กัน แต่คนจนมองโลกจากแง่มุมทางศีลธรรม ในขณะที่คนมีมองโลกจากแง่มุมของเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือกฎหมาย”

  1. คนมีกับคนจนไม่แตกต่างกัน
  2. คนมีหรือคนจนเป็นทั้งคนดีและไม่ดีได้เท่า ๆ กัน
  3. คนมีกับคนจนมองโลกจากแง่มุมที่แตกต่างกัน
  4. คนมีเป็นคนที่มีเหตุผลในขณะที่คนจนมีศีลธรรม

ข้อ 3

56. ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของผู้เขียนข้อความต่อไปนี้

“กว่าหินจะผ่านกระบวนการแปรรูปมาถึงมือเราต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และมีการสูญเสียในกระบวนการผลิตจากการแปรรูป เสียครึ่งต่อครึ่ง เรานำหินมาใช้ในปริมาณเท่าใด ก็มีหินในจำนวนเท่ากันที่สูญเสียไป ดังนั้นในการใช้หินทุกครั้ง จงคิดให้หนัก อย่างหิน”

  1. กระตุ้นให้เห็นคุณค่าของหิน
  2. เรียกร้องให้ใช้หินอย่างคุ้มค่า
  3. เตือนให้คิดว่าหินอาจจะหมดไปจากโลก
  4. ชี้ให้เห็นความสิ้นเปลืองในการผลิตหิน

ข้อ 2

57. ข้อใดเป็นแนวคิดของผู้เขียนข้อความต่อไปนี้

“ถ้าหากคำพยากรณ์เกี่ยวกับการขยายตัวของประชากรของโลกเป็นความจริง และแบบแผนของพฤติกรรมของมนุษย์ ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ไม่อาจช่วยให้สภาพความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมฟื้นตัวกลับคืนมาได้ หรือแม้แต่ความยากจนที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ในโลก ก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”

  1. อนาคตของโลกกำลังถดถอยเพราะประชากรเพิ่มมากขึ้น
  2. สิ่งแวดล้อมและความยากจนเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้
  3. อนาคตเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าคนเราปรับเปลี่ยนการกระทำ
  4. เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต

ข้อ 3

58. ข้อใดเป็นเหตุผลที่ถูกต้องของข้อสรุปต่อไปนี้

“การอบรมจริยธรรมแก่นักเรียนเป็นหน้าที่ของครู”

  1. ครูต้องสละเวลาส่วนตัวเพื่ออบรมจริยธรรมแก่นักเรียน
  2. ครูต้องเข้าใจปัญหาสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  3. การอบรมจริยธรรมเป็นสิ่งที่ครูต้องทำนอกจากการสอนทางวิชาการ
  4. นักเรียนควรรู้จักผิดชอบชั่วดีตั้งแต่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน

ข้อ 4

59. ข้อใดมีการแสดงเหตุผล

  1. เรือล่มเมื่อจอด ตาบอดเมื่อแก่
  2. รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
  3. สวยแต่รูป จูบไม่หอม
  4. น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย

ข้อ 2

ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 60 – 61

“เกมออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นเกมสุดฮ็อตของญี่ปุ่นนั้นมีประเด็นที่น่าพิจารณาผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยในชิคาโกชี้ให้เห็นว่า เกมไม่ได้มีแต่ข้อเสียอย่างที่ผู้ปกครองเดือดเนื้อร้อนใจ ในการเล่นเกมผู้เล่นต้องใช้สมองขบคิดวางแผน แก้ไขปัญหาคล้ายกับการเล่นหมากรุก ไม่ใช่ไล่ล่ากันอย่างเดียว อารมณ์ของผู้เล่นคือสนุก ไม่ใช่เอาเป็นเอาตายอย่างที่คนนอกเข้าใจ นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สวมบทบาทซึ่งเป็นไม่ได้ในโลกความจริง แต่ถ้าเล่นอย่างเมามันจนลืมวันเวลาก็มีผลเสียแน่นอน”

60. ผู้เขียนต้องการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นใด

  1. คนทั่วไปคิดว่าเกมออนไลน์ล้วนมีแต่ข้อเสีย
  2. คนทั่วไปคิดว่าเกมออนไลน์มีข้อเสียมากกว่าข้อดี
  3. คนทั่วไปคิดว่าเกมออนไลน์มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย
  4. คนทั่วไปคิดว่าเกมออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อ 1

61. ผู้เขียนใช้กลวิธีใดเพื่อสนับสนุนความเห็นของตน

  1. แสดงข้อเท็จจริง
  2. แสดงเหตุผลที่สัมพันธ์กัน
  3. แสดงข้อสนับสนุนเฉพาะด้านดี
  4. แสดงทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย

ข้อ 1

62. ข้อใดเป็นประเด็นในการโต้แย้งในข้อความต่อไปนี้

“หมอส่วนใหญ่จะไม่นิยมให้กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ถ้าถามร้านขายยาก็จะแนะนำให้ใช้ยา ที่ดีที่สุดคือถามตัวเรา ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวเรา เปรียบเสมือนการดึงอำนาจในการดูแลสุขภาพมาเป็นของตน ไม่ใช่อำนาจของแพทย์อีกต่อไป ควรให้ความสำคัญแก่อาหารประจำวันและการปฏิบัติตัวของเรา ถ้าจำเป็นจริง ๆ จะต้องใช้ยาก็ควรใช้ แต่ควรใช้ให้น้อยที่สุด การกินอาหารให้ได้ประโยชน์ครบถ้วนก่อน น่าจะดีกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”

  1. ควรใช้ยาเมื่อจำเป็นเท่านั้น และควรใช้ให้น้อยที่สุดจริงหรือไม่
  2. คนเราดูแลสุขภาพของตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้แพทย์รักษาจริงหรือไม่
  3. การกินอาหารที่มีประโยชน์ทุกวันเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้วจริงหรือไม่
  4. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายจริงหรือไม่

ข้อ 4

63. ข้อใดเป็นประเด็นในการโต้แย้งในข้อความต่อไปนี้

“ในการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบัน เราควรรับรู้ว่าสภาพความเป็นจริงนั้นเป็นอย่างไร สังคมมีแต่ความรุนแรง ผู้คนพูดจา หยาบคายและมีเรื่องผิดศีลธรรมอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง แล้วทำไมต้องปกปิดไม่ให้เรื่องราวเหล่านี้ไปปรากฏอยู่ในสื่อ”

  1. สื่อควรสะท้อนแต่สิ่งที่ดีหรือไม่
  2. สังคมไทยมีแต่ความรุนแรงจริงหรือไม่
  3. สื่อเป็นสิ่งจำเป็นต่อสังคมไทยจริงหรือไม่
  4. สื่อควรเสนอทุกสิ่งตามที่เป็นจริงในสังคมหรือไม่

ข้อ 1

64. ข้อใดใช้ภาษาเร้าให้เกิดอารมณ์มากที่สุด

  1. ผู้ร้ายใจโหดฆ่าข่มขืนสาวพิการ
  2. ครูใช้ไม้เรียวตีนักเรียนจนขึ้นแนว
  3. อเมริกาใช้อาวุธสมัยใหม่โจมตีอิรักอย่างรุนแรง
  4. อุบัติเหตุร้ายแรงทำให้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ข้อ 1

65. ข้อใดมีลักษณะชวนให้เชื่อมากที่สุด

  1. ผ้าที่ร้านนี้ราคาถูกกว่าที่ร้านอื่น
  2. แม้ใช้มาสิบปีแล้ว ผ้านี้สีก็ยังสดอยู่
  3. ผู้มีชื่อเสียงในจังหวัดใช้ผ้าทอของเราทั้งนั้น
  4. ใคร ๆ ต่างก็หันมานิยมใช้ผ้าของเราเพราะคุณภาพเยี่ยม

ข้อ 3

66. คำประพันธ์ต่อไปนี้มีลักษณะเด่นที่สุดตามข้อใด

“หลบหลีกไวว่องป้องกัน ผัดผันหันออกกลอกกลับ ปะทะแทงแสร้งทำสำทับ ย่างกระหยับรุกไล่มิได้ยั้ง”

  1. การแสดงภาพเคลื่อนไหว การซ้อนคำ
  2. การหลากคำ การเล่นเสียงสัมผัส
  3. การซ้อนคำ การหลากคำ
  4. การแสดงภาพเคลื่อนไหว การเล่นเสียงสัมผัส

ข้อ 4

67. ข้อใดมีลักษณะของกลบท

  1. ให้พลกรองเวฬู ปูเป็นสะพานผ่านชล เร่งเดินพลข้ามฟาก
  2. สนับเพลาพิศพรายพร้อย ชายไหวย้อยยะยาบ ชายแครงทาบเครือวัลย์
  3. เสื้อแดงก่ำสีดำแกม หมากสุกแปมม่วงแซมปน หมู่พหลพลม้าหาญ
  4. เฒ่าชราเดินทะลุดทะลาดเหยียบพลาดล้มผลุง เครือเถาสะดุ้งหลุดจากข้อพระกร

ข้อ 3

68. ข้อความต่อไปนี้ถ้าจัดเรียงวรรคใหม่ให้ถูกต้องจะได้คำประพันธ์ตามข้อใด

“สถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย มีเรื่องร้อนไม่หยุดหย่อน ผู้คนทั้งผู้บริหารราษฎร ต่างก็เหนื่อยอ่อนหมดกำลังใจ”

  1. กาพย์
  2. กลอน
  3. ร่าย
  4. ฉันท์

ข้อ 1

69. คำประพันธ์ต่อไปนี้มีลักษณะเด่นที่สุดตามข้อใด

“สะเทื้อนสะท้านเลื่อนลั่นอยู่ครืน ๆ ดุจหนึ่งว่าปืนสักแสนนัดมากระหน่ำซ้ำยิงอยู่เปรี้ยง ๆ เสียงฉะฉาดฉาน”

  1. สัมผัสสระภายในวรรค
  2. การเล่นเสียงวรรณยุกต์
  3. คำเลียนเสียงธรรมชาติ
  4. คำซ้ำบอกความเคลื่อนไหว

ข้อ 3

70. ข้อใดไม่ปรากฏในคำประพันธ์ต่อไปนี้

“เลิกทารุณขุนเขาเลิกเผาผลาญ เลิกระรานทุกแดนจงแหนหวง เลิกทำลายย้ายยักเลิกตักตวง ก่อนผลพวงภัยส่งมาลงทัณฑ์”

  1. การใช้ภาพพจน์
  2. การใช้คำซ้อน
  3. การเล่นคำพ้อง
  4. การเล่นเสียงสัมผัส

ข้อ 3

71. ข้อใดใช้กลวิธีการแต่งต่างจากข้ออื่น

  1. สงครามกษัตริย์ทรง ภพแผ่น สองฤๅ สองราชรอนฤทธิ์ร้า เรื่องรู้สรรเสริญ
  2. งามสองสุริยราชล้ำ เลอพิศ นาพ่อ พ่างพัชรินทรไพจิตร ศึกสร้าง
  3. ขุนเสียมสามรรถต้าน ขุนตะเลง ขุนต่อขุนไป่เยง หย่อนห้าว
  4. สองโจมสองจู่จ้วง บำรู สองขัตติยะสองขอชู เชิดด้ำ

ข้อ 2

72. คำที่ขีดเส้นใต้กวีให้อ่านว่า ไส – ละ ด้วยเหตุใด

“จงจรเที่ยว เทียวบทไป พงพนไพร ไศละดำเนิน”

  1. อ่านตามศัพท์เดิมในภาษาเขมร
  2. เป็นศัพท์ที่แผลงเพื่อความไพเราะ
  3. ให้รับสัมผัสกับไพรในวรรคที่ 3
  4. ให้ออกเสียงตามบังคับครุ ลหุของฉันท์

ข้อ 4

73. ข้อใดมีภาพพจน์

  1. ยามค่ำย่ำไปกับสายฝน ตามเสียงอึ่งอึงอลดังหนาแน่น
  2. สวบสาบยวบยาบเหยียบราบแบน โลดแล่นหลืบหลุบตะครุบคว้า
  3. สบายนิดหนึ่งที่ฝันก็พลันรุ่ง ตื่นสะดุ้งเขาประดังระฆังก้อง
  4. เห็ดเผาะกรอบขบอร่อยดี แกงแซ่บอีหลีกับหน่อไม้

ข้อ 2

74. คำประพันธ์ต่อไปนี้ไม่ใช้กลวิธีตามข้อใด

“พระคุณตวงเพียบพื้น ภูวดล เต็มตรลอดแหล่งบน บ่อนใต้ พระเกิดพระก่อชนม์ ชุบชีพ มานา เกรงบ่ทันลูกได้ กลับเต้าตอบสนอง”

  1. บุคคลวัต
  2. อติพจน์
  3. แผลงศัพท์
  4. สัมผัสพยัญชนะ

ข้อ 1

75. ข้อใดไม่ใช่อติพจน์

  1. การเวกหวือวิเวกร้อง ระงมสวรรค์
  2. เนื่องเนิ่นเนินแนวไศล สูงไสวหว้ายฟ้า ชรอ่ำอ้าหาวหน
  3. ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
  4. ถึงจะวิดวักตักตวงทุกค่ำคืนทิวาวัน ถึงจะทดท่อระหัดหันเข้าทุ่งนาป่าและดงน้ำในสาครจะน้อยลงก็หามิได้

ข้อ 2

76. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้กลวิธีการแต่งเด่นชัดที่สุดตามข้อใด

“ปรารถนาพาชัยให้ช่วงโชติ ถลาโลดหยัดยืนคลื่นลูกใหม่ รวมความหวังทั้งปวงเป็นดวงไฟ มีธงชัยทาบท้าไว้คว้าครอง”

  1. ใช้คำง่าย ให้จินตภาพ
  2. ใช้ภาพพจน์ ให้อารมณ์ความรู้สึก
  3. ใช้คำไพเราะกินใจ ให้ภาพแจ่มชัด
  4. ใช้การเล่นสัมผัส ให้เสียงเสนาะ

ข้อ 4

77. คำสอนเกี่ยวกับการพูดในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น

  1. เสียงกลองดังฟังดูเพียงหูฟัง ปากคนดังอึงจริงยิ่งกว่ากลอง
  2. ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
  3. หญิงเรียกแม่ชายเรียกพ่อยอไว้ใช้ มันชอบใจข้างปลอบไม่ชอบดุ
  4. อันความเรื่องเดียวกันสำคัญกล่าว พูดไม่ดีแล้วก็เปล่าไม่แข็งเข้ม

ข้อ 1

78. ข้อใดกล่าวถึงประเพณีที่แตกต่างจากข้ออื่น

  1. ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว ครั้นถึงกำหนดแล้วจึงนัดหมาย บอกแขกปลูกเรือนเพื่อนผู้ชาย มายังบ้านท่านยายศรีประจัน
  2. หนุ่มสาวเคียงข้างเข้านั่งอัด พระสงฆ์เปิดตาลปัตรซัดน้ำโร่ ปรำลงข้างสีกาห้าหกโอ ท่านยายโพสาวนำน้ำเข้าตา
  3. แล้วขึ้นเขาไกรลาสดั่งราชหงส์ ให้สระสรงธาราสุดาสมร แล้วทรงเครื่องจินดาค่านคร บทจรเยื้องย่างขึ้นปรางค์ชัย
  4. จุดประทีปแสงประเทืองเรืองรอง มโหรีแซ่ซ้องประสานซอ ขับกล่อมซ้อมเสียงสำเนียงนวล โหยหวนโอดพันสนั่นหอ

ข้อ 3

79. ข้อใดแสดงว่าความสัมพันธ์ของบุคคลขึ้นอยู่กับค่านิยมทางวัตถุ

  1. ตัวยากอยากจะไปอาศัยเขา ถึงเป็นญาติก็เปล่าเหมือนผู้อื่น
  2. ผู้ใหญ่น้อยนั่งล้อมอยู่พร้อมหน้า นำข้าวปลามาเลี้ยงเคียงขนม
  3. บ้านเรือนเรียงเคียงกันทุกวันนี้ เหมือนหนึ่งพี่น้องสนิทร่วมจิตใจ
  4. คบนักปราชญ์นั่นแหละดีมีกำไร ท่านย่อมให้ความสบายหลายประตู

ข้อ 1

80. ข้อใดมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาที่แตกต่างกับคำประพันธ์ต่อไปนี้

“รู้กลแก้แพ้ชนะรู้ประมาณ รู้รอนราญราวีให้มีชัย”

  1. รู้วิสัยไตรภูมิพงศาวดาร รู้จักว่านยาสิ้นระบิลไม้
  2. รู้สืบข่าวราวเรื่องบ้านเมืองอื่น หนึ่งคนตื่นเซ็งแซ่รู้แก้ไข
  3. รู้ดูดินถิ่นที่จะดีร้าย รู้อุบายเกลี้ยกล่อมให้พร้อมใจ
  4. รู้เรียนเขียนหนังสือลายมือเอก ลูกคิดเลขนับประมูลคิดคูณหาร

ข้อ 4

81. ข้อใดเป็นหลักปฏิบัติสำคัญที่สุดที่ข้าราชการไทยในสมัยโบราณต้องยึดถือ

  1. อันซึ่งเกิดมาเป็นรูปกาย ไม่เว้นตายด้วยพรหมลิขิต จะอาสาพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ กว่าจะสิ้นชีวิตในครั้งนี้
  2. จงพากเพียรเรียนไว้จะได้ทราบ ทั้งกลอนกาพย์การกลปรนนิบัติ หนึ่งแข็งอ่อนผ่อนผันให้สันทัด ตามกษัตริย์สุริยวงศ์ดำรงดิน
  3. ถึงกิจใดข้องขัดอัชฌาสัย แม้จะได้เป็นประโยชน์แก่ทรงศักดิ์ รีบอาสาทุกเรื่องอย่าเยื้องยัก มิควรพักบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงงาน
  4. ขอแต่ให้เสนาพฤฒาจารย์ สมัครสมานสามัคคี อย่าเห็นแก่ตัวมัวพะวง ลุ่มหลงริษยาไม่ควรที่

ข้อ 1

82. ข้อใดสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในด้านที่แตกต่างจากข้ออื่น

  1. ทีละแปลงทีละแปลงค่อยแปลงเปลี่ยน จากทางเกวียนเป็นทางกว้างตัดกลางแหล่ง
  2. สมัยนี้ห้องแถวเรียกทาวน์เฮ้าส์ อยู่เรือนเหย้าหรูตระการวิมานฝัน
  3. ที่เพลงเกี่ยวเคยกล่อมกระท่อมทุ่ง เป็นเพลงกรุงเกริ่นชวนสวนอาหาร
  4. แม้ห่างไกลก็เคยเพรียกเรียกน้องพี่ กลับแปลกหน้าไปทุกทีแม้บ้านใกล้

ข้อ 4

83. ข้อใดไม่สะท้อนบทบาทของสถาบันพระพุทธศาสนา

  1. ถึงวัดกกรกร้างอยู่ข้างซ้าย เป็นรอยรายปืนพม่าที่ฝาผนัง ถูกทะลุปรุไปแต่ไม่พัง แต่โบสถ์ยังทนปืนอยู่ยืนนาน
  2. อ้ายศัตรูรู้ความจะตามมา แม่จะพาเจ้าไปฝากขรัวนากไว้ แล้วพากันดั้นถัดไปวัดเขา เห็นสมภารคลานเข้าไปกราบไหว้
  3. ด้วยได้ไปเคารพพระพุทธรูป ทั้งสถูปบรมธาตุพระศาสนา เป็นนิสัยไว้เหมือนเตือนศรัทธา ตามภาษาไม่สบายพอคลายใจ
  4. ตายายรักใคร่ใครจะทัน ตัวนั้นบวชเข้าเป็นเณรนาน เล่าเรียนขอมไทยว่องไวดี แปลคัมภีร์เปรื่องปราดออกฉาดฉาน

ข้อ 1

84. ข้อใดวิจารณ์สังคมน้อยที่สุด

  1. อยู่กับกูเถิดสูอย่ากลัวเสือ เที่ยวยิงเนื้อช้างมาย่างขาย อยู่บ้านเมืองเคืองใจไม่สบาย อ้ายมูลนายเบียดเบียนทั้งตาปี
  2. เห็นหญิงชายว่ายคล่ำในลำธาร เสียงประสานสรวลสันต์สนั่นอึง เห็นชีต้นปนประสกสีกากลุ้ม โถมกระทุ่มฟองฟุ้งอยู่ผลุงผลึง
  3. ดูห่างย่านบ้านช่องทั้งสองฝั่ง ระวังทั้งสัตว์น้ำจะทำเข็ญ เป็นที่อยู่ผู้ร้ายไม่วายเว้น เที่ยวซ่อนเร้นตีเรือเหลือระอา
  4. ฆราวาสนี้ชาติมันชั่วนัก จะสึกไปให้เขาสักเอ็งหรือหวา ข้อมือดำแล้วระกำทุกเวลา โพล่กับบ่าแบกกันจนบรรลัย

ข้อ 2

85. บทประพันธ์ต่อไปนี้ให้ความรู้ทางวัฒนธรรมแขนงใด

“ดอกก้านแย่งช่อหกกระหนกเรียง มุกดาเคียงดาดดอกเป็นดวงดี รอบหน้ากรองทองมังกรเกี้ยว ฉลุเขี้ยวแมงทับสลับสี”

  1. การแต่งกาย
  2. การแกะสลักไม้
  3. การจัดพุ่มดอกไม้
  4. การตกแต่งสถานที่

ข้อ 1

86. คำประพันธ์ต่อไปนี้สะท้อนเรื่องใดเด่นชัดที่สุด

“ปางก่อนเคยร่วมน้ำ ใจจิต ไถ่ทาสเปลี่ยนชีวิต ปลดให้ เคยเป็นมิ่งเมียสนิท หลายชาติ มานา ในชาตินี้จึงได้ เสพสร้องครองกัน”

  1. ค่านิยมและวัฒนธรรม
  2. ค่านิยมและความเชื่อ
  3. ความเชื่อและสังคม
  4. วัฒนธรรมและสังคม

ข้อ 2

87. ข้อใดสะท้อนทั้งค่านิยมและวัฒนธรรมไทย

  1. เรียมคะนึงถึงเอวบาง เคยแนบข้างร้างแรมนาน
  2. นึกน้องกรองมาลัย วางให้พี่ข้างที่นอน
  3. แก้วพี่นี้สุดนวล ดั่งนางฟ้าหน้าใยยอง
  4. เห็นฝูงยูงรำฟ้อน คิดบังอรร่อนรำกราย

ข้อ 2

88. ข้อใดสะท้อนลักษณะความเชื่อที่ต่างจากข้ออื่น

  1. ขออารักษ์หลักประเทศนิเวศวัง เทพทั้งเมืองฟ้าสุราลัย ขอฝากน้องสองรามารดาด้วย เอ็นดูช่วยปกครองให้ผ่องใส
  2. ระวังตัวกลัวตอตะเคียนขวาง เป็นเยี่ยงอย่างผู้เฒ่าเล่าสนอง ว่าผีสางผีนางตะเคียนคะนอง ใครถูกต้องแตกตายลงหลายลำ
  3. เห็นเกินรอยบางปลาสร้อยอยู่ท้ายเรือ คลื่นก็เฝือฟูมฟองคะนองพราย เห็นจวนจนบนเจ้าเขาสำมุก จงช่วยทุกข์ถึงที่จะทำถวาย
  4. ข้าแต่งตั้งสังเวยเคยคำนับ เชิญมารับเครื่องมัจฉะมังสา จะขอทางกลางทะเลกับเทวา แล้วตีม้าล่อลั่นสนั่นดัง

ข้อ 2

89. คำประพันธ์ต่อไปนี้สะท้อนค่านิยมเรื่องใดในสังคมไทย

“ธงสีทองผ่องสง่าธงราชา รูปครุฑพ่าห์ประจำองค์คงอมตะ เด่นอยู่กลางธงสีเหลืองเรืองฤทธะ หมายคือพระทรงชัยของไทยเรา”

  1. ความเป็นสมมติเทพ
  2. ความเป็นมงคลแห่งสี
  3. ความจงรักภักดี
  4. ความเป็นอมตะ

ข้อ 1

90. คำสอนในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น

  1. อย่าเท้าแขนเท้าคางให้ห่างกาย อย่ากรีดกรายกรอมเพลาะเที่ยวเราะเริง
  2. เห็นผู้ดีมีทรัพย์ประดับแต่ง อย่าทำแข่งวาสนากระยาหงัน
  3. เมื่อยามยิ้มยิ้มไว้แต่ในพักตร์ อย่ายิ้มนักเสียสง่าพาสลาย
  4. อย่าลืมตัวมัวเดินให้เพลินจิต ระวังปิดปกป้องของสงวน

ข้อ 2

91. ข้อใดสะท้อนค่านิยมในแนวโลกุตระ

  1. พระบิดาดำรัสคาดค่ากระหม่อมฉานพันตำลึงทอง
  2. บพิตรมาปลิดปลงพระโอรสทั้งสองพระองค์ให้เป็นทาสขาดแก่ธอาจารย์
  3. ทั้งกิริยามารยาทที่ผาดผายดูนี้ก็อาจอง สมเป็นสกุลประยูรพงศ์กษัตรา
  4. ข้าบาทนี้เป็นข้าช่วงใช้ของพฤฒาจารย์ ดั่งฤๅจะสามารถอาจหาญขึ้นไปร่วมบัลลังก์รัตนราชาอาสน์

ข้อ 2

92. ข้อใดไม่สะท้อนความเชื่อในหลักไตรลักษณ์

  1. โลกมนุษย์นี้ไม่มีที่แน่นอน ประเดี๋ยวเย็นประเดี๋ยวร้อนช่างแปรผัน โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปได้ทุกวัน สารพันหาอะไรไม่ยั่งยืน
  2. อนัตตาใช่ว่าของตนแท้ คงก็แต่บาปบุญเจ้าคุณเอ๋ย ชีวิตนี้ก็ไม่มีประกันเลย อย่าเฉยเมยหมั่นคิดอนิจจัง
  3. อันทุกข์โศกโรคภัยในมนุษย์ ไม่รู้สุดสิ้นลงที่ตรงไหน เหมือนกงเกวียนกำเกวียนเวียนระไว จงหักใจเสียเถิดเจ้าเยาวมาลย์
  4. อันปวงกรรมทำไว้ในปางหลัง เป็นพืชยังปางนี้ให้มีผล หว่านพืชดีมีผลดีแก่ตน หว่านพืชชั่วกลั้วผลที่ข้นแค้น

ข้อ 4

93. ข้อใดกล่าวถึงสังคมไทยต่างยุคกับข้ออื่น

  1. อยุธยาโสภิตพ้น มาแปลง เป็นฤๅ ฤๅว่าบุญเพรงแสดง พระสร้าง
  2. อยุธยายศยิ่งฟ้า ลงดิน แลฤๅ อำนาจบุญเพรงพระ ก่อเกื้อ
  3. โกสินทร์บุรินทร์รัตนอ้าง ไอศวรรย์ สวรรค์ฤๅ ยศยิ่งอยุธยาอัน ล่วงแล้ว
  4. อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤๅ สิงหาสน์ปรางค์รัตนาบรร- เจิดหล้า

ข้อ 2

94. คำว่า “วิสัย” ในข้อใดมีความหมายต่างจากข้ออื่น

  1. วิสัยโลกโศกสุขทุกข์ธุระ ย่อมพบปะไปกว่าจะอาสัญ
  2. หนึ่งเอ็นดูผู้ที่มีความชอบ รางวัลตอบตามวิสัยเจ้าไอศวรรย์
  3. นางพระยาว่ากูเป็นผู้หญิง ไม่รู้สิ่งศึกเสือเหลือวิสัย
  4. ฝ่ายโยธาข้าเฝ้าชาวผลึก เมื่อเกิดศึกซ่อนหนีตามวิสัย

ข้อ 3

95. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของผู้แต่งคำประพันธ์ต่อไปนี้

“ยิ่งก้าวหน้าสามารถอาจกุมโลก ยิ่งวิโยคยิ่งวินาศอาฆาตเฆี่ยน เอาชนะธรรมชาติอาจพากเพียร เอาชนะใจเจียนจะขาดใจ”

  1. สั่งสอน
  2. ให้แง่คิด
  3. ให้กำลังใจ
  4. แสดงอุดมการณ์

ข้อ 2

96. ข้อใดไม่ถูกต้องตามเนื้อความในคำประพันธ์ต่อไปนี้

“เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์ เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้ เสียรู้เร่งดำรง ความสัตย์ ไว้นา เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วยมรณา”

  1. ต้องยอมเสียทรัพย์สินเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล
  2. ต้องให้ความสำคัญในการแสวงหาความรู้ยิ่งกว่าศักดิ์ศรี
  3. ต้องยอมให้ความรู้เพื่อรักษาความสัตย์
  4. ต้องรักษาความสัตย์ยิ่งกว่าชีวิต

ข้อ 3

97. ข้อใดมีน้ำเสียงที่ต่างจากข้ออื่น

  1. คนสามเท้าเฒ่าชราถ้าเขาทัก ควรที่จักคบไว้ก็ให้เอา
  2. ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า ผู้ใดเล่าจะไม่งามตามเสด็จ
  3. คำโบราณท่านว่าคิดผิดตำรา ไปเบื้องหน้าจะลำบากได้ยากเย็น
  4. เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด ท่านรู้ชัดถูกผิดคิดมาก่อน

ข้อ 3

98. แนวคิดใดไม่ปรากฏในคำประพันธ์ต่อไปนี้

“เลิกความคิดขันแข่งปรุงแต่งจิต เลิกชีวิตวุ่นวายในทุกที่ เลิกเดือดร้อนดิ้นรนคนไยดี ไม่ต้องมีปรารถนาในอารมณ์”

  1. การละกิเลส
  2. การวางเฉย
  3. การหลีกหนีสังคม
  4. การทำจิตให้สงบ

ข้อ 3

99. คำประพันธ์ต่อไปนี้ตรงกับสำนวนในข้อใดมากที่สุด

“ยิ้มหวานน้ำตาลอาย มดมลายเหมือนต้องมนตร์ ในยิ้มที่แยบยล อาจซ่อนเขี้ยวจะเคี้ยวคุณ”

  1. ปากอย่างใจอย่าง
  2. ปากหวานก้นเปรี้ยว
  3. ปากว่าตาขยิบ
  4. ปากปราศรัยใจเชือดคอ

ข้อ 4

100.ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของผู้แต่งคำประพันธ์ต่อไปนี้

“รุ้งโปรยสีคลี่คาดดาษท้องฟ้า เพียงปลอบว่าแววหวังยังไม่สิ้น แม้นโลกมวลล้วนมีแต่สีนิล เหนือแผ่นดินยังมีรุ้งสีทอง”

  1. เตือนใจ
  2. ปลอบใจ
  3. ให้กำลังใจ
  4. จรรโลงใจ

ข้อ 3